
ถ้าเราพูดถึงสมองของการประมวลผล เราคงนึกถึง NVIDIA แต่หากพูดถึงคนที่กุมหัวใจของการออกแบบและวิศวกรรม ชื่อของ Dassult Systèmes คือเบอร์หนึ่งในด้านนี้
ล่าสุด Pascal Daloz ซีอีโอของ Dassult Systèmes และ Jensen Huang ซีอีโอของ NVIDIA ได้โคจรมาพบกันในงาน 3DEXPERIENCE World 2026 เพื่อประกาศพาร์ทเนอร์ชิปครั้งประวัติศาสตร์ ภายใต้แนวคิดที่จะสร้าง ‘Shared Industrial Architecture' หรือสถาปัตยกรรมอุตสาหกรรมร่วม ที่จะเปลี่ยนวิธีที่เราสร้างทุกสิ่งบนโลกใบนี้
การพบบนเวทีของซีอีโอทั้งสองในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการจับมือของบริษัทยักษ์ใหญ่ตามกระแส AI แต่มันคือบทต่อไปของความสัมพันธ์ของทั้งสองบริษัทนี้ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว
Jensen Huang ย้อนความหลังว่าความร่วมมือระหว่าง NVIDIA และ Dassult Systèmes เริ่มขึ้นตั้งแต่ยุคที่โลกคอมพิวเตอร์กำลังเปลี่ยนผ่านจากการใช้ Unix Workstation มาเป็น Windows ในตอนนั้น NVIDIA เป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีอย่าง OpenGL และร่วมกันสร้างนวัตกรรมที่ชื่อว่า CGFX ซึ่งในเวลาต่อมามันได้วิวัฒนาการกลายเป็น CUDA ขุมพลังเบื้องหลัง AI ที่คนทั้งโลกใช้กันอยู่ในปัจจุบัน
Jensen Huang ถึงกับเอ่ยปากว่า CATIA (ซอฟต์แวร์ของ Dassault Systèmes) คือสิ่งที่พา NVIDIA เข้าสู่โลกของอุตสาหกรรมอย่างเต็มตัว ความสัมพันธ์นี้จึงมีความหมายลึกซึ้งมากสำหรับเขา จากการทำกราฟิกให้สมจริงในอดีต วันนี้ทั้งสองบริษัทกำลังนำเทคโนโลยี RTX, CUDA-X และ Omniverse เข้ากับหัวใจของ Dassault เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ
ก่อนจะไปถึงเรื่อง AI สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ ความเปลี่ยนแปลงของโลกอุตสาหกรรม Pascal Daloz ชี้ว่า ในศตวรรษที่ 20 อุตสาหกรรมเน้นการผลิตวัตถุ แต่ในศตวรรษที่ 21 นี้ โลกกำลังเปลี่ยนไปสู่การผลิต ‘ความรู้และทักษะ’ เพื่อให้องค์ความรู้ด้านการออกแบบไม่จำกัดอยู่แค่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีกต่อไป
Dassault Systèmes จึงไม่ได้มองว่าตนเองสร้างเพียงแอปพลิเคชัน 3 มิติ แต่กำลังสร้าง 'โรงงานผลิตความรู้' แพลตฟอร์มที่องค์ความรู้ถูกขยายผลและตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่วัตถุจริงจะถูกสร้างขึ้น ซึ่ง Jensen Huang เสริมว่าในอนาคต มนุษย์อาจใช้เวลา 100% ในโลกดิจิทัลเพื่อออกแบบและจำลองทุกอย่าง ก่อนลงมือสร้างจริง

Pascal Daloz ให้ความเห็นต่อ AI อย่างน่าคิดว่า Large Language Model สร้างดาวเทียมไม่ได้ ออกแบบรักษายารักษามะเร็งไม่ได้ เพราะ LLM ที่เราตื่นเต้นกันนั้น เก่งเรื่องไวยากรณ์และการแต่งประโยค แต่ขาดความเข้าใจในความจริงของโลก
สิ่งที่โลกอุตสาหกรรมต้องการคือ Industrial World Model หรือแบบจำลองของโลกแห่งความจริง AI โดย Jensen Huang ขยายความว่า AI ยุคต่อไปต้องเข้าใจกฎฟิสิกส์ (Physical AI) เข้าใจแรงโน้มถ่วง แรงเสียดทาน และความเป็นเหตุเป็นผล เปรียบเสมือนการล้มโดมิโน ที่ AI ต้องรู้ว่าถ้าตัวแรกล้ม ตัวต่อไปที่สัมผัสกันต้องล้มตาม ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญทางฟิสิกส์ที่ LLM ทั่วไปไม่มี
Jensen Huang อธิบายเพิ่มเติมว่าทำไมเรถึงต้องการ AI มาช่วยจำลองฟิสิกส์ เขาบอกว่ามันเหมือนกับเวลาสุนัขกระโดดงับลูกบอล สุนัขไม่ได้นั่งคำนวนสูตรฟิสิกส์หรือแรงลม แต่มันใช้สัญชาตญาณและการเรียนรู้เพื่อทำนายจุดที่ลูกบอลจะตก เพื่อกระโดดงับได้อย่างแม่นยำ
การจับมือกันครั้งนี้คือการนำขุมพลัง Accelerated Computing ของ NVIDIA มาผสานเข้ากับ Virtual Twin แบบ Science-validated ของ Dassault Systèmes เพื่อสร้าง AI ที่เรียนรู้กฎฟิสิกส์ ทำให้สามารถทำนายผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นบนโลกเสมือน เช่น การชน หรือความเสียหายของวัสดุได้แม่นยำ และรวดเร็วกว่าเดิมถึง 10,000 เท่า

Jensen Huang เปิดเผยว่าโลกกำลังเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งใหม่ที่ต้องมีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดยักษ์ นั่นคือ AI Factory หรือ Data Center ขนาดมหึมาเพื่อเทรน AI ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ด้วยมูลค่าการลงทุนมหาศาลขนาดนี้ ความผิดพลาดจึงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ NVIDIA จึงใช้ซอฟต์แวร์ของ Dassault Systèmes ในการออกแบบโรงงานเหล่านี้แบบ Virtual Twin หรือโรงงานเสมือนจริง 100%
พวกเขาจำลองตั้งแต่ชิ้นส่วนระดับ Bill of Material การวางเครื่อง Supercomputer แพลตฟอร์ม Rubin การเดินระบบระบายความร้อน ไปจนถึงการทดสอบหุ่นยนต์ AI ที่จะเข้าไปทำงานในนั้น
ทุกอย่างถูกจำลองและทดสอบในโลกเสมือนก่อนที่จะมีการนำไปใช้งานจริง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีชิ้นส่วนไหนที่ใช้ไม่ได้ หรือระบบไหนที่ล้มเหลว
อีกหนึ่งสิ่งที่น่าจับตามองคือการเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน Jensen Huang มองว่าในอนาคต วิศวกรและนักออกแบบทุกคนจะมี Virtual Companions หรือทีมงาน AI ส่วนตัวคอยช่วยเหลือ
AI เหล่านี้จะไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นเพื่อนคู่คิดที่จดจำทักษะ ความชอบ และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน เปรียบเสมือนการโคลนนิ่งความเชี่ยวชาญของเราเก็บเอาไว้ ทำให้มนุษย์สามารถถอยออกมาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการที่คอยสั่งการให้ AI ไปสำรวจความเป็นไปได้นับร้อยนับพันแบบ แล้วนำกลับมาให้เราเลือกสิ่งที่ดีที่สุด
Jensen Huang ยกตัวอย่างภาพอนาคตว่า "คุณอาจจะสั่งงานลูกน้อง AI ก่อนไปดื่มค็อกเทลตอน 4 โมงครึ่ง ว่าขอดีไซน์แบบนี้ 10 แบบ แบบนั้น 3 แบบ พอกลับมาคุณก็แค่เลือกสิ่งที่ดีที่สุด" นี่คือภาพของคนที่จะเปลี่ยนบทบาทจากคนเขียนแบบ เป็นผู้จัดการทีม AI แทน
Jensen Huang ทิ้งท้ายว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุค Re-industriallizing และเริ่มการสร้างโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเขาประเมินมูลค่าการลงทุนในอีก 10 ปีข้างหน้าไว้ว่าอาจอยู่ที่ราว 85 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ
เม็ดเงินมหาศาลนี้จะถูกใช้ไปกับการออกแบบ จำลอง และตรวจสอบทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่โรงงานผลิตชิปไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทั้งหมดจะต้องถูกสร้างและทดสอบในโลกเสมือนก่อน เพราะในยุคต่อไป ทุกสิ่งจะถูกกำหนดด้วยซอฟต์แวร์ และขับเคลื่อนด้วย AI
อ้างอิง : Dassault Systèmes และข้อมูลจากงาน 3DEXPERIENCE World 2026
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด