ธนาคารกลางจีนกำลังพัฒนาสกุลเงินดิจิทัล ต่อไปคนจีนอาจได้ซื้อบะหมี่ยันรถยนต์ด้วยสกุลเงินดังกล่าว!

yuan-china

ในปี 2014 หน่วยงานของธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (People's Bank of China; PBOC) ได้ทำการวิจัยและพัฒนา ต้นแบบสกุลเงินดิจิทัลขึ้นมา ทำให้เป็นธนาคารกลางรายแรกๆ ของโลก ที่เตรียมให้คนนำเงินในรูปแบบดิจิทัลไปซื้อบะหมี่ยันไปถึงรถยนต์ได้

ชีวิตหลังการมาของ Digital Money เป็นอย่างไร?

จริงๆ แล้วคนจีนคุ้นชินกับ online payment มากในการซื้อสินค่าต่างๆ ทั้งการใช้ QR codes ในสมาร์ทโฟนเพื่อซื้อสินค้าจากตู้ขายของอัตโนมัติ แทนที่จะใช้เหรียญหยอดตู้ แม้กระทั่งช่วงตรุษจีนก็ไม่ใส่ซองแดงกันเท่าไหร่ หันมาใช้สมาร์ทโฟนกัน

ประสบการณ์ใช้งานผู้ใช้ผ่านสมาร์ทโฟนหรือแลปทอป อาจจะไม่ได้ต่างจากการชำระเงินแบบที่เป็นอยู่มากนักไม่ว่าจะเป็น Alipay หรือ WeChat แต่สำหรับผู้ขาย พวกเขาจะได้รับการชำระเงินโดยตรงจากผู้ซื้อ ลดค่าใช้จ่ายคนกลางออกไป

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น จากเอกสารเมื่อปีก่อนของธนาคารกลางแห่งจีนได้กล่าวถึงการทำงานของเงินในรูปแบบดิจิทัลไว้ดังนี้

"ธนาคารกลางสร้างสกุลเงินดิจิตอลและส่งให้กับธนาคารต่างๆ เมื่อต้องการ ผู้บริโภคสามารถ top up สกุลเงินจากตู้ฝาก-ถอนอัตโนมัติหรือที่ธนาคารเข้าไปยังกระเป๋าเงินส่วนตัวบนสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิคอื่นๆ การซื้อของสามารถชำระเงินจากกระเป๋าส่วนตัวโอนไปหาบัญชีร้านค้า โดยร้านค้าสามารถฝากเงินดังกล่าวเข้าไปยังบัญชีธนาคารของร้านค้าเองได้"

Smart Payers Surge

รัฐบาลได้อะไร? และจะกระทบผู้เล่นเดิมหรือไม่?

จีนไม่ใช่ประเทศแรกที่มีความตั้งใจดังกล่าว แต่อินเดียก็เช่นเดียวกัน เพื่อต้องการลดปัญหาเรื่องคอรัปชั่นจากการผลักดันให้เกิดการชำระเงินในรูปแบบของดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีประเทศที่พัฒนาแล้วอย่าง แคนนาดา เนเธอร์แลนด์และสิงคโปร์ก็ต่างมุ่งสนใจพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลขึ้นมา

การพิมพ์ธนบัตรและการต้องต่อสู้กับเงินปลอมเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงสำหรับคน 1.4 พันล้านคนของจีน การนำสกุลเงินดิจิทัลมาใช้จะช่วยให้แก้ปัญหาเรื่องการหมุนเวียนของเงินรวดเร็ว สะดวก โปร่งใสมากขึ้น

"การนำสกุลเงินดิจิทัลมาใช้เป็นการทำงานบน Blockchain ซึ่งทำให้คุณสามารถชำระเงินตรงไปที่ธนาคารใด หรือผู้ขายรายใดโดยตรงได้ มันเป็นการปฏิวัติครั้งใหญ่ของโลกเลยทีเดียว" Larry Cao, director of content แห่ง CFA Institute ในฮ่องกงกล่าว

และแน่นอนว่าจะเป็นเรื่องท้าทายต่อผู้เล่นเดิมอย่างธนาคาร และรวมถึงบริษัท Payment อย่าง Alibaba และ Tencent 2 ผู้เล่นยักษ์ใหญ่ "เราไม่ได้บอกว่าบริษัทเหล่านั้นจะหายไป แต่หน้าที่จะถูกเปลี่ยนไปต่างหากใน payment ecosystem นี้ และเราอาจได้เห็นโมเดลธุรกิจที่มาด้วยนวัตกรรมเพิ่มขึ้น" William Gee, a risk assurance practice partner แห่ง PwC China กล่าว

ในเดือน มกราคม 2016 ทางธนาคารกลางได้บอกว่าทางจีนจะออกสกุลเงินดิจิทัลเร็วๆ นี้ แม้จะไม่มีการประกาศวันที่ชัดเจนอย่างเป็นทางการ ต่อมาในเดือนกันยายนนิตยสารของธนาคารกลางออกมาเผยแพร่กระตุ้นอีกครั้งว่า "สกุลเงินดิจิทัลจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินทั้งหมด และเข้ามาทนแทนกระดาษในอนาคต"

"เมื่อพูดถึงผลกระทบนั้น มันก็เปรียบเสมือนกับยุคที่อินเทอร์เน็ตได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตในช่วง 1980 เรารู้ว่ามันจะส่งกระทบครั้งใหญ่ และเปลี่ยนโครงสร้างเศรฐกิจทั้งหมดไป เพียงแค่เรายังไม่แน่ใจว่าจะมาเมื่อไหร่และอย่างไรเท่านั้นเอง..." Duan Xinxing Vice President จาก OKCoin Co. หนึ่งใน Bitcoin Exchange ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของจีนกล่าวทิ้งท้าย

อ้างอิง: Bloomberg ภาพจาก: CoinDesk

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สรุป 2 มุมมองผู้นำ IMF และ World Bank บนเวทีกรุงเทพฯ

สรุป 2 มุมมองเศรษฐกิจโลกจาก IMF และ World Bank ในงานประชุมใหญ่กรุงเทพฯ 2026: รับมือความเสี่ยง AI, หนี้พุ่ง, Bond Yield สูง และโจทย์ใหญ่สร้างงาน 1,200 ล้านตำแหน่ง...

Responsive image

บีโอไอชี้อุตฯ วัสดุขั้นสูง มาแรง ลงทุนกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท หนุนซัพพลายเชนอิเล็กทรอนิกส์-แบตเตอรี่-พลังงานสะอาด

บีโอไอเผยช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566 ถึงครึ่งปี 2569) อุตสาหกรรมวัสดุขั้นสูงมีผู้ลงทุน 35 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 23,500 ล้านบาท รองรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อีวี แบตเตอรี่ และพลัง...

Responsive image

เศรษฐกิจโลกยืนอยู่บนขาข้างเดียวคือ AI แล้วเรือลำเล็กอย่างไทยจะรับพายุอย่างไร

IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกปี 2026 จะเติบโต 3.1% ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับที่ปรากฏในรายงาน World Economic Outlook เดือนตุลาคม 2025 และเมษายน 2026 ก่อนที่รายงานฉบับล่าสุด ซึ่งเผยแพร่ในช...