เครื่องพิมพ์ 3 มิติจาก MIT สร้างมอเตอร์ขยับได้ใน 3 ชม. ช่วยลดการพึ่งพา Supply Chain ในอนาคต

ลองจินตนาการว่าสายการผลิตในโรงงานหยุดชะงักเพราะมอเตอร์ตัวเดียวพัง และต้องรอสั่งอะไหล่จากต่างประเทศนานเป็นสัปดาห์ นั่นคือปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในอุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลก แต่ทีมนักวิจัยจาก MIT กำลังจะเปลี่ยนสมการนี้ ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D ที่สามารถผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าได้ทั้งชิ้น ในที่เดียว ในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง

วิศวกรรมที่ซ่อนอยู่ในเครื่องพิมพ์เดียว

สิ่งที่ทำให้งานวิจัยชิ้นนี้แตกต่างจาก 3D Printing ทั่วไปคือความสามารถในการใช้ วัสดุ 5 ชนิดพร้อมกัน ในกระบวนการพิมพ์ครั้งเดียว ได้แก่

  • PLA ใช้เป็นโครงสร้างหลักและฉนวนไฟฟ้า
  • Silver Conductive Ink ทำหน้าที่เป็นตัวนำไฟฟ้า โดยมีค่าความต้านทานต่ำกว่าพลาสติกผสมทองแดงถึง 1,000 เท่า
  • FeSiAl-doped Nylon (Pellet) สำหรับแกนแม่เหล็กอ่อน (Soft Magnetic Core)
  • Strontium Ferrite-doped Nylon (Pellet) สำหรับแม่เหล็กถาวร (Hard Magnet)
  • FiberFlex 40D TPU สำหรับสปริงยืดหยุ่น

ทีมวิจัยได้ดัดแปลงเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์รุ่น E3D Motion System and ToolChanger โดยติดตั้งหัวฉีด 4 แบบ ได้แก่ Filament Extruder, Pellet Extruder, Ink Extruder ที่สร้างขึ้นเองจากศูนย์ และ Heater สำหรับอบหมึกนำไฟฟ้าให้แห้ง ต้นทุนรวมในการสร้างระบบทั้งหมดอยู่ที่ ต่ำกว่า 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ผลลัพธ์ที่วัดได้จริง

มอเตอร์ที่พิมพ์ออกมาไม่ได้แค่ทำงานได้แต่มีตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างมาก

  • Solenoid ที่พิมพ์ด้วย Silver Ink สร้างสนามแม่เหล็กได้สูงถึง 2.03 mT ซึ่งสูงกว่า Solenoid จาก 3D Printing ที่รายงานก่อนหน้านี้เกือบ 4 เท่า
  • มอเตอร์ทำงานที่ความถี่เรโซแนนซ์ 41.6 Hz และมีการเคลื่อนที่สูงสุดที่ 318 ไมโครเมตร
  • ขั้นตอนหลังการพิมพ์มีเพียงแค่หนึ่งขั้นตอน คือการทำให้แม่เหล็กถาวรมีสนามแม่เหล็กโดยใช้อุปกรณ์ภายนอก

ต้นทุนวัสดุทั้งหมดอยู่ที่เพียง 50 เซนต์ หรือประมาณ 17 บาทต่อชิ้น

ความท้าทายที่ต้องฝ่าฟัน

กว่าจะถึงจุดนี้ ทีมวิจัยต้องแก้โจทย์วิศวกรรมที่ซับซ้อนหลายชั้น เพราะวัสดุแต่ละชนิดมีกระบวนการพิมพ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น Silver Ink ต้องการการอบที่ 80°C ซึ่งหากร้อนเกินไปจะทำลายโครงสร้าง PLA ที่พิมพ์ไปก่อนหน้า ทีมวิจัยจึงต้องออกแบบ Heater Tool ที่ลอยอยู่สูงจากชิ้นงาน 1.5 มม. พร้อมควบคุมอุณหภูมิและความเร็วอย่างละเอียด

"ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่มากคือการนำวิธีการพิมพ์แบบ Extrusion ที่มีหลากหลายรูปแบบมาผสานเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อในระบบเดียว" Velásquez-García นักวิจัยอาวุโสและ Principal Research Scientist แห่ง MIT Microsystems Technology Laboratories กล่าว

นัยสำคัญต่ออนาคตการผลิต

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Virtual and Physical Prototyping โดยทีมตั้งเป้าหมายระยะถัดไปไว้ 3 ด้าน ได้แก่ การบูรณาการขั้นตอนการทำให้แม่เหล็กมีสนามแม่เหล็กเข้าไปในกระบวนการพิมพ์โดยตรง การสาธิตการพิมพ์มอเตอร์แบบหมุน (Rotary Motor) และการผลิตทุกชิ้นส่วนในขั้นตอนเดียวโดยไม่ต้องประกอบเพิ่ม

"เรามีโอกาสเปลี่ยนแปลงวิธีการผลิตสิ่งต่างๆ ได้อย่างพื้นฐาน ด้วยการผลิตฮาร์ดแวร์ในสถานที่จริงในขั้นตอนเดียว แทนที่จะต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานระดับโลก" Velásquez-García กล่าว

ในระยะยาว เทคโนโลยีนี้อาจเปิดทางให้ผู้ผลิตทุกขนาด ตั้งแต่โรงงานขนาดใหญ่ไปจนถึงนักพัฒนาหุ่นยนต์อิสระ สามารถสร้างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนดเองได้ทันทีที่ต้องการ โดยไม่ต้องรอหรือสต็อกอะไหล่ล่วงหน้า

ที่มา: Futurism, MIT

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ไทยต้องเตรียมรับแรงกระแทกด้านไหน อย่างไร เมื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลาม และอิหร่านปิด Strait of Hormuz

สรุปจากการรับฟังทีมผู้บริหาร ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) เผยข้อมูล ผลกระทบ ฉากทัศน์ ฯลฯ อันเป็นผลสืบเนื่องจากสงครามในอิหร่าน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ที่ส่งแรง...

Responsive image

LINE SCALE UP สนับสนุน Venture Spark Cohort 2: เปิดโอกาสเข้าถึงผู้ใช้กว่า 56 ล้านคนในประเทศไทย ร่วมกับ depa, ExpresSo NB และ InnoSpace (Thailand)

Venture Spark เปิดตัว Cohort 2 จับมือ LINE SCALE UP มอบโอกาสให้สตาร์ทอัพเข้าถึงผู้ใช้ 56 ล้านคน พร้อมรับการสนับสนุนจาก depa, ExpresSo NB และ InnoSpace เพื่อเร่งการเติบโตและระดมทุนร...

Responsive image

Tellscore เปิดตัว 'Content Score' เครื่องมือวิเคราะห์คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย เปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็น 'คำตอบ' สำหรับนักการตลาด

Tellscore เปิดตัว Content Score เครื่องมือวิเคราะห์คอนเทนต์โซเชียลมีเดียเชิงลึกด้วย RACE Funnel เจาะดาต้าอารมณ์ผู้ชม เปรียบเทียบคู่แข่ง พร้อมหาฐานลูกค้าใหม่ ตัวช่วยที่นักการตลาดและ...