Go-Jek บริการเรียกรถผ่านแอปจากอินโดนีเซีย เตรียมเปิดตัวที่สิงคโปร์ภายในตุลาคมนี้

'Go-Jek' Startup ผู้ให้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ หรือ Ride-Hailing ซึ่งเป็น Unicorn จากประเทศอินโดนีเซีย เปิดตัวบริการในไทย (ใช้ชื่อว่า GET!) และเวียดนาม (ใช้ชื่อว่า GO-VIET) ไปแล้ว ล่าสุด Go-Jek ระบุว่าต้องการเปิดตัวในสิงคโปร์ให้ทันในเดือนตุลาคมนี้ ส่วนการเปิดตัวในฟิลิปปินส์ยังรอหน่วยงานภาครัฐอนุมัติอยู่ Photo: Techsauce

ก่อนหน้านี้ Techsauce ได้ติดตามและรายงานข่าว Unicorn สุดร้อนแรงจากอินโดนีเซียอย่าง 'Go-Jek' ซึ่งเป็น Startup ผู้ให้บริการเรียกรถผ่านแอปฯ หรือ Ride-Hailing มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การขอบคุณ Uber ที่เข้ามาในตลาด Southeast Asia จนนำมาสู่การประกาศขยายบริการตัวเองออกสู่ 4 ประเทศ คือ เวียดนาม, ไทย, ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ โดยได้เปิดตัว GO-VIET ในเวียดนาม และเปิดตัว GET ในไทยที่งาน Thailand Digital Big Bang 2018 รวมถึงกำลังจะได้เงินลงทุนอีก 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อีกด้วย

ล่าสุด TechCrunch รายงานว่า มีแหล่งข่าวระบุว่า Go-Jek ต้องการเปิดตัวบริการ Ride-hailing ให้ได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ เนื่องจากเป็นตลาดที่สำคัญในเชิงสัญลักษณ์ ถึงแม้จะมีจำนวนผู้ใช้ไม่มากก็ตามที แต่สิงคโปร์ยังไม่อนุญาตให้ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์นำรถมาใช้บริการใน Ride-hailing ได้ ต่างจากอินโดนีเซีย, เวียดนาม และไทยที่อนุญาตให้ประกอบกิจการได้ ถึงอย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาก็มีรายงานข่าวออกมาว่า Go-Jek ก็คุยกับ ComfortDelGo ผู้ให้บริการแท็กซี่ในสิงคโปร์เพื่อร่วมจับมือให้บริการ Ride-hailing แทนที่พันธมิตรเดิมอย่าง Uber ด้วยเช่นกัน

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Go-Jek ก็กำลังพยายามขออนุญาตกับหน่วยงานภาครัฐในประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อเตรียมให้บริการ Ride-hailing ในอนาคตด้วยเช่นกัน ล่าสุด The Jakarta Post ก็รายงานว่าตอนนี้ทาง Go-Jek ก็ยังรอการอนุมัติจากคณะกรรมาธิการกำกับดูแลและการให้บริการขนส่งทางบกของฟิลิปปินส์ (Land Transportation Franchising and Regulatory Board - LTFRB) ต่อไป ซึ่งทางคณะกรรมาธิการดังกล่าวระบุว่า Go-Jek ส่งเรื่องมาให้พิจารณาช้าพอสมควร

ส่วนคู่แข่งของ Grab ยังพยายามเดินตามยุทธศาสตร์ Every App อย่างต่อเนื่อง โดยพยายามเปิดตัวบริการใหม่ๆ ออกมา เช่น GrabExpress ในประเทศไทย, GrabAds โฆษณาติดบนรถของ Grab, เปิดตัวกองทุน Grab Ventures โดยประกาศลงทุนในประเทศอินโดนีเซียซึ่งมี Go-Jek อยู่อีกด้วย และล่าสุด Central Group เตรียมตัวถือหุ้นใน Grab อีกด้วย

ส่วนเคสที่ Grab ถูกคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าแห่งสิงคโปร์” หรือ Competition Commission of Singapore (CCS) ตั้งกรรมการเบรกดีลการควบรวมกิจการ Grab และ Uber ในประเทศสิงคโปร์ชั่วคราว ในที่สุดก็ถูก CCCS ปรับเป็นเงิน 13 ล้านเหรียญสิงคโปร์ ซึ่งแบ่งเป็นรายละ 6 ล้านเหรียญสิงคโปร์ และยังบังคับให้ Uber ต้องขายรถยนต์ที่เช่าจาก Lion City Rental ให้กับผู้ให้บริการ Ride-hailing รายอื่นนอกจาก Grab เพื่อป้องกันไม่ให้ Grab ครอบครองกิจการรถเช่าดังกล่าวอีกด้วย

เรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใครเลยสำหรับศึก Ride-hailing ในตลาด Southeast Asia ในครั้งนี้ ต้องจับตาว่าตั้ง Grab และ Go-Jek จะออกมาอะไรมาสู้กันอีกหลังจากนี้

อ้างอิงข้อมูลจาก TechCrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

มากกว่าแค่กระเป๋า แต่นี่คือ ‘บ้านเคลื่อนที่’ สำหรับคนไร้บ้าน ใบเดียวครบที่พัก แหล่งไฟและอุปกรณ์กู้ชีพ

นักศึกษาในซานฟรานซิสโกออกแบบกระเป๋าเป้โซลาร์เซลล์เพื่อช่วยเหลือผู้ไร้บ้าน โดยกระเป๋าสามารถทำหน้าที่เป็นทั้งที่พักชั่วคราว แหล่งพลังงานไฟฟ้าและชุดสิ่งของจำเป็นพื้นฐาน...

Responsive image

ไม่ต้องเขียนโค้ดก็สร้างเกมได้! Google เปิดตัว Project Genie เนรมิตโลก 3D ที่เดินเล่นได้จริงผ่าน AI

ทำความรู้จัก Project Genie จาก Google DeepMind นวัตกรรมสร้างโลกเสมือนแบบโต้ตอบได้ด้วย AI ขับเคลื่อนโดยโมเดลโลก Genie 3 และ Nano Banana Pro เปิดประสบการณ์สร้างโลกจากข้อความและรูปภาพ...

Responsive image

เมื่อเครื่องมือตรวจ AI ทำงานพลาด แต่นักศึกษาต้องเป็นคนรับกรรม เบื้องหลัง ‘AI Arms Race’ ในมหาวิทยาลัย

ศึก AI ในมหาวิทยาลัยสหรัฐฯ เมื่อระบบตรวจจับทำงานผิดพลาดจนนักศึกษาต้องใช้เครื่องมือ 'Humanizers' เพื่อเอาตัวรอด ธุรกิจฟอกขาวงานเขียนพุ่งทะยาน ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อใจ...