Krungsri Finnovate วิเคราะห์ปัจจัย ความร้อนแรงดีลระดมทุนของ Startup ไทย ย้ำ แหล่งเงินทุน ยังคงเป็นหัวใจเร่งการเติบโต | Techsauce

Krungsri Finnovate วิเคราะห์ปัจจัย ความร้อนแรงดีลระดมทุนของ Startup ไทย ย้ำ แหล่งเงินทุน ยังคงเป็นหัวใจเร่งการเติบโต

จากสถานการณ์โควิด-19 ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจสตาร์ทอัพ ซึ่งมีความคล่องตัว ยืดหยุ่น และปรับตัวได้รวดเร็ว คือ ผู้รอดชีวิตที่แท้จริง แต่แล้วอะไรคืออุปสรรคปัญหาที่ฉุดรั้งให้สตาร์ทอัพจำนวนมากยังเติบโตได้อย่างไม่เต็มที่ และจะมีแนวทางในการแก้ไขหรือปัจจัยที่จะส่งเสริมสตาร์ทอัพอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร ลองมาฟังการวิเคราะห์อย่างถึงแก่นจากผู้คร่ำหวอดในวงการสตาร์ทอัพของเมืองไทย ที่ย้ำชัดถึงโอกาสที่สดใส พร้อมกะเทาะเปลือกปัญหา และเสนอแนะหนทางใหม่ที่จะทำให้วงการสตาร์ทอัพไทยบินได้ไกลไต่ระดับได้สูงกว่าที่เคย

Krungsri Finnovate

เมื่อถามว่าทำไมสตาร์ทอัพไทยจึงมีโอกาสพัฒนาต่อและเติบโตในทิศทางบวก คุณแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด เผยว่า ถ้าพิจารณาจากสถิติจะพบว่าตั้งแต่ปี 2015 สตาร์ทอัพไทยแข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยในปี 2020 พบการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพเติบโตกว่า 3 เท่าจากปกติ และคาดการณ์ว่าในปี 2022 จะเติบโตมากกว่าปีนี ถึง 50% ประกอบกับการมียูนิคอร์นไทยรายแรกอย่าง Flash Express ที่สะท้อนภาพความสำเร็จ  และแนวโน้มว่าสตาร์ทอัพหลายธุรกิจของไทย มีศักยภาพที่จะขยายกิจการจากในประเทศไปยังภูมิภาคได้

ตัวเลขความสำเร็จและปัจจัยบวกเหล่านี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสนับสนุนและลงทุนในเทคโนโลยีนวัตกรรมและสตาร์ทอัพทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคจากกรุงศรี ฟินโนเวต วิเคราะห์ว่าน่าจะมาจาก 2 สาเหตุหลัก นั่นคือ

1) การตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค เนื่องจากประเทศไทยมีอัตราการใช้สมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดียติดอันดับต้น ๆ ของโลก จึงส่งผลดีต่อธุรกิจสตาร์ทอัพที่ให้บริการในรูปแบบ B2C หรือการส่งต่อสินค้าและบริการไปถึงผู้บริโภคโดยตรง ผู้บริโภคได้ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นจากสตาร์ทอัพนั้นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย จึงเกิดการใช้งานแพร่หลายและใช้ซ้ำ 

ขณะเดียวกันสตาร์ทอัพที่ให้บริการในรูปแบบ B2B หรือมีเป้าหมายให้บริการลูกค้ากลุ่มองค์กรบริษัทต่าง ๆ ก็ยอมรับการใช้งาน Local Platform จากสตาร์ทอัพไทย และเห็นการเปลี่ยนบทบาทจาก “พนักงานบริษัท” มาเป็น “สตาร์ทอัพ” ทำโซลูชั่นตอบโจทย์องค์กรมากขึ้น  

2) นักลงทุนมีความมั่นใจ เนื่องจากที่ผ่านมามีนักลงทุนสนใจในธุรกิจสตาร์ทอัพเพิ่มขึ้นหลาย 10 เท่า ทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ อาทิ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อินเดีย และยุโรป โดยเงินทุนที่มาจาก Venture Capital เหล่านี้ นอกจากจะสามารถนำไปใช้เพื่อต่อยอดให้กับสตาร์ทอัพได้แล้ว ยังให้ผลประโยชน์ที่น่าพึงพอใจสำหรับนักลงทุน เพราะแทนที่จะต้องใช้เงินไปวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตนเอง ก็สามารถแบ่งการลงทุนมาลงในสตาร์ทอัพที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อนำเทคโนโลยีที่ได้ไปใช้กับบริษัทของตน

อีกทั้งยังเก็บเกี่ยวผลลัพธ์จากการลงทุนได้เป็นกอบเป็นกำ บวกกับการคาดการณ์ว่าในปี 2023 สตาร์ทอัพไทยจะเริ่มดำเนินการเพื่อเตรียมตัวจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้นักลงทุนในสตาร์ทอัพสามารถเข้ามาลงทุนได้ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ และสามารถ Exit ขายเพื่อทำกำไรได้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สตาร์ทอัพไทยพร้อมทะยานสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ในขณะที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่จากประสบการณ์การทำงานใกล้ชิดร่วมกับกับสตาร์ทอัพมากที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ร่วมทำงานกับสตาร์ทอัพกว่า 63 ราย มากกว่า 106 โปรเจคใน 37 หน่วยงานในเครือกรุงศรี

หากให้วิเคราะห์ทั้งโอกาสและอุปสรรคแล้ว มีข้อสงสัยต่อว่าแล้วสิ่งใดจะเป็น “ลมใต้ปีก” ที่จะพาสตาร์ทอัพบินสูงและไปได้ไกลขึ้น ซึ่งคุณแซมเผยมุมมองที่น่าสนใจว่า นักลงทุนจะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยเหลือสตาร์ทอัพเหล่านั้นในด้านหาเงินลงทุนมาเพิ่มเติม ดังนั้นหากประเทศไทยมีกองทุนอย่างเป็นรูปธรรมที่สามารถที่เปิดกว้างให้นักลงทุนที่สนใจเข้ามาเป็นร่วมลงทุนได้ง่ายขึ้น จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ทั้งยังมีส่วนกระตุ้นการเติบโตให้กับสตาร์ทอัพได้จริง

จากประสบการณ์การลงทุนมานานกว่า 10 ปีในกว่า 15 กิจการสตาร์ทอัพ รวมเงินลงทุนมากกว่า 1,500 ล้านบาทของกรุงศรี ฟินโนเวต พบว่านักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยมองเห็นเทรนด์ของสตาร์ทอัพ จึงเกิดแอคชั่นมากมาย ทั้งการร่วมลงทุนในรอบแรกๆ ซึ่งเป็น Early stage เรียกว่า Angel Investing Round และยังพบว่านักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่จะใช้ประเมินสถานะหรือมูลค่าทางธุรกิจสตาร์ทอัพโดยตรงได้มากขึ้น ซึ่งหากมีทีมงานและผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจการทำงานของสตาร์ทอัพ มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการลงทุน ก็จะสามารถช่วยนักลงทุนที่สนใจเลือกลงทุนในสตาร์ทอัพได้อย่างเหมาะสม สร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ขณะที่สตาร์ทอัพเองก็มีโอกาสเติบโตและแข่งขันในตลาดได้

คงต้องจับตาดูโอกาสการเข้ามาของกองทุนเพื่อลงทุนในสตาร์ทอัพ เพื่อการลงทุนแบบจริงจังจะเกิดขึ้นเมื่อไรและจะสามารถช่วยรันวงการ สร้างยูนิคอร์นไทยตัวใหม่ให้เติบโตได้วิ่งไกลไปเร็วเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้มากเพียงใด และจะมีแอคชั่นอะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง คงต้องรอติดตามตอนต่อไปอย่างใกล้ชิดกันเลยทีเดียว


RELATED ARTICLE

Responsive image

Robinhood จับมือ H SEM และ ETRAN เปิดสถานีเปลี่ยนแบต EV Bike เฟสแรก 14 จุด ทั่วกรุงเทพฯ รองรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าส่งอาหาร

Robinhood ฟู้ดเดลิเวอรีสัญชาติไทย จับมือสองพันธมิตร “H SEM” และ “ETRAN” เดินหน้าสานต่อโมเดล “Robinhood EV Bike” เปิดสถานีให้บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่เฟสแรก 14 จุด ทั่วกรุงเทพฯ เตรียมพ...

Responsive image

กลุ่มเซ็นทรัล ทุ่ม 4,500 ล้านบาท ปิดดีลซื้อหุ้น Grab ประเทศไทย ต่อยอดธุรกิจในอนาคต

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (CRC) ผู้นำค้าปลีกและแพลตฟอร์มออมนิแชแนลอันดับ 1 ของประเทศไทย ประกาศปิดดีลใหญ่ เข้าซื้อหุ้น Grab ประเทศไทย ซึ่งเป็นเบอร์ 1 Supera...

Responsive image

BITKUB M SOCIAL ค่าสมาชิกเริ่มต้น 12,000 ต่อปี มีอะไรให้ใช้บริการบ้าง

BITKUB M SOCIAL ดิจิทัลคอมมูนิตี้แห่งแรกของเมืองไทยที่จะเป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยน ความรู้ การจัดสัมมนาและการประชุม ทางด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล สนับสนุนในการส...