แบงก์ชาติ เริ่มทดสอบการให้บริการ Peer-to-Peer Lending Platform ภายใต้ Regulatory Sandbox

แบงก์ชาติ เริ่มทดสอบการให้บริการ Peer-to-Peer Lending Platform หรือการทำธุรกิจกรรมให้สินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคลแล้ว ภายใต้ Regulatory Sandbox โดยให้ บริษัท ดีพสปาร์คส์ เพียร์ เลนดิ้ง จำกัด เข้าร่วมเป็นรายแรก

Peer-to-Peer Lending Platform

คุณสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้เห็นชอบให้ผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (Peer-to-Peer Lending Platform) เข้าทดสอบการให้บริการในวงจำกัด ภายใต้ Regulatory Sandbox ของ ธปท. ได้แก่ บริษัท ดีพสปาร์คส์ เพียร์ เลนดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นรายแรก ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป

ผู้ให้บริการระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (Peer-to-Peer Lending Platform) ดังกล่าวทำหน้าที่เป็นตัวกลางสนับสนุนให้เกิดการกู้ยืมระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้ โดยจับคู่ระหว่างผู้ที่ต้องการกู้เงินและผู้ที่ต้องการให้กู้ รวมถึงอำนวยความสะดวกในการทำสัญญาสินเชื่อ การนำส่งเงินกู้และจ่ายคืนเงินกู้ หรือติดตามหนี้ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยต้นทุนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของผู้กู้ และเพิ่มทางเลือกในการลงทุนของผู้ให้กู้ 

โดยกระทรวงการคลังได้ออกประกาศกำหนดให้ธุรกิจ Peer-to-Peer Lending Platform เป็นกิจการที่ต้องขออนุญาต และ ธปท. ได้กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจต้องทดสอบการให้บริการในวงจำกัดภายใต้ Regulatory Sandbox จนประสบความสำเร็จ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการบริหารความเสี่ยงและดูแลผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสม จึงจะสามารถขอใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจในวงกว้างต่อไป

สำหรับการพิจารณาให้ผู้ที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจ Peer-to-Peer Lending Platform เข้าทดสอบภายใต้ Regulatory Sandbox นั้น ธปท. ให้ความสำคัญกับการมีระบบงานและกระบวนการรองรับการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสม มีการดูแลความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง อาทิ ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัย ความเสี่ยงด้านการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการ ตลอดจนประกอบธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อผู้ใช้บริการ โดยสร้างความตระหนักถึงการก่อภาระหนี้สินที่ไม่เกินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ใช้บริการ ซึ่ง ธปท. จะติดตามอย่างใกล้ชิดในระหว่างการทดสอบ เพื่อให้ระบบงานมีความมั่นคงปลอดภัย มีความเสถียร เชื่อถือได้ และมีการคุ้มครองผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสม โดยเมื่อผู้เข้าร่วมทดสอบประสบความสำเร็จในการทดสอบและมีความพร้อมให้บริการในวงกว้างแล้ว ธปท. จะเสนอกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาให้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่อไป 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ให้บริการที่เข้าร่วมทดสอบภายใต้ Regulatory Sandbox ได้ที่นี่ และสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจ Peer-to-Peer Lending Platform ได้ที่เว็บไซต์ของ ธปท. ที่นี่


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Agoda ใช้กรุงเทพฯ เป็นสำนักงานภูมิภาคใหญ่ที่สุดของบริษัท และเป็นฐานพัฒนาเทคโนโลยี จ้างงานในไทยกว่า 4,500 คน

บีโอไอเปิดเผยหลังเยี่ยมชมและหารือกับผู้บริหาร Agoda ที่ One Bangkok เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่าบริษัทใช้กรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งสำนักงานภูมิภาคแห่งใหญ่ที่สุดของ Agoda ทั่วโลก และเป็น...

Responsive image

บีโอไอ เผย 4 ปี LTR Visa ดึงต่างชาติคุณภาพสูงเข้าไทย ได้ 1.2 หมื่นคน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ กว่า 4 หมื่นล้านบาท

บีโอไอ เผยผลสำเร็จวีซ่า LTR ครบ 4 ปี ดึงชาวต่างชาติคุณภาพสูงจากทั่วโลกเข้าไทยกว่า 12,000 คน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 43,000 ล้านบาท...

Responsive image

สยามพิวรรธน์ ปักธง “ไอคอนภูเก็ต” สัญลักษณ์ใหม่แห่งแดนใต้ สู่จุดหมายระดับโลก เปิดให้บริการ 2572

สยามพิวรรธน์เปิดตัว “ไอคอนภูเก็ต” (ICONPHUKET) โครงการแลนด์มาร์กมูลค่าการลงทุน 10,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด Hybrid Retail-Attraction & Entertainment Destination พร้อม 12 World-Class...