อดีตผู้นำ Google วิจารณ์บริษัท เพราะนโยบาย WFH ทำให้ตามหลังคู่แข่ง

Eric Schmidt อดีต CEO และประธานบริษัทของ Google วิจารณ์นโยบายการทำงานแบบ Remote Work ของต้นสังกัดเก่า ว่าเป็นเหตุที่ทำให้ไม่สามารถไปสู้ใครได้ด้านปัญญาประดิษฐ์

ในการบรรยายที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด Schmidt ถูกถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในอุตสาหกรรม AI ที่ตำแหน่งผู้นำเป็นของบริษัทสตาร์ทอัพอย่าง OpenAI หรือ Anthropic ไม่ใช่ Google และตัวเขาชี้ว่าสาเหตุหนึ่งมาจากนโยบายการทำงานแบบ Remote Work และการสร้าง Work Life Balance

“Google เลือกแล้วว่าความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน การกลับบ้านเร็ว และการทำงานจากที่บ้านมีความสำคัญมากกว่าการชนะ” Schmidt กล่าว พร้อมบอกด้วยว่าเหตุผลที่สตาร์ทอัพประสบความสำเร็จเพราะพวกเขาทำงานอย่างหนัก

"ผมขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ แต่ความจริงก็คือ หากคุณทุกคนออกจากมหาวิทยาลัยและไปก่อตั้งบริษัท คุณจะไม่อนุญาตให้ผู้คนทำงานจากที่บ้านและเข้ามาทำงาน (ที่ออฟฟิศ) เพียงวันเดียวในหนึ่งสัปดาห์ หากคุณต้องการแข่งขันกับสตาร์ทอัพอื่นๆ"

วิดีโอการบรรยายที่สแตนฟอร์ดได้เผยแพร่ออกมาไม่กี่วันที่ผ่านมา ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นวิดีโอแบบส่วนตัว นอกจากนั้น Schmidt ยังออกมาขอโทษผ่านอีเมลที่ส่งถึง TechCrunch ด้วย “ผมพูดผิดไปเกี่ยวกับ Google และชั่วโมงการทำงานของพวกเขา ผมเสียใจที่ทำผิด”

ผู้สื่อข่าวจาก  TechCrunch  รายงานว่า ในช่วงหนึ่งของวิดีโอ Schmidt บอกกับผู้ชมว่าให้เก็บสิ่งที่เขาบอกไว้เป็นความลับ เป็นไปได้ว่าเจ้าตัวคงไม่รู้ว่าจะมีการอัดวิดีโอและเผยแพร่ทางออนไลน์ 

ส่วนด้าน Google ไม่ได้ออกมาตอบโต้อะไร แต่นโยบายบริษัทเกี่ยวกับการ Work From Home ที่ปรับล่าสุดเมื่อปี 2022 บอกชัดเจนว่าปัจจุบันพนักงาน Google ทำงานแบบไฮบริด เข้าออฟฟิศ 3 วัน และทำงานจากระยะไกลอีก 2 วัน และใช้การเข้าออฟฟิศเป็นตัวชี้วัดในการประเมินผลการปฏิบัติงานด้วย 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Grab หั่น GP เหลือ 9% สมัครร่วมโครงการฯ กับ GrabFood ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569

Grab Thailand ขานรับนโยบายรัฐหั่น GP เหลือ 9% พร้อมอัดสินเชื่อร้านอาหารสูงสุด 2 ล้านบาท และแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ 10 เด้ง ดันยอดขายฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ อ่านขั้นตอนสมัครที่นี่...

Responsive image

ไต้หวันคือ 'ศูนย์กลางของการปฏิวัติ AI' ทำไม NVIDIA ถึงทุ่มหนักมากขึ้น 10 เท่า เบื้องหลังแคมปัสใหม่ Constellation ของ NVIDIA

เมื่อ 4-5 ปีก่อน NVIDIA ใช้เงินซื้อของจากซัพพลายเออร์ในไต้หวันราว 10,000-15,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี วันนี้ตัวเลขนั้นอยู่ที่ราว 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี และ Jensen Huang เพิ่งประกาศกลา...

Responsive image

ชวนดู ‘โมเดลสีคิ้ว’ กรณีศึกษา Smart City ท้องถิ่นที่เริ่มจากการแก้ปัญหาใกล้ตัว สู่การใช้ Data จัดการทั้งเมือง

เมื่อพูดถึงคำว่า ‘Smart City’ หรือเมืองอัจฉริยะ หลายคนอาจนึกภาพเมืองที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่สำหรับสีคิ้วการสร้างเมืองอัจฉริยะเริ่มต้นมาจากจุดมุ่งหมายเดียว นั่นคือการทำให้ป...