บีโอไอผนึก 4 หน่วยงานรัฐ เสริมแกร่งภาคตะวันออก รับคลื่นลงทุนไฮเทค

บีโอไอเดินหน้าสร้างระบบนิเวศการลงทุนภาคตะวันออก รองรับคลื่นลงทุนอุตสาหกรรมไฮเทค ผนึกกำลัง สทนช. กกพ. กนอ. สวทช. ทะลวงข้อจำกัดด้านน้ำ ไฟฟ้า พื้นที่ลงทุน ควบคู่การพัฒนาบุคลากรและยกระดับฐานผลิตเดิมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม มุ่งสร้างการลงทุนคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เผยตั้งแต่ปี 2566 – ครึ่งแรกปี 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมในภาคตะวันออกกว่า 2.6 ล้านล้านบาท  

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยในงานสัมมนา “Eastern Thailand: Unlocking the Next Investment Frontier” ซึ่งจัดขึ้นโดยบีโอไอ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา จังหวัดชลบุรี ว่า โครงสร้างเศรษฐกิจและการลงทุนโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและพลังงานสะอาด การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก ตลอดจนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI, หุ่นยนต์, เซมิคอนดักเตอร์, ยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีชีวภาพ ทำให้เกิดกระแสการกระจายฐานการลงทุนมายังภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น และเป็นโอกาสครั้งสำคัญของประเทศไทย เราจึงจำเป็นต้องสร้างรากฐานให้แข็งแรง และปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งรองรับการลงทุนที่สำคัญที่สุดของประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถดึงดูดโครงการลงทุนที่มีคุณภาพ และพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาค 

งานสัมมนาครั้งนี้ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกทั้งไทยและต่างชาติ เข้าร่วมงานกว่า 500 คน ส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โลหะและวัสดุ เคมีและปิโตรเคมี เกษตรและอาหาร ธุรกิจบริการและสาธารณูปโภค ตามลำดับ สะท้อนถึงความสนใจของภาคธุรกิจจากหลากหลายสาขาต่อโอกาสการลงทุนใน ภาคตะวันออก

ภาคตะวันออกครองแชมป์ลงทุน 3 ปี ทะลุ 2.6 ล้านล้านบาท

นายนฤตม์ กล่าวว่า ภาคตะวันออกถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ และเป็นภูมิภาคที่มี คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด โดยในช่วง 3 ปีครึ่งที่ผ่านมา (ปี 2566 ถึงครึ่งแรกของปี 2569) มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 4,566 โครงการ มูลค่ากว่า 2.6 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งประเทศ จังหวัดชลบุรีมีเงินลงทุนสูงสุดในภาคตะวันออกกว่า 1.29 ล้านล้านบาท รองลงมา ได้แก่ ระยอง 837,000 ล้านบาท ปราจีนบุรี 235,000 ล้านบาท และฉะเชิงเทรา 228,000 ล้านบาท โดย 3 อุตสาหกรรมที่มีเงินลงทุนสูงสุด ได้แก่ อุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และชิ้นส่วน 

ภาคตะวันออกมีความได้เปรียบจากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือ สนามบิน และระบบสาธารณูปโภค รวมถึงฐานผู้ประกอบการและห่วงโซ่อุปทาน ที่มีความลึกและหลากหลาย จึงมีศักยภาพในการเป็น Gateway สำหรับการลงทุนและการเชื่อมโยงประเทศไทยเข้าสู่ตลาดโลก อย่างไรก็ตาม คลื่นการลงทุนระลอกใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง  มีความต้องการปัจจัยสนับสนุนที่แตกต่างจากอุตสาหกรรมยุคก่อน ทำให้การเตรียมความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภค พื้นที่ลงทุนในลักษณะคลัสเตอร์ และบุคลากรทักษะสูง เป็นโจทย์สำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันวางแผนและบริหารจัดการให้พร้อมรองรับการลงทุน โดยไม่สร้างผลกระทบในทางลบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

บีโอไอเดินเกมรุก ชู 6 กลุ่มเป้าหมาย รับคลื่นลงทุนใหม่

นายนฤตม์ กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนของโลกกำลังเปลี่ยนไปสู่อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมมากขึ้น โดยบีโอไอมองเห็นโอกาสของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนใน 6 กลุ่มเป้าหมาย ที่สอดคล้องกับทิศทางโลกและเป็นกลุ่มที่ไทยมีศักยภาพ ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมชีวภาพและอุตสาหกรรมสีเขียว ซึ่งไทยสามารถนำเทคโนโลยีชีวภาพมาต่อยอดฐานเดิมที่มีศักยภาพ ทั้งด้านเกษตร อาหาร พลังงานสะอาด และการแพทย์ (2) อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) สามารถต่อยอดจากอุตสาหกรรมยานยนต์เดิมไปสู่การสร้างฐานผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ทั้ง Hybrid, Plug-in Hybrid และ BEV รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญ เช่น แบตเตอรี่และมอเตอร์ (3) อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซึ่งไทยมีฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ ที่แข็งแกร่ง และสามารถยกระดับไปสู่กิจกรรมต้นน้ำที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น (4) อุตสาหกรรมดิจิทัลและ AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญของโลกที่ก้าวหน้ารวดเร็วและจะมาช่วยยกระดับอุตสาหกรรมต่าง ๆ (5) อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ที่กำลังพัฒนาไปสู่ Humanoid Robot หรือ Physical AI โดยไทยสามารถต่อยอดจากฐานผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่เดิม เพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์  และ (6) ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ โดยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของสำนักงานภูมิภาค ศูนย์จัดซื้อและกระจายสินค้า รวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางธุรกิจของภูมิภาค

ผนึกหน่วยงานรัฐ เสริมระบบนิเวศการลงทุน

นายนฤตม์ กล่าวว่า บีโอไอได้จับมือหน่วยงานพันธมิตรเพื่อปลดล็อกอุปสรรคของการลงทุน ทั้งด้านไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ระบบน้ำ การขยายพื้นที่รองรับการลงทุน การพัฒนาระบบวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ตลอดจนข้อจำกัดอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการเดินหน้าโครงการ พร้อมใช้กลไก “Thailand FastPass” ในการอำนวยความสะดวกโครงการลงทุนสำคัญ และเร่งสร้างบุคลากรทักษะสูงผ่านมาตรการ Skill Bridge และกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ เพื่อเตรียมกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วย

การรองรับคลื่นการลงทุนระลอกใหม่จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมของระบบนิเวศให้สอดคล้องกับ ความต้องการของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป งานสัมมนาครั้งนี้จึงเป็นเวทีบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศการลงทุนในภาคตะวันออก ประกอบด้วย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อร่วมกันชี้แจงแนวทางเตรียมความพร้อมในเรื่องความมั่นคงด้านน้ำและพลังงาน ความพร้อมของพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการยกระดับเทคโนโลยีและบุคลากร ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุน และความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว 

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงทิศทางการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุน โดยคาดว่าในปี 2580 พื้นที่ EEC จะมีความต้องการใช้น้ำประมาณ 3,615 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 22 จากปี 2567 โดยเฉพาะ ความต้องการใช้น้ำจากภาคอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ร้อยละ 58 สทนช. จึงให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ผ่านการพัฒนาแหล่งน้ำและการเชื่อมโยงโครงข่ายน้ำ (Water Grid) ระหว่างพื้นที่ รวมถึงระบบสูบและผันน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นในอนาคต  ทั้งจากภาคอุตสาหกรรม การขยายตัวของเมือง และการลงทุนใหม่ในพื้นที่ EEC อย่างยั่งยืน

นายกัลย์ แสงเรือง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวว่า ภาครัฐกำลังเตรียมความพร้อมด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อรองรับความต้องการ ใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น Data Center ซึ่งร่างแผน PDP 2026 ได้นำความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ประมาณ 6,800–8,800 เมกะวัตต์ มาประกอบการวางแผน รวมถึงการพัฒนากลไกการกำกับดูแลและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานต่างๆ เช่น Direct PPA, Utility Green Tariff (UGT), IPS และ Thailand Power Map ตลอดจน LNG Terminal ในการรองรับความต้องการใช้พลังงานและการเข้าถึงพลังงานสะอาดของภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวถึงบทบาทของ กนอ. ในการสนับสนุนให้การลงทุนเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมให้มีความพร้อม ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค ระบบนิเวศที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ One Stop Service, Digital Licensing รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น Digital Twin มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน รวมถึงการเตรียมระบบนิเวศรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการสนับสนุนเป้าหมาย RE100  ผ่านพลังงานหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายรวีภัทร์ ผุดผ่อง ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมืออุตสาหกรรม EECi สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวถึงการยกระดับภาคการผลิตไทยสู่ Industry 4.0 เพื่อเพิ่มผลิตภาพและ ขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยสนับสนุนผู้ประกอบการผ่าน “ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (Sustainable Manufacturing Center: SMC)” ณ EECi อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ซึ่งให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความพร้อมของโรงงานด้วย Thailand Industry 4.0 Readiness Index การพัฒนาทักษะบุคลากร การให้คำปรึกษาและคัดเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม การทดสอบโซลูชัน ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้จริง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ Industry 4.0 อย่างเป็นรูปธรรม

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ทำไมเงินของเราอาจกำลังสร้าง AI สีเขียว ที่ยังไม่มีเกณฑ์วัดชัดเจน ?

ก่อนหยิบของใส่ตะกร้า เราพลิกดูฉลากข้างขวด ดูว่าใครรับรอง เลข อย. อะไร ผลิตที่ไหน ขณะเดียวกัน เงินหลักล้านล้านบาทถูกกู้ไปสร้าง AI data center ภายใต้ฉลาก "สีเขียว" ที่ทำให้ผู้กู้สามา...

Responsive image

บทสรุป Techsauce Global Summit 2026 แพลตฟอร์มขับเคลื่อนโอกาสของประเทศไทย ในระเบียบโลกใหม่

Techsauce แพลตฟอร์มขับเคลื่อนระบบนิเวศเทคโนโลยีและธุรกิจ ประกาศความสำเร็จของการจัดงาน Techsauce Global Summit 2026 งานประชุมด้านเทคโนโลยีและธุรกิจระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวั...

Responsive image

เจาะลึกแผน อว. โดย ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ปรับทิศงานวิจัยไทย ปูทาง AI และ Nature Finance

เจาะลึกวิสัยทัศน์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กับยุทธศาสตร์ 'Heartware' ปรับทิศงานวิจัยไทย สร้าง Ecosystem สตาร์ทอัพไร้พรมแดน และการใช้ Nature Finance ดึงทุนโลก...