ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท Evernote ไม่ว่าจะเป็น CTO, CFO, CPO และหัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคล ได้ลาออกไปในเวลาไล่เลี่ยกันในช่วงเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสการพาบริษัทรับเงินระดมทุนรอบใหม่ Photo: Evernote

แม้ Evernote แอปสำหรับจดบันทึกชื่อดัง ซึ่งเคยเป็น Unicorn ที่ใครๆ เคยชื่นชมเมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่ล่าสุดมีเป้าหมายที่จะให้เป็นแอปที่มากกว่าการจดบันทึก จะมีผู้ใช้งานมากถึง 225 ล้านรายแล้ว แต่ล่าสุด Evernote ก็เจอความท้าท้ายหลายๆ อย่าง เช่น ตัวแอปไม่ได้ติดอันดับแอปยอดนิยมใน App Store แล้ว และล่าสุดผู้บริหารก็ขอลาออกยกชุด

ล่าสุดเว็บไซต์ TechCrunch ได้รับข้อมูลที่ยืนยันแล้วว่า ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท  Evernote ไม่ว่าจะเป็น Chief Technology Officer (CTO) อย่าง Anirban Kundu, Chief Financial Officer (CFO) อย่าง Vincent Toolan, Chief Product Officer (CPO) อย่าง Erik Wrobel และหัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคล (Head of HR) อย่าง Michelle Wagner ได้ลาออกไปในเวลาไล่เลี่ยกันในช่วงเดือนที่ผ่านมา

การลาออกครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Evernote กำลังมีข่าวว่าจะได้รับเงินระดมทุนอีกครั้ง โดยการระดมทุนที่เกิดขึ้นไปก่อนหน้านี้ทำให้บริษัทมีมูลค่าอยู่ที่ 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

การเปลี่ยนผู้บริหารของ Evernote ครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบ 2 ปี โดยเมื่อเดือนมีนาคม 2016 CTO ยุคบุกเบิกของบริษัทได้ลาออก จนทำให้เกิดการเปลี่ยนภายในองค์กรตามมาอีกระลอกใหญ่ในเวลานั้น รวมถึงได้เปลี่ยน CEO จาก Phil Libin ผู้ที่กุมบังเหียนของบริษัทมายาวนาน มาเป็น Chris O’Neill อดีตผู้บริหารจาก Google


อ่านประกอบ


Photo: Evernote

เมื่อแอปจดบันทึกไม่ได้มีแค่ Evernote แล้ว

ความท้าทายประการแรกที่ Evernote เจอก็คือ ปัจจุบันแอปจดบันทึกไม่ได้มีน้อยรายแล้ว Startup ต่างก็ผลิตแอปออกมากมาย เช่น Zoho Notebook, Simplenote, Bear, Box Notes, Dropbox Paper รวมถึงบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ก็ผลิตแอปจดบันทึกออกมา เช่น Google ออก Google Keep, Apple ออก Notes, Microsoft ก็ปรับปรุง OneNote ให้ดีและรองรับหลากหลายอุปกรณ์มากขึ้น แถมยังออก Tool เพื่อ Export ข้อมูลจาก Evernote มา OneNote ได้อีกด้วย!

ความท้าทายประการต่อมาของ Evernote คือ ยอดผู้ใช้งานแบบฟรีและเสียเงินที่ไม่กระเตื้อง ข้อมูลจาก App Annie ระบุว่าในอดีต Evernote เคยอยู่อันดับ 1 ของ App Store แต่ในเวลานี้กลับร่วงลงมาอยู่ในอันดับที่ 55

ความท้าทายประการสุดท้าย คือ ตัว Evernote เองยังไม่สามารถเพิ่มยอดผู้ใช้เสียเงินให้เพิ่มขึ้นได้ โดย Evernote ตั้งแพ็คเกจไว้ 3 แบบ คือ Free, Premium 7.99 เหรียญ/คน/เดือน และ Business 14.99 เหรียญ/คน/เดือน

กลายเป็นว่า Evernote ตกอยู่ใน "Death Spiral" หรือ "วังวนแห่งความตาย" (หมายถึงพฤติกรรมของระบบที่เกิดจากผลสะท้อนกลับทางลบ) ที่ยอดผู้ใช้ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาลดลง และ Product ของ Evernote ยังมัดใจผู้ใช้งานฝั่งธุรกิจไม่ได้นั่นเอง

อ้างอิงข้อมูลจาก TechCrunch

RELATED ARTICLE

Responsive image

ลอรีอัลกระโดดเข้าสนับสนุน Startup พร้อมจัดการแข่งขัน L’Oréal Innovation Runway Start-Up Challenge

ลอรีอัล (L’Oreal) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยักษ์ใหญ่แห่งกรุงปารีส ฝรั่งเศส เป็นหนึ่งยักษ์ใหญ่ด้านความงามที่แสดงจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนและลงทุนใน Tech Startup โดยในปี 2012 ลอรีอ...

Responsive image

ผลสำรวจ IBM ชี้ ‘ธุรกิจดั้งเดิม’ ยังสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากกว่า ‘Startup’

ผลการศึกษาล่าสุดโดย IBM Institute for Business Value ที่สำรวจความคิดเห็นและสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารระดับสูงกว่า 12,500 คนจากบริษัทชั้นนำทั่วโลก ยังชี้ให้เห็นว่ามีผู้บริหารเพียง 22 ...

Responsive image

เว็บไซต์แคชแบ็ก Dealcha! ได้รับทุนเพิ่มจาก 500 TukTuks และ Solera

Dealcha! (www.dealcha.com) บริษัทสตาร์ทอัพอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2015 และประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับเงินลงทุนเพิ่มจาก 500 TukTuks, Solera In...