Microsoft เปิดโครงการ 'สมัครใจลาออก' ครั้งแรก คัดพนักงานออก 7% ทั่วสหรัฐฯ

ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี Microsoft กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายในองค์กร หลังมีรายงานว่าบริษัทเสนอโครงการสมัครใจลาออกให้แก่พนักงานในสหรัฐฯ สูงถึง 7% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 51 ปีของบริษัทที่ใช้วิธีนี้เพื่อลดจำนวนพนักงาน

เงื่อนไขและผลกระทบของการ Buyout

อ้างอิงจากบันทึกภายใน พนักงานที่จะได้รับสิทธิ์นี้ต้องมีผลรวมของอายุงานและอายุตัวรวมกันได้ 70 ปีขึ้นไป (เช่น อายุ 52 ปี + อายุงาน 18 ปี) โดยคาดว่าจะมีพนักงานเข้าข่ายประมาณ 8,750 คน (จากพนักงานทั้งหมดในสหรัฐฯ 125,000 คน)

โครงการนี้มีมาเพื่อเพื่อลดจำนวนพนักงาน หลังจากที่ผ่านมาใช้วิธีเลิกจ้างไปแล้วหลายระลอก โดยล่าสุดเพิ่งตัดลดไป 9,000 ตำแหน่งเมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว

ไม่เพียงแต่พนักงานระดับปฏิบัติการเท่านั้น แต่ในปี 2026 นี้ Microsoft ยังเผชิญกับภาวะสมองไหลในระดับผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นผลมาจากความกดดันในการเดิมพันด้าน AI และราคาหุ้นที่ผันผวน มีผู้บริหารคนสำคัญที่โบกมือลาไปไม่น้อย อาทิ

  1. Phil Spencer: CEO ของ Microsoft Gaming (Xbox) ประกาศเกษียณอายุหลังร่วมงานมาเกือบ 40 ปี
  2. Sarah Bond: อดีตประธาน Xbox ลาออกหลังบริษัทเลือก Asha Sharma ขึ้นมาคุมทัพแทน
  3. Rajesh Jha: รองประธานบริหารกลุ่ม Experiences and Devices (ดูแล Windows และ Office) เกษียณอายุหลังทำงานมา 35 ปี
  4. Julia Liuson: หัวหน้าแผนก Developer Division ลาออกหลังอยู่กับบริษัทมา 34 ปี
  5. Vishnu Nath: ย้ายไปร่วมงานกับ Google 
  6. Eric Boyd: อดีตประธาน AI Platform ย้ายไปร่วมงานกับ Anthropic

การลาออกของคนระดับตำนานหลายคน ส่งผลให้ Satya Nadella ต้องปรับผังองค์กรใหม่ เช่น ผู้นำทีม Windows และ Office จะขึ้นตรงต่อ Nadella โดยตรง, มีการแต่งตั้ง Jacob Andreou คุมบังเหียน Copilot ทั้งฝั่งลูกค้าทั่วไปและธุรกิจ เพื่อสู้กับ ChatGPT และ Gemini

และยังมีรายงานว่า GitHub เริ่มสูญเสียความเป็นอิสระและถูกดึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทีม CoreAI ของ Microsoft มากขึ้น ท่ามกลางปัญหาด้านระบบล่มบ่อยครั้งจนพนักงานภายในเริ่มกังวล

สถานการณ์นี้สะท้อนว่า Microsoft กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่เจ็บปวด การปรับปรุงระบบโบนัสและผลตอบแทนใหม่ รวมถึงการผลักดันให้ใช้ AI Agent ในการเขียนโปรแกรม (ตามรอย Amazon และ Google) กำลังสร้างความกดดันให้แก่พนักงานรุ่นเก่า

คาดว่าในช่วงเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ของบริษัท เราอาจได้เห็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรที่รุนแรงกว่านี้อีกระลอก

อ้างอิง: cnbc, techcrunch, theverge

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

CATL เปิดตัวแบตเตอรี่ EV รุ่นใหม่ ชาร์จเต็มเร็วใน 6 นาทีครึ่ง ไวแทบจะเท่าการแวะเติมน้ำมัน

เทคโนโลยีแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ก้าวไปอีกขั้นแล้ว ตอนนี้เรากำลังเข้าใกล้จุดที่การชาร์จไฟรถอีวีจะใช้เวลาพอๆ กับการแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม ล่าสุดบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านแบตเตอรี่จากจีนอย่...

Responsive image

รู้จักทฤษฎี Boiling Frog ภาวะที่ AI ต้มสมองจนเปื่อย ยิ่งใช้บ่อย สมองยิ่งสูญเสียทักษะการคิด

การมี AI มาช่วยทำงานดูเหมือนจะเป็นเรื่องดีที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ผลการศึกษาล่าสุดเตือนว่า การให้ AI คิดแทนเราบ่อยๆ กำลังส่งผลเสียร้ายแรงต่อสมองและนิสัยการทำงาน...

Responsive image

นักศึกษาอินเดียหัวหมอ สร้าง AI Influencer หารายได้ ขายคอนเทนต์ให้กลุ่มอวยทรัมป์ ผลลัพธ์ทึ่ง ทำเงินได้มหาศาล

นักศึกษาแพทย์วัย 22 ปีจากอินเดีย ที่ใช้ AI ปั้น Emily Hart อินฟลูเอนเซอร์สาวปลอมขึ้นมาเอาใจกลุ่มสายอนุรักษ์นิยมและผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ (MAGA) จนสามารถทำรายได้หลายพันดอลลาร์ต่อ...