LINE ออก IPO เป็นหุ้นสายเทคโนโลยีใหญ่สุดประจำปี เปิดตัวที่ราคา 42 เหรียญสหรัฐฯ

LINE IPO

หลังจากเป็นข่าวกันมานานในที่สุด LINE แอปฯ​ แชตยอดนิยม (โดยเฉพาะบ้านเราด้วย) ก็ออก IPO ที่ New York Stock Exchange เป็นที่เรียบร้อยด้วยราคา 42 เหรียญสหรัฐฯ ถือเป็นบริษัทสายเทคโนโลยีที่ออกหุ้น IPO ใหญ่สุดประจำปี 2016

Naver บริษัทเจ้าของแอปฯ ชื่อดัง LINE เปิดขายหุ้นจำนวนทั้งสิ้น 22 ล้านหุ้นในตลาด New York Stock Exchange และ 13 ล้านหุ้นที่ Tokyo Stock Exchange ภายใต้ symbol "LN"  และที่น่าตื่นเต้นคือ ราคากระโดดขึ้นไปมากกว่า 30% หลังจากเปิดตัว ด้วยมูลค่าบริษัทมากกว่า 9 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ Jung-ho Shin co-founder และ chief global officer กล่าวว่าในอนาคต LINE ยังคงโฟกัสในตลาด Domestic ดังที่เป็นอยู่นี้มากกว่าจะขยายไปทั่วโลก

LINE ถือเป็นบริษัทลำดับที่ 5 ในสายเทคโนโลยีที่ออก IPO ในปีนี้ ซึ่งในเวลาเดียวกันนี้เมื่อปีก่อน มีถึง 14 บริษัทด้วยกัน ตลาด IPO ดูจะซบเซาไปหน่อย เพราะเมื่อเดือนก่อน ก็มีแค่ 31 บริษัทเท่านั้นที่ออก IPO ที่สหรัฐฯ ซึ่งตกมาจาก 69 บริษัทในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2015 และ 115 บริษัทในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2014 ต้องดูกันต่อว่าตัวเลขที่ถีบขึ้นไปสูงขึ้น 30% หลังจากเปิดตลาดของหุ้น LN สัปดาห์หน้าจะเป็นอย่างไร

ที่มา : CNBC

 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เมื่อกฎหมายไม่ใช่คอขวด เจาะอนาคตสินทรัพย์ดิจิทัลอาเซียน ผ่านรายงาน SCBX และ Hashed Open Research ชี้ทิศทางอนาคตการเงินดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

SCBX ร่วมกับ Hashed Open Research (HOR) หน่วยงานคลังสมองด้านนโยบายของ Hashed บริษัทเวนเจอร์แคปิทัลด้าน Web3 ระดับโลก เปิดตัวรายงาน "Powering Southeast Asia's Digital Future" ซึ่งกล...

Responsive image

สจล. ปรับบทบาทครั้งใหญ่ ให้เริ่มทำโปรเจกต์จริงตั้งแต่ปี 1 ตอบโจทย์แวดวง AI, Semiconductor, Data Center

สจล. ปรับบทบาทมุ่งสร้าง "นวัตกร" รองรับอุตสาหกรรมอนาคต ดันสถิติบัณฑิตมีงานทำพุ่ง 85% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ พร้อมคว้าอันดับ 1 มหาวิทยาลัยยอดนิยมสายวิทย์-เทคโนโลยี...

Responsive image

Hugging Face เล็งขายกิจการ คาดมูลค่าพุ่ง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เดินหน้าหาผู้ซื้อรายใหม่

Hugging Face กำลังเล็งขายกิจการ ซึ่งถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริงอาจดันมูลค่าบริษัทให้ทะยานสูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรืออาจมากกว่านั้น...