ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา วงการเทคโนโลยีเต็มไปด้วยกระแสของ AI Agent ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ได้แค่ตอบคำถามหรือสร้างคอนเทนต์ แต่เริ่มลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้แบบอัตโนมัติ และหนึ่งในแพลตฟอร์มที่จุดชนวนการถกเถียงครั้งใหม่ คือ RentAHuman.ai
เว็บไซต์แห่งนี้เสนอแนวคิดที่ตรงไปตรงมาแต่ชวนสะเทือนใจ คือการเปิดให้ AI Agents สามารถว่าจ้างมนุษย์ไปทำงานในโลกจริง งานที่ AI ยังไม่มีร่างกายพอจะทำเองได้ ตั้งแต่งานง่าย ๆ อย่างรับพัสดุ ส่งของ ถือป้าย ไปจนถึงการทำธุระเฉพาะหน้า โดยแพลตฟอร์มเรียกตัวเองอย่างไม่อ้อมค้อมว่า “Meatspace layer for AI” หรือชั้นเชื่อมต่อระหว่างโลกดิจิทัลของ AI กับโลกกายภาพของมนุษย์
RentAHuman.ai พัฒนาขึ้นโดย Alexander Liteplo วิศวกรซอฟต์แวร์สายคริปโต ที่เริ่มมีชื่อเสียงมาพร้อมกับ AI Agents รุ่นใหม่อย่าง OpenClaw และ Moltbook โดย RentAHuman.ai เปิดตัวแบบเงียบ ๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ ก่อนจะกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว หลัง Alexander Liteplo โปรโมตอย่างจริงจังผ่าน X
ผลลัพธ์คือ ภายในเวลาไม่กี่วัน มีมนุษย์สมัครเป็น ‘แรงงานให้ AI’ มากกว่า 81,000 คน ตัวเลขที่สะท้อนทั้งความอยากรู้อยากลอง และแรงดึงดูดของเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน
แต่เมื่อมองลึกลงไป ตัวเลขอีกด้านกลับน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะในขณะที่แรงงานมนุษย์มีเป็นหมื่น ปัจจุบันกลับมี AI Agents ที่ใช้งานจริงเพียงราว 80–82 ตัวเท่านั้น ช่องว่างนี้ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า นี่คือดีมานด์จริงของตลาด หรือเป็นเพียงกระแสที่ผู้คนแห่เข้ามาจับจองพื้นที่ก่อนจะรู้ว่ามันใช้งานได้จริงแค่ไหน
ในทางปฏิบัติ งานที่โพสต์บน RentAHuman.ai ยังมีขอบเขตจำกัด ส่วนใหญ่เป็นงานธุระทั่วไป และผู้ใช้งานจำนวนมากยังไม่ได้เชื่อมต่อกระเป๋าเงินคริปโตเพื่อรับค่าจ้าง ซึ่งสะท้อนว่าระบบเศรษฐกิจภายในแพลตฟอร์มยังอยู่ในช่วงทดลองมากกว่าพร้อมใช้งานจริง
ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามหนักที่สุด คือ ความปลอดภัยและการคุ้มครองแรงงาน RentAHuman.ai ใช้ระบบชำระเงินด้วยคริปโทเคอร์เรนซีทั้งหมด ทั้ง Stablecoins และ Ethereum ซึ่งหมายความว่า การจ่ายเงินไม่สามารถย้อนกลับได้ ไม่มีตัวกลางรับประกันการทำงานหรือการจ่ายค่าจ้าง และผู้ว่าจ้างอาจเป็นบอท หรือผู้ควบคุมบอทที่ไม่สามารถตรวจสอบตัวตนได้
สำหรับแรงงานมนุษย์ นี่คือการทำงานให้ ‘นายจ้างที่อาจไม่มีตัวตน’ และไม่มีกรอบกฎหมายแรงงานใด ๆ รองรับ
นักวิจารณ์บางส่วนมองว่า RentAHuman.ai คือวิวัฒนาการขั้นถัดไปของ Gig economy แต่ในเวอร์ชันที่อำนาจต่อรองของแรงงานอาจต่ำลงกว่าเดิม เพราะอีกฝั่งไม่ใช่มนุษย์หรือบริษัท แต่คือ AI Agent ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถเปลี่ยนแรงงานได้ทันที
คำว่า ‘Digital Feudalism’ หรือ ‘ศักดินาดิจิทัล’ จึงถูกหยิบขึ้นมาอธิบายภาพนี้ กล่าวคือโลกที่ AI เป็นศูนย์กลางของการตัดสินใจ ขณะที่มนุษย์กลายเป็นทรัพยากรทางกายภาพที่ถูกเรียกใช้งานเป็นครั้ง ๆ โดยแทบไม่มีหลักประกัน
ในอีกมุมหนึ่ง ฝั่งผู้สนับสนุน โดยเฉพาะกลุ่มคริปโตและสาย AI Agent มองว่านี่คือก้าวแรกของ ‘Autonomous economy’ เศรษฐกิจที่บอทสามารถทำธุรกรรมกับมนุษย์ได้โดยตรงโดยไม่ต้องพึ่งองค์กรหรือแพลตฟอร์มแบบเดิม
RentAHuman.ai ได้จุดประกายคำถามที่สะท้อนช่องโหว่ที่น่ากังวลในอนาคตที่เรากำลังมุ่งไป อาทิ
RentAHuman.ai อาจเป็นเพียงการทดลองในช่วงเริ่มต้น แต่ก็สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เส้นแบ่งระหว่างแรงงานมนุษย์ เทคโนโลยี และอำนาจทางเศรษฐกิจ เริ่มพร่าเลือนเร็วกว่าที่หลายคนคาดคิด
อ้างอิง: Mashable
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด