10 สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ยื่น 8 มาตรการฉุกเฉินต่อรัฐบาล เร่งรักษาห่วงโซ่อุปทานไทย

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT: Electric Vehicle Association of Thailand) กับอีก 9 สมาคมสัญชาติไทยที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งมีสมาชิกรวมกันมากกว่า 1,500 ราย ร่วมลงนามแถลงการณ์ร่วม ครั้งประวัติศาสตร์เพื่อยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายเร่งด่วนต่อรัฐบาล มุ่งรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมที่เป็นเสาหลักเศรษฐกิจของชาติ  ณ Thai Subcon Activity Zone (B11) Hall 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

สำหรับผู้แทนจาก 9 สมาคมฯ ที่เข้าร่วมยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายเร่งด่วนต่อรัฐบาล ได้แก่  

  • 1. นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ 
    นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA)
  • 2. นายชนินทร์ ขาวจันทร์ 
    นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย  (THAI SUBCON)
  • 3. นายพรพิสิทธิ์ นิติสุพรรัตน์ 
    กรรมการบริหาร สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA)
  • 4. นายชัชชัย ผลมูล 
    รองนายกสมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA)
  • 5. นางสาวอรอนงค์ ใจเย็น 
    นายกสมาคมไทยคอมโพสิท (TCA)
  • 6. นายวิโรจน์ ศิริธนาศาสตร์ 
    นายกสมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทย (TDIA)
  • 7. รศ.วิรุฬห์ ศรีบริรักษ์
    นายกสมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA)
  • 8. ดร.ณัฐนัย คุณานุสนธิ์ 
    อุปนายกสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (TESTA)
  • 9. นายนิธิภูมิ พงศ์เกรียงยศ 
    อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมหล่อโลหะไทย (TFA)

เหตุผลที่ร่วมยื่นข้อเสนอ เพราะอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอยู่ในภาวะวิกฤตสูงสุด 

นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT)

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตสูงสุด จากการการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยส่งผลกระทบ ดังนี้

1. การสูญเสียฐานการผลิต: ค่ายรถยนต์ เริ่มปรับกลยุทธ์นำเข้ารถ EV สำเร็จรูป (CBU) จากประเทศจีน โดยใช้สิทธิประโยชน์ภาษี 0% แทนการผลิตในไทย

2. วิกฤตผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย: ผู้ประกอบการไทยกำลังสูญเสียคำสั่งซื้ออย่างรุนแรง และเสี่ยงต่อการล่มสลายของห่วงโซ่อุปทาน

3. หน้าผาอุตสาหกรรมในปี 2570: เมื่อมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.5 สิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2570 จะไม่มีภาระผูกพันการผลิตชดเชยในประเทศ และไม่มีเงินอุดหนุนจากภาครัฐ จึงมีโอกาสที่ค่ายรถยนต์จะนำเข้ารถยนต์จากจีนด้วยอัตราภาษี 0% แทนการผลิตในประเทศ

ทาง 10 สมาคมจึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดออกมาตรการที่ปกป้องผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรักษาอธิปไตยทางเศรษฐกิจ โดยต้องการให้รัฐบาลตัดสินใจเลือกระหว่างการเป็นเพียงตลาดบริโภค EV ราคาถูก หรือการคงสถานะฐานการผลิตยานยนต์ที่มั่นคงของโลก และขอเข้าพบท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อชี้แจงรายละเอียดและหารือทางออกร่วมกันอย่างเร่งด่วนที่สุด

โดยข้อเสนอ 8 ยุทธศาสตร์สำคัญ กลุ่มสมาพันธ์ฯ ได้เสนอมาตรการฉุกเฉินครอบคลุม 8 ด้าน ดังต่อไปนี้

  • 1. ปฏิรูปภาษีสรรพสามิต

โดยกำหนดส่วนต่างภาษีสรรพสามิตระหว่างรถผลิตในประเทศและรถนำเข้า (CBU) ให้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเพื่อจูงใจการลงทุน (เดิมภาษีสรรพสามิตของรถนำเข้ากับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศมีอัตราที่ต่างกันเพียง 8% ซึ่งไม่จูงใจให้ผลิตรถยนต์ในประเทศ แทนการนำเข้า) และขอให้ภาครัฐพิจารณาระบบโควตา โดยนับยอดผลิตในประเทศ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเช่นสถานีชาร์จสาธารณะ ศูนย์วิจัยและพัฒนา ศูนย์รีไซเคิลแบตเตอรี่ เพื่อแลกโควตานำเข้า ด้วยภาษีอัตราต่ำลง เป็นต้น  

  • 2. การปรับปรุงระเบียบเขตปลอดอากรและยกระดับเกณฑ์สัดส่วนมูลค่าเพิ่มในประเทศ (Local Content)

ปัจจุบันเกณฑ์สัดส่วนมูลค่าเพิ่มในประเทศที่ 40% นั้นเพียงพอ แต่ควรปรับปรุงเกณฑ์การนับ Local Content ให้สะท้อนความเป็นจริง ตรวจสอบให้เข้มข้นขึ้น และบังคับสัดส่วนวัตถุดิบจากประเทศไทย (Thai Material Content) ให้มากขึ้นเพื่อให้เกิดการใช้ชิ้นส่วนและการผลิตในประเทศที่แท้จริง

  • 3. การส่งเสริมการใช้ 'ชิ้นส่วนร่วม' (Common Parts) 

กำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องจัดซื้อชิ้นส่วนร่วม (ชิ้นส่วนที่ใช้ร่วมกันระหว่างรถ EV กับรถยนต์สันดาป) ที่ผู้ประกอบการในไทยมีศักยภาพในการผลิต  โดยเฉพาะชิ้นส่วนมูลค่าสูง เช่นแชสซีส์ ตัวถัง ที่ผลิตในไทยเท่านั้น จึงจะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสรรพสามิต

  • 4. ปรับปรุงนโยบายส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อคุ้มครองผู้ประกอบการไทย

ปิดรับการส่งเสริมในกลุ่มที่ผู้ผลิตในประเทศมีศักยภาพเพียงพอแล้ว เว้นแต่เป็นการร่วมทุน (JV) ที่คนไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% และ ขอให้ BOI ตรวจสอบหลังได้รับส่งเสริมการลงทุนอย่างเข้มข้น ทั้งในด้านแรงงานและเครื่องจักร หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ขอให้ถอนบัตรส่งเสริมทันที

  • 5. แก้ปัญหาต้นทุนวัตถุดิบ

โดยเจรจาระดับรัฐต่อรัฐ (G2G) เพื่อจัดการโควตาและราคาวัตถุดิบต้นน้ำให้มีความเท่าเทียม และควบคุมการส่งออกเศษโลหะมีค่า

  • 6. การยกระดับการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin)

ตรวจสอบย้อนกลับถึง Supplier อย่างน้อย Tier 3 เพื่อป้องกันการ “สวมสิทธิ์สินค้า” และรักษาชื่อเสียงการส่งออกไทย

  • 7. การส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer)

กำหนด KPI ที่วัดผลได้จริง และบังคับเปิดช่องทางเชื่อมต่อ (Open Interface) ให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยมีส่วนร่วม

  • 8. การส่งเสริมการทดสอบในประเทศ  และการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ADAS

โดยบังคับให้มีการทดสอบและปรับจูนเทคโนโลยีให้เข้ากับสภาพบริบทการใช้ยานยนต์ไทย และให้ความสำคัญกับห้องปฏิบัติการทดสอบในไทย เพื่อส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้ขั้นสูง

นายสุโรจน์ เเสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย  

ด้านนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย นายสุโรจน์ เเสงสนิท เผยว่า “อย่างไรก็ตามข้อเสนอนี้ไม่ได้มีเจตนาจะปิดกั้นรถรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า ซึ่งทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น หรือทำให้ผู้บริโภคเสียประโยชน์ แต่ต้องการให้ภาครัฐออกแบบมาตรการที่ทำให้การแข่งขันในตลาดเป็นธรรมมากขึ้น ระหว่างบริษัทที่ลงทุนจริง ผลิตจริง ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ และสร้างห่วงโซ่อุปทานในไทย กับบริษัทที่เน้นการนำเข้ารถสำเร็จรูปเข้ามาจำหน่าย โดยไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนไทยซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงเพื่อให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งมาตรการเหล่านี้ไม่ใช่การกีดกันการค้าเสรี แต่เป็นการรักษาสมดุลและปกป้องอธิปไตยทางเศรษฐกิจของชาติ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของคนไทยทุกคน”

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

วีซ่า เปิดตัว Visa Destinations ในไทย เลือกไทยเป็นประเทศแรกใน APAC จัดเต็ม 200+ สิทธิ์ ครอบคลุมกว่า 8 เมือง

วีซ่าประกาศเปิดตัว Visa Destinations แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก โดยเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ต่อเนื่องจากความสำเร็จในปารีส ลอนดอน และดูไบ แพลตฟอร์มนี้มาพร้...

Responsive image

BOI ผนึก EV จีน-ญี่ปุ่น-ยุโรป ปั้นไทยสู่ฐาน ‘Smart & Green Mobility’ เผยยอดลงทุน EV สะสมทะลุ 1.82 แสนล้านบาท

บีโอไอเปิดเวที BOI Symposium 2026 ดึงผู้ผลิต EV จีน ญี่ปุ่น ยุโรป ร่วมวางเส้นทาง Smart & Green Mobility ของไทย เผยยอดลงทุน EV สะสมทะลุ 1.82 แสนล้านบาท พร้อมมุมมองจาก China EV100, B...

Responsive image

สรุปสิ่งที่อาจเกิดขึ้นหลัง Donald Trump พบสี จิ้นผิง พร้อมด้วย CEO ระดับโลก

Donald Trump เดินทางถึงปักกิ่งพร้อม CEO ระดับโลก ทั้ง Elon Musk, Tim Cook และ Jensen Huang ท่ามกลางเกมต่อรองด้าน AI, Semiconductor, Rare Earth และ Supply Chain ที่อาจกำหนดอนาคตเศรษ...