พบ ‘สารบำรุงผิว’ ชนิดใหม่ ซ่อนอยู่ในกากรำข้าว ทดลองแล้วล็อกความชุ่มชื้นได้ดี ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว

พบ ‘สารบำรุงผิว’ ชนิดใหม่ ซ่อนอยู่ในกากรำข้าว

กากรำข้าวที่ได้จากกระบวนการผลิตน้ำมันรำข้าวถูกใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและอาหารเสริมมาอย่างยาวนาน แต่ล่าสุดนักวิจัยญี่ปุ่นค้นพบว่าวัตถุดิบนี้ยังซ่อน ‘สารบำรุงผิว’ ชนิดใหม่ที่ไม่เคยมีใครพบมาก่อน งานวิจัยระบุว่าสารที่ค้นพบมีทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ oryzaceramide A, B และ C  โดยเฉพาะ oryzaceramide A ที่แสดงผลชัดเจนในการช่วยให้ผิวเก็บความชุ่มชื้นได้ดีและทำให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรงขึ้น

สารนี้คืออะไร ?

สารที่ค้นพบอยู่ในกลุ่มเดียวกับ ‘เซราไมด์’ ซึ่งเป็นไขมันธรรมชาติที่อยู่ในผิวของเรา ทำหน้าที่เหมือนปูนที่เชื่อมอิฐ ช่วยให้ผิวไม่แห้ง ไม่ระคายเคืองและไม่สูญเสียน้ำง่าย ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์รู้จักเซราไมด์จากพืชและสัตว์อยู่แล้ว แต่รูปแบบของสารที่พบครั้งนี้เป็นโครงสร้างแบบใหม่ที่ยังไม่เคยพบในพืช ทีมวิจัยจึงได้แยกสารเหล่านี้ออกมาจากรำข้าวและตรวจสอบโครงสร้างอย่างละเอียดจนยืนยันได้ว่าเป็นสารชนิดใหม่จริง ๆ และไม่ใช่สิ่งที่เคยรู้จักมาก่อน

ทดสอบแล้ว ช่วยให้ผิวเก็บน้ำได้ดีขึ้น

เพื่อดูว่าสารนี้มีประโยชน์ต่อผิวจริงหรือไม่ นักวิจัยได้นำไปทดสอบกับผิวจำลองของมนุษย์ โดยดูว่าผิวสูญเสียน้ำออกไปมากน้อยแค่ไหน ผลที่ได้คือ oryzaceramide A ช่วยลดการสูญเสียน้ำจากผิวได้อย่างชัดเจน หมายความว่าผิวสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี ผิวแข็งแรงและแห้งยากขึ้น ในขณะที่อีก 2 ชนิดไม่เห็นผลแบบเดียวกัน

นักวิจัยจึงอธิบายว่าความแตกต่างเล็ก ๆ ในโครงสร้างของสารอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ oryzaceramide A ทำงานได้ดีกว่าอีกสาร 2 ชนิด 

นอกจากจะสามารถนำไปใช้ในเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว การค้นพบครั้งนี้ยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจโลกของสารในธรรมชาติมากขึ้น เพราะสารในกลุ่มนี้มักใช้เป็นตัวบ่งชี้วิวัฒนาการ การค้นพบโครงสร้างใหม่ในพืชจึงทำให้นักวิจัยตั้งคำถามว่าพืชสร้างสารเหล่านี้ได้อย่างไรและมีสารลักษณะนี้ซ่อนอยู่ในธรรมชาติอีกหรือไม่ 

จากกากรำข้าวสู่นวัตกรรม

งานวิจัยนี้นำโดยศาสตราจารย์ Toshio Morikawa จากมหาวิทยาลัย Kindai ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับภาคเอกชน ซึ่งในอีก 5–10 ปีข้างหน้าความรู้นี้อาจถูกนำไปต่อยอดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ สกินแคร์หรือวัตถุดิบชีวภาพใหม่ ๆ จากกากรำข้าว ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้สิ่งที่เคยถูกมองว่าไร้ค่าและอาจส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้บริโภคในระยะยาวได้ 

อ้างอิง: phys

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

อวท. ดันสตาร์ทอัพไทยไปตลาดโลก เปิดตัว ‘TSP Scale X Landing Program’ เปิดทางสตาร์ทอัพไทยโตข้ามพรมแดน พร้อมปูทางสตาร์ทอัพต่างชาติเข้าสู่ไทยและอาเซียน

อวท. โดย สวทช. เปิดตัว TSP Scale X Landing Program เชื่อมสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดโลก พร้อมสนับสนุนสตาร์ทอัพต่างชาติเข้าสู่ตลาดไทยและอาเซียน ผ่านเครือข่ายงานวิจัย ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน ...

Responsive image

บอร์ดบีโอไอ ปรับทิศทางส่งเสริมการลงทุนยุคใหม่ ชูเทคโนโลยี คน และซัพพลายเชนไทย

บอร์ดบีโอไอ หรือคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ปรับทิศทางและบทบาทการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทยครั้งใหญ่ โดยวางเป้าหมายใหม่ให้เม็ดเงินลงทุนที่ดึงเข้ามาต้องสร้างมูลค่าเพิ่มจริงและกระจา...

Responsive image

EV ฝั่งจีนขึ้นแท่นรถที่คนใช้งานสั้นกว่าโทรศัพท์ คนจีนใช้รถเฉลี่ยแค่ 1.8 ปีก็เปลี่ยน

คนจีนถึงเปลี่ยนรถ EV ไวกว่าสมาร์ตโฟน ด้วยอายุเฉลี่ยบนท้องถนนเพียง 1.8 ปี เจาะลึก 3 เหตุผลหลัก ทั้งเทคโนโลยีที่ไปไว ราคาขายต่อที่ตกแรง และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความอัจฉริยะ...