Kerry Express ขนส่งยักษ์ใหญ่ไทยรายแรก เตรียมเทรดในตลาดหลักทรัพย์ 24 ธันวาคมนี้ ด้วยราคา IPO ที่หุ้นละ 28 บาท

บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) Kerry Express หรือ KEX เคาะราคาเสนอขายสุดท้ายหุ้น IPO ที่ 28 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น หลังนักลงทุนสถาบันแสดงความต้องการจองซื้อท่วมท้น มากกว่า 23 เท่าจากจำนวนหุ้นที่จัดสรรไว้ คาดพร้อมเข้าเทรดวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 24 ธันวาคมนี้  

บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)หรือ KEX ผู้นำด้านการให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนของประเทศไทย ประกาศราคาขายหุ้น IPO จำนวน 300 ล้านหุ้น ที่ราคา 28.00 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น คาดพร้อมเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันที่ 24 ธันวาคมนี้ ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์“ KEX” หลังนักลงทุนสถาบันแสดงความต้องการจองอย่างท่วมท้นมากกว่า 23 เท่า และประมาณ 10 เท่า จากกลุ่มนักลงทุนหลักแบบเฉพาะเจาะจง (Cornerstone Investors) ของจำนวนหุ้นที่จัดสรรไว้ ซึ่งบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ไปใช้ขยายธุรกิจ ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ชำระคืนเงินกู้และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ 

นางสาววีณา เลิศนิมิตร กรรมการบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม และนายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม เปิดเผยว่า KEX เป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะจากนักลงทุนสถาบัน (Bookbuilding) ที่ได้แสดงความต้องการจองซื้อที่ราคาสูงสุดหุ้นละ 28.00 บาท โดยมีความต้องการจองซื้อของนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างท่วมท้นมากกว่า 23 เท่าของจำนวนหุ้นที่จัดสรรแก่นักลงทุนสถาบัน จึงมีการกำหนดราคาเสนอขายสุดท้าย (Final Price) ที่หุ้นละ 28.00 บาท ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อ KEX ในฐานะผู้นำการให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนของประเทศไทย ด้วยศักยภาพที่โดดเด่น และแบรนด์ที่แข็งแกร่ง  

ปัจจุบัน เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ให้บริการจัดส่งพัสดุแบบครบวงจร ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกประเภท และมีเครือข่ายการให้บริการครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ด้วยจุดให้บริการกว่า 15,000 แห่ง พร้อมศูนย์กระจายพัสดุกว่า 1,200 แห่ง ทั้งยังมีศักยภาพในการให้บริการ เป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค และอยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากเทรนด์การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซและโซเชียลคอมเมิร์ซซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้บริการจัดส่งพัสดุด่วน โดยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจและความแข็งแกร่งของฐานะการเงินแก่บริษัทฯ













ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Trump และ 6 บริษัท AI ลงนามกติกา Super Intelligence ทุกคนต้องช่วยกันคุม AI ระดับสูง หลังเกิดเหตุการณ์คุมไม่อยู่

ประธานาธิบดี Donald Trump และผู้บริหารบริษัท AI ชั้นนำของสหรัฐฯ 6 ราย ลงนามใน White House Accord on Super Intelligence ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ...

Responsive image

BEHIND THE BOOTCAMP: เจาะลึก 7 Modules จาก Payment Infrastructure สู่การปั้น FinTech Talent

ในโลกการเงิน “กว่าจะปั้น FinTech Talent ขึ้นมาได้ 1 คน” ต้องผ่านอะไรบ้าง? พาเจาะเบื้องหลัง NITMX Fintech Bootcamp 2026: Unlocking the Future of Fintech โปรแกรมบ่มเพาะเชิงลึกครั้งแร...

Responsive image

ปตท. ตั้ง เชิดชัย บุญชูช่วย นั่ง CEO GPSC ศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ขึ้นแท่น CEO IRPC มีผล 1 ต.ค. เป็นต้นไป

กลุ่ม ปตท. เปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับสูง 2 ตำแหน่ง มีผลวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ได้แก่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ บมจ. โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC), CEO และกรรมการผู้จัดการใ...