บริษัทอวกาศของ Jeff Bezos อย่าง Blue Origin ประกาศเปิดตัว TeraWave เครือข่ายสื่อสารผ่านดาวเทียมที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าระดับองค์กร ศูนย์ข้อมูล และหน่วยงานรัฐโดยเฉพาะ ชูจุดเด่นด้านการรับ–ส่งข้อมูลแบบสมมาตร (Symmetrical) และความสามารถในการเชื่อมต่อรวมสูงสุดระดับ 6 เทราบิตต่อวินาที (Tbps) ซึ่งเหมาะกับระบบคลาวด์ ศูนย์ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ต้องรับ–ส่งข้อมูลปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง พร้อมความเสถียรและความทนทานสำหรับภารกิจสำคัญ
เครือข่าย TeraWave ทำงานโดยส่งข้อมูลผ่านดาวเทียมบนอวกาศ โดยข้อมูลจากองค์กรหรือศูนย์ข้อมูลจะถูกส่งขึ้นไปยังดาวเทียมวงโคจรต่ำ จากนั้นถ่ายโอนผ่านเครือข่ายดาวเทียมด้วยกันเอง ก่อนส่งลงมายังสถานีภาคพื้นดินหรือดาต้าเซ็นเตอร์ปลายทาง เพื่อเสริมการเชื่อมต่อในพื้นที่ที่โครงข่ายภาคพื้นดินขยายได้ยาก หรือใช้เป็นเส้นทางสื่อสารเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความเสถียรของระบบ

TeraWave ใช้สถาปัตยกรรมแบบหลายวงโคจร (Multi-orbit) ประกอบด้วยดาวเทียมรวม 5,408 ดวง แบ่งเป็นดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) 5,280 ดวง และวงโคจรปานกลาง (MEO) 128 ดวง โดยดาวเทียม LEO ใช้การเชื่อมต่อแบบ RF รองรับความเร็วสูงสุด 144 Gbps ต่อผู้ใช้ ขณะที่ดาวเทียม MEO ใช้ การเชื่อมต่อด้วยแสง (Optical links) เพื่อรองรับการเชื่อมต่อความจุสูงสำหรับการเชื่อมโยงระหว่างฮับข้อมูลทั่วโลก
Blue Origin ระบุว่า TeraWave ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ “ช่องว่างของตลาด” ที่โครงข่ายไฟเบอร์ภาคพื้นดินไม่สามารถขยายได้ง่าย หรือมีต้นทุนสูงและใช้เวลานานในการติดตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ชนบท เขตอุตสาหกรรมใหม่ หรือจุดยุทธศาสตร์ที่ต้องการ เส้นทางสื่อสารเพิ่มเติม (Route diversity)
สำหรับระบบสำคัญ TeraWave จึงทำหน้าที่เป็นโครงข่ายเสริมจากอวกาศที่เข้ามาเพิ่มความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาโครงข่ายภาคพื้นดินเพียงเส้นทางเดียว และช่วยเพิ่มความพร้อมของระบบในกรณีฉุกเฉิน
ระบบเทอร์มินัลและเกตเวย์ของ TeraWave ถูกออกแบบให้สามารถทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานความจุสูงที่องค์กรมีอยู่แล้ว รองรับทั้งการเชื่อมต่อแบบ Point-to-point และบริการอินเทอร์เน็ตระดับองค์กร เปิดโอกาสให้ลูกค้าปรับเลือกปริมาณแบนด์วิดท์และตำแหน่งการเชื่อมต่อได้ตามความต้องการ เหมาะสำหรับผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล บริษัทข้ามชาติ ไปจนถึงหน่วยงานรัฐและความมั่นคง
Blue Origin วางแผนเริ่มปล่อยดาวเทียม TeraWave ชุดแรกในไตรมาส 4 ปี 2027 แม้ยังไม่ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนของการสร้างเครือข่ายเต็มรูปแบบ แต่การประกาศครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการขยายบทบาทของบริษัทจากผู้ให้บริการจรวดและยานอวกาศ สู่การเป็นผู้พัฒนาและผู้ให้บริการระบบดาวเทียมเชิงพาณิชย์
เมื่อเทียบกับ SpaceX Starlink ซึ่งมุ่งตลาดผู้บริโภคและเชิงพาณิชย์ทั่วไป TeraWave วางตำแหน่งแตกต่างอย่างชัดเจน โดยเน้นตลาดองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขนาดใหญ่ ขณะที่ Amazon ซึ่งก่อตั้งโดย Jeff Bezos เช่นกัน เดินหน้าโครงการดาวเทียมสำหรับผู้บริโภค สะท้อนการแข่งขันในตลาดอินเทอร์เน็ตดาวเทียมที่กำลังทวีความเข้มข้นขึ้น
อ้างอิง: Blue Origin, TechCrunch
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด