‘แก๊งเกาหลีเหนือ’ ปลอมตัวเป็น Dev อเมริกันรับงานทางไกล เบื้องหลังหาเงินให้โครงการอาวุธนิวเคลียร์ในเปียงยาง

ช่วงนี้มีข่าวหนึ่งที่เรียกเสียงฮือฮาไม่น้อย เมื่อกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดโปงปฏิบัติการครั้งใหญ่ ทลายเครือข่ายแรงงานไอทีเกาหลีเหนือที่แอบแฝงตัวเข้าไปทำงานกับบริษัทเทคโนโลยีในอเมริกา โดยไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขากำลังปั๊มรายได้ส่งกลับไปพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ให้รัฐบาลเปียงยาง !

แผนลับ IT แฝงตัว เพื่อปั๊มเงินให้โครงการนิวเคลียร์

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เพิ่งแฉเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า มีแรงงานไอทีเกาหลีเหนือจำนวนมาก แอบเข้ามาทำงานกับบริษัทเทคโนโลยีในอเมริกาแบบรีโมต โดยปลอมตัวเป็นชาวอเมริกัน ใช้เอกสารปลอม สมัครงาน ฝังตัวทำงานจริงเหมือนคนทั่วไป 

  • เขียนโค้ด 
  • เข้าประชุม 
  • ส่ง Pull Request ตรงเวลา 

แต่เบื้องหลังคือกำลังหาเงินส่งตรงกลับบ้าน เพื่อไปสนับสนุนโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของรัฐบาลเกาหลีเหนือ

เรื่องนี้เริ่มแดงขึ้นเมื่อกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ร่วมกับ FBI บุกค้นกว่า 21 จุดใน 14 รัฐ และสามารถยึดแล็ปท็อปไป 137 เครื่อง พร้อมโดเมนเว็บไซต์และบัญชีธนาคารที่ใช้ฟอกเงินอีกเพียบ

กระบวนการนี้ทำงานยังไง ?

คนที่เป็นเหมือนหัวขบวนคือ Zhenxing Danny Wang หนุ่มอเมริกันจากนิวเจอร์ซีย์ ที่ DOJ บอกว่าเขาเปิดบริษัทบังหน้าเพื่อคอยช่วยแรงงานไอทีเกาหลีเหนือสมัครงานกับบริษัทเทคสัญชาติอเมริกัน รับเงิน แล้วส่งต่อออกนอกประเทศ

ในทีมยังมีชาวจีนอีก 6 คน กับชาวไต้หวันอีก 2 คนที่ DOJ บอกว่ามีส่วนร่วม ทั้งในแง่ฟอกเงิน แฮกระบบ และฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรแบบครบเซ็ต

และทั้งหมดนี้สร้างรายได้มากกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับรัฐบาลเกาหลีเหนือ ผ่านงานเขียนโค้ดธรรมดาๆ ที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัย ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ บางคนที่แฝงตัวเข้าไปในบริษัท ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลลับได้ เช่น ซอร์สโค้ดจากบริษัทด้านเทคโนโลยีกลาโหมในแคลิฟอร์เนียที่ทำ AI สำหรับอุปกรณ์ทางทหาร

พูดง่ายๆ คือ ไม่ได้แค่ส่งเงินไปช่วยพัฒนาขีปนาวุธ แต่ยังขโมยสมองอเมริกันกลับบ้านด้วย

โดยกระบวนการทำงานของคนพวกนี้ไม่เพียงแค่ใช้ชื่อปลอม แต่ยังลงทุนตั้ง “ฟาร์มแล็ปท็อป” จริงจังในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นห้องๆ ที่มีคอมพิวเตอร์ต่อเน็ตเอาไว้ให้แรงงานจากเกาหลีเหนือควบคุมจากระยะไกลผ่านอุปกรณ์อย่าง KVM Switches (เครื่องที่ทำให้ควบคุมหลายคอมฯ ด้วยเมาส์กับคีย์บอร์ดเดียว)

ในระบบของบริษัทต่างๆ ที่รับพวกเขาเข้าทำงาน ก็ไม่มีใครรู้เลยว่า dev คนนั้นไม่ได้อยู่ที่ Colorado หรือ Chicago อย่างที่เขาระบุไว้ แต่จริงๆ อาจกำลังนั่งอยู่ในอพาร์ตเมนต์มืดๆ แถวชายแดนจีน-เกาหลีเหนือ

ยังไม่พอ แรงงานบางคนยังใช้ตัวตนปลอมแฮกระบบและขโมยคริปโตเคอร์เรนซีจากบริษัทในสหรัฐฯ ไปได้กว่า 900,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ รวมๆ แล้วนับว่าเป็นปฏิบัติการดิจิทัลที่แนบเนียนที่สุดในรอบหลายปี

อ้างอิง: techcrunch

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

อวท. ดันสตาร์ทอัพไทยไปตลาดโลก เปิดตัว ‘TSP Scale X Landing Program’ เปิดทางสตาร์ทอัพไทยโตข้ามพรมแดน พร้อมปูทางสตาร์ทอัพต่างชาติเข้าสู่ไทยและอาเซียน

อวท. โดย สวทช. เปิดตัว TSP Scale X Landing Program เชื่อมสตาร์ทอัพไทยสู่ตลาดโลก พร้อมสนับสนุนสตาร์ทอัพต่างชาติเข้าสู่ตลาดไทยและอาเซียน ผ่านเครือข่ายงานวิจัย ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน ...

Responsive image

บอร์ดบีโอไอ ปรับทิศทางส่งเสริมการลงทุนยุคใหม่ ชูเทคโนโลยี คน และซัพพลายเชนไทย

บอร์ดบีโอไอ หรือคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ปรับทิศทางและบทบาทการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทยครั้งใหญ่ โดยวางเป้าหมายใหม่ให้เม็ดเงินลงทุนที่ดึงเข้ามาต้องสร้างมูลค่าเพิ่มจริงและกระจา...

Responsive image

EV ฝั่งจีนขึ้นแท่นรถที่คนใช้งานสั้นกว่าโทรศัพท์ คนจีนใช้รถเฉลี่ยแค่ 1.8 ปีก็เปลี่ยน

คนจีนถึงเปลี่ยนรถ EV ไวกว่าสมาร์ตโฟน ด้วยอายุเฉลี่ยบนท้องถนนเพียง 1.8 ปี เจาะลึก 3 เหตุผลหลัก ทั้งเทคโนโลยีที่ไปไว ราคาขายต่อที่ตกแรง และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความอัจฉริยะ...