Google เปิดตัว Nano Banana 2 Lite สร้างภาพใน 4 วินาที พร้อม Gemini Omni Flash โมเดลวิดีโอที่สั่งแก้ได้ด้วยการพิมพ์คุย

ภาพหนึ่งภาพใน 4 วินาที ด้วยต้นทุนแค่ 0.034 ดอลลาร์สหรัฐ กับวิดีโอที่สั่งแก้ได้เหมือนพิมพ์คุยกับคนตัดต่อ คือของใหม่สองชิ้นที่ Google ปล่อยออกมาให้นักพัฒนาทั่วโลกพร้อมกันในคราวเดียว และเป็นการส่งสัญญาณชัดว่าสนามแข่งของสื่อที่สร้างด้วย AI (Generative Media) กำลังขยับจากเรื่อง 'สร้างได้สวยแค่ไหน' ไปสู่เรื่อง 'สร้างได้เร็วและถูกแค่ไหน แล้วแก้ต่อได้ลื่นแค่ไหน'

Google ประกาศเปิดตัวโมเดลใหม่ 2 ตัวสำหรับนักพัฒนา ได้แก่ Nano Banana 2 Lite โมเดลสร้างภาพที่เร็วที่สุดและคุ้มค่าที่สุดในตระกูล Gemini Image และ Gemini Omni Flash โมเดลสร้างและตัดต่อวิดีโอคุณภาพสูงที่รองรับการแก้ไขผ่านบทสนทนา (Conversational Editing) โดยจุดขายสำคัญคือการใช้สองโมเดลนี้ต่อกันเป็นสายพานการผลิตคอนเทนต์ครบวงจร ตั้งแต่ปั้นภาพความเร็วสูงไปจนถึงเสกภาพนิ่งให้กลายเป็นวิดีโอ

Nano Banana 2 Lite: เร็วสุด ถูกสุด แต่ตัวหนังสือในภาพยังคมชัด

Nano Banana 2 Lite หรือชื่อทางเทคนิคว่า Gemini 3.1 Flash Lite Image ถูกออกแบบมาเพื่องานที่ต้องระดมไอเดียเร็ว ๆ และสายพานการทำงานของนักพัฒนาที่เน้นปริมาณสูง ซึ่งความเร็วกับต้นทุนคือโจทย์ใหญ่ที่สุด โมเดลนี้สร้างภาพจากข้อความได้ภายใน 4 วินาที ในราคา 0.034 ดอลลาร์สหรัฐต่อภาพความละเอียดระดับ 1K เหมาะกับการทำต้นแบบเชิงโต้ตอบ การร่างภาพเร็ว ๆ ไปจนถึงงานที่ต้องคุมงบประมาณการประมวลผลอย่างเข้มงวด

ที่น่าสนใจคือแม้จะเป็นรุ่นที่เน้นความเร็วเป็นหลัก แต่ Google ยืนยันว่าโมเดลยังทำตามคำสั่ง (Prompt) ได้แม่นยำ รักษาความสม่ำเสมอของตัวละครในภาพได้ดี และเรนเดอร์ตัวหนังสือในภาพออกมาอ่านออกชัดเจน ซึ่งเป็นจุดที่โมเดลภาพขนาดเล็กมักพลาดกันบ่อย

สำหรับใครที่ยังใช้ Nano Banana รุ่นแรก (Gemini 2.5 Flash Image) อยู่ Google แนะนำให้ย้ายมาใช้ Nano Banana 2 Lite แทนได้ทันที เพราะได้ทั้งคุณภาพที่ดีขึ้น ความเร็วที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายที่ต่ำลงในคราวเดียว

แผนที่ตระกูล Nano Banana เลือกตัวไหนให้เหมาะกับงาน

ตอนนี้ตระกูล Nano Banana มีให้เลือก 4 รุ่นตามลักษณะงาน เริ่มจาก Nano Banana 2 Lite ที่สร้างมาเพื่อความเร็วล้วน ๆ เหมาะกับงานปริมาณมหาศาลที่ต้องการความหน่วง (Latency) ต่ำจนเกือบเรียลไทม์ ถัดมาคือ Nano Banana 2 (Gemini 3.1 Flash Image) ม้างานอเนกประสงค์ที่ให้สมดุลระหว่างคุณภาพ ความเร็ว และราคาดีที่สุด ส่วน Nano Banana Pro (Gemini 3 Pro Image) คือรุ่นท็อปสำหรับงานระดับมืออาชีพที่ซับซ้อน เน้นการควบคุมละเอียดและการใช้เหตุผลขั้นสูงในงานที่ความแม่นยำสำคัญกว่าความเร็ว ปิดท้ายด้วย Nano Banana รุ่นแรกที่กลายเป็นรุ่นเก่าซึ่ง Google แนะนำให้อัปเกรดหนีได้แล้ว

นอกจากฝั่งนักพัฒนา Nano Banana 2 Lite กำลังทยอยเข้าไปอยู่ในผลิตภัณฑ์ฝั่งผู้ใช้ทั่วไปของ Google ด้วย ทั้งโหมด AI Mode ในบริการค้นหา แอป Gemini รวมถึง NotebookLM, Google Photos, Stitch, Google Flow และ Google Ads

Gemini Omni Flash: ตัดต่อวิดีโอด้วยการพิมพ์คุย ในราคาเท่า Veo 3.1 Fast

อีกตัวที่เปิดตัวพร้อมกันคือ Gemini Omni Flash โมเดลที่ Google เผยโฉมครั้งแรกบนเวที Google I/O 2026 โดยคุณ Koray Kavukcuoglu ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Google DeepMind วางตำแหน่งไว้เป็นจุดบรรจบระหว่างความสามารถด้านการใช้เหตุผลแบบหลายรูปแบบ (Multimodal Reasoning) ของ Gemini กับการสร้างและตัดต่อวิดีโอ ตอนนี้โมเดลเปิดให้นักพัฒนาใช้งานแล้วในสถานะทดลองใช้แบบสาธารณะ (Public Preview) ผ่าน Gemini API และ Google AI Studio ในราคา 0.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อวิดีโอ 1 วินาที เท่ากับ Veo 3.1 Fast พอดี

ความสามารถเด่นของ Omni Flash คือการแก้ไขวิดีโอผ่านบทสนทนา แค่พิมพ์บอกเป็นภาษาธรรมชาติว่าอยากปรับตรงไหน โมเดลจะแก้เฉพาะจุดนั้นโดยคงส่วนอื่นของวิดีโอไว้ นอกจากนี้ยังรับข้อมูลอ้างอิงได้หลายรูปแบบพร้อมกัน ทั้งภาพ ข้อความ และวิดีโอ เพื่อคุมความสม่ำเสมอของฉาก และด้วยความที่สร้างบนฐานความรู้ของ Gemini โมเดลจึงดึงความเข้าใจเรื่องประวัติศาสตร์ ชีววิทยา ตรรกะการเล่าเรื่อง ไปจนถึงหลักฟิสิกส์อย่างแรงโน้มถ่วง มาประกอบวิดีโอให้สมจริงยิ่งขึ้น รวมถึงสั่งให้ตัวหนังสือและกราฟิกในวิดีโอขยับสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของฉากได้ผ่านการพิมพ์คำสั่งง่าย ๆ

ข้อมูลจากเอกสารนักพัฒนาของ Google ระบุว่าโมเดลสร้างวิดีโอความละเอียด 720p ความยาว 3 ถึง 10 วินาที รองรับทั้งแนวนอน 16:9 และแนวตั้ง 9:16 ส่วนฝั่งผู้ใช้ทั่วไป Gemini Omni เปิดให้สมาชิก Google AI Plus, Pro และ Ultra ใช้งานผ่านแอป Gemini, Google Flow และ YouTube Shorts โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

เมื่อจับสองโมเดลมาต่อท่อกัน จากเซลฟี่ธรรมดากลายเป็นคลิปเที่ยวรอบโลก

Google บอกเองว่าเวทมนตร์ของจริงจะเกิดขึ้นเมื่อใช้สองโมเดลนี้ต่อกันเป็นทอด ๆ โดยให้ Nano Banana 2 Lite ทำหน้าที่ปั้นภาพความเร็วสูง แล้วส่งภาพนั้นเป็นข้อมูลอ้างอิงต่อให้ Gemini Omni Flash แปลงเป็นวิดีโอคุณภาพสูง และเมื่อใช้ร่วมกับส่วนต่อประสานโปรแกรม (API) สำหรับการโต้ตอบต่อเนื่องที่ชื่อ Interactions API ระบบจะจดจำประวัติการแก้ไขในเซสชันนั้นไว้ ทำให้ผู้ใช้สั่งแก้ต่อเนื่องซ้อนกันได้สูงสุด 3 ครั้ง

เพื่อให้เห็นภาพว่าการต่อท่อนี้ทำอะไรได้บ้าง Google ปล่อยแอปตัวอย่างมาให้ลองรื้อโค้ดเล่น 3 ตัว ตัวแรกคือ Anywhere ที่ให้ถ่ายเซลฟี่หรืออัปโหลดรูป แล้ว Nano Banana 2 Lite จะพาเราไปโผล่ตามแลนด์มาร์กดังทั่วโลกในพริบตา พอคลิกที่ภาพ Omni Flash จะเสกภาพนั้นให้กลายเป็นคลิปเคลื่อนไหวของสถานที่นั้นทันที ตัวที่สองคือ Space Lift แอปออกแบบภายในที่แค่อัปโหลดรูปห้อง ระบบจะเนรมิตคอนเซปต์การตกแต่งหลากสไตล์ให้เลือก แล้วกดปุ่มวิดีโอเพื่อดู Omni พาชมห้องใหม่แบบภาพยนตร์ก่อนลงมือทำจริง และตัวสุดท้ายคือ Omni Product Studio ที่แปลงภาพนิ่งสินค้าจาก Nano Banana 2 Lite ให้กลายเป็นวิดีโอโฆษณาอีคอมเมิร์ซสไตล์ภาพยนตร์

ยังมีการบ้านต้องทำต่อ และทุกชิ้นงานฝังลายน้ำ SynthID

Gemini Omni Flash ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้ จึงมีข้อจำกัดที่ Google แจ้งไว้ตรง ๆ หลายข้อ ตอนนี้สร้างวิดีโอได้ยาว 10 วินาที โดยความยาวที่มากกว่านี้จะตามมาเร็ว ๆ นี้ การอัปโหลดไฟล์เสียงอ้างอิงและการต่อขยายฉากยังใช้ไม่ได้ใน Gemini API ส่วนการแนบวิดีโออ้างอิงความยาวไม่เกิน 3 วินาทีนั้นระบบรับไฟล์ได้แต่โมเดลยังประมวลผลไม่ถูกต้อง และความสม่ำเสมอของตัวละครเวลาเปลี่ยนฉากหรือแพนกล้องก็ยังมีสะดุดบ้าง ซึ่ง Google บอกว่ากำลังเร่งปรับปรุงอยู่ นอกจากนี้ฟีเจอร์แก้ไขวิดีโอที่ผู้ใช้อัปโหลดเองยังไม่เปิดให้ใช้ในเขตเศรษฐกิจยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร

ด้านความโปร่งใส ผลงานทุกชิ้นจากทั้ง Gemini Omni และ Nano Banana 2 Lite จะถูกฝังลายน้ำดิจิทัล (SynthID) ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และตรวจสอบได้ว่าคอนเทนต์ชิ้นไหนสร้างด้วย AI ผ่านแอป Gemini, Gemini ใน Chrome หรือบริการค้นหาของ Google

ตอนนี้ Nano Banana 2 Lite เปิดให้ใช้งานแล้วผ่าน Gemini API, Google AI Studio และ Gemini Enterprise Agent Platform ส่วน Gemini Omni Flash เปิดทดลองใช้แบบสาธารณะแล้วเช่นกันใน Google AI Studio และ Gemini API

ที่มา: Google, Google DeepMind, Google AI for Developers

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Apple เด้งเตือนบนหน้าจอล็อกผู้ใช้ iPhone ใน 110 ประเทศ เมื่อระบบตรวจพบสปายแวร์รับจ้างเล็งเป้า รวมสะสมแล้วกว่า 150 ประเทศ ตั้งแต่ปี 2021

Apple ส่งการแจ้งเตือนภัยคุกคามรอบใหม่ไปยังผู้ใช้ใน 110 ประเทศ เปลี่ยนจากอีเมลมาเป็นการเด้งเตือนบนหน้าจอล็อก iPhone พร้อมแนะนำให้เปิดโหมดล็อกดาวน์ ย้อนดูว่าการแจ้งเตือนแบบเดียวกันนี...

Responsive image

ญี่ปุ่นยังเชื่อมั่นไทย 5 ปีขอส่งเสริมลงทุน 3.96 แสนล้าน แต่เงินก้อนใหม่มุ่งไปที่การอัปเกรดโรงงานเดิม

บีโอไอหารือเจโทรและหอการค้าญี่ปุ่น เปิดตัวเลขคำขอส่งเสริมลงทุนญี่ปุ่น 5 ปี 1,380 โครงการ มูลค่า 396,000 ล้านบาท ผลสำรวจ 504 บริษัทชี้ ร้อยละ 59 เตรียมเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ ร้อยละ ...

Responsive image

World Bank ชี้ไทยติดท็อป 5 ประเทศที่ได้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทาน AI

ธนาคารโลกเปิดรายงานล่าสุดเรื่อง AI ประจำปี 2026 ระบุว่าไทยติดอันดับ 5 ของประเทศกำลังพัฒนาที่มีโอกาสได้ประโยชน์มากที่สุดจากเม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของ AI ทั้งเซมิคอนด...