แม้ว่าแอปฯ Clubhouse จะเติบโตและได้รับความนิยมทั่วโลก แต่สำหรับแผ่นดินจีนนั้นกลับถูกบล็อกการใช้งานเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังพบว่ามีการเปิดห้องสนทนาในเรื่องของชาวอุยกูร์ในซินเจียง เรื่องการประท้วงที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน หรือจะเป็นแชร์ประสบการณ์การถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจีน ทำให้รัฐบาลจีนต้องออกมาประกาศห้ามพูดคุยกันในหัวข้อดังกล่าว ทำให้ตอนนี้แอปฯ Clubhouse ได้ถูกบล็อกไปจากระบบของ Great Firewall เรียบร้อยแล้ว และรวมไปถึงอีกหลาย ๆ แอปพลิเคชัน เพื่อไม่ให้คนในประเทศได้เข้าถึง 

ด้วยเหตุนี้ทำให้ผู้ใช้งานชาวจีนหลายคนมีความกังวลว่าจะถูกรัฐบาลจีนดักฟังขณะพูดคุยกันใน Clubhouse และสุดท้ายจะนำไปสู่การลงโทษจากทางรัฐบาลทหารของจีน อย่างที่ทราบกันดีว่าภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง รัฐบาลจีนมีความพยายามเป็นอย่างมากในการดำเนินคดีกับผู้ที่วิจารณ์ระบบการปกครอง แต่ด้วยแอปฯ Clubhouse เองไม่มีฟีเจอร์ในการบันทึกเสียงจึงทำให้ยากต่อรัฐบาลจีนในการมาดึงข้อมูลการสนทนาไป

จากรายงานของ The Stanford Internet Observatory หรือ SIO ยืนยันว่า บริษัทจากเซี่ยงไฮ้อย่าง Agora เป็นผู้ให้บริการระบบหลังบ้านกับ Clubhouse และทาง SIO ยังค้นพบอีกว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงตัวเลข ID Number ของผู้ใช้งานและของห้องสนทนาใน Clubhouse ออกมาเป็นอักษร Plaintext และทาง Agora ยังสามารถเข้าถึงบทสนทนาในแอปพลิเคชันได้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปให้กับทางรัฐบาลจีนก็เป็นได้

โดยในบทความนี้จะนำเอาการวิเคราะห์ของ SIO เรื่องความปลอดภัย และมีความเป็นได้อย่างไรบ้างที่จีนจะเข้ามาแฮกเอาข้อมูลจากการใช้งานแอปพลิเคชัน Clubhouse

รู้จัก Agora ผู้ให้บริการระบบหลังบ้านกับ Clubhouse

Agora เป็นบริษัท Startup ของเซี่ยงไห้ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ Silicon Valley ผู้ให้บริการระบบหลังบ้านกับทาง Clubhouse หนึ่งเหตุผลที่ทาง SIO วิเคราะห์และคาดว่าจะเป็นไปที่ Data ไปถึงรัฐบาลจีนจากบริษัทนี้ เพราะ Agora มีบริษัทอยู่ทั้งในจีนและอเมริกา ทำให้บริษัทนี้ต้องทำตามกฎหมายของจีนด้วยเช่นกัน ที่จะต้องให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนตามข้อกฎหมายของจีน ซึ่งรวมไปถึงการปกป้องความมั่นคงและความปลอดภัยของชาติ ซึ่งถ้ารัฐบาลจีนมองว่าการใช้งาน Clubhouse จะไม่ปลอดภัยต่อความมั่นคงของชาติ ดังนั้นทาง Agora จะต้องยินยอมให้ความช่วยเหลือตามกฎหมายในการติดตามและให้ข้อมูลผู้ใช้งาน

และอย่างทราบกันดีว่าที่แอปฯ Clubhouse โดนบล็อกไป นั่นเป็นเพราะบทสนทนาในแอปพลิเคชันที่พูดถึงเกี่ยวกับการปกครองที่รัฐบาลจีนพยายามสั่งห้ามทุกคนพูดถึง

อย่างไรก็ตามทาง Agora ได้ออกมาบอกว่าทางบริษัทไม่ได้มีการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน Clubhouse เลย ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง แสดงว่าทางรัฐบาลจีนเองอาจจะเป็นผู้เข้าไปสอดแนมบทสนทนาในแอปพลิเคชันดังกล่าว อีกทั้งการที่มีการเปลี่ยนแปลง ID Number ของผู้ใช้งานไปเป็น Plaintext นั้นทำให้รัฐบาลจีนสามารถเข้าถึงได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ซึ่งทาง SIO เชื่อว่าข้อมูลนี้ถูกส่งไปในระบบภายในประเทศจีน จึงเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะได้ข้อมูลไปโดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับ Agora

จริงหรือไม่ที่รัฐบาลจีนจะเข้าถึง Data ใน Clubhouse ได้

คำตอบคือ “อาจจะไม่ได้” ตราบใดที่ข้อมูลต่าง ๆ ใน Clubhouse ถูกเก็บไว้ในระบบของบริษัทในสหรัฐอเมริกา

จากนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Clubhouse มีการอธิบายไว้ว่า บทสนทนาต่าง ๆ ในแอปพลิเคชันจะถูกจัดเก็บไว้ “เป็นการชั่วคราว” เพื่อความปลอดภัย เพราะบางทีอาจจะมีการสนทนาในเรื่องที่ไม่เหมาะสม เช่น การก่อการร้าย หรือการชักชวน หลอกล่อผู้เยาว์ไปในทางที่ผิด เป็นต้น ซึ่งถ้าข้อมูลที่เก็บไว้ไม่ได้ก้าวล้ำเรื่องความปลอดภัยก็จะถูกลบออกไป ซึ่งก็ยังไม่มีการออกมายืนยันว่าการเก็บข้อมูลไว้ “เป็นการชั่วคราว” นั้นใช้ระยะเวลานานขนาดไหน 

และจากการที่ Data ต่าง ๆ ถูกจัดเก็บไว้ในอเมริกานั้น ทางรัฐบาลจีนอาจจะต้องขอให้ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งต่อข้อมูลไปให้ตามข้อตกลง U.S.-China Mutual Legal Assistance Agreement (MLAA) แต่ก็เป็นไปได้ยากที่จะได้ข้อมูลไป เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ มีสิทธิที่จะปฏิเสธ เพราะเป็นการขัดต่อสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพในการพูด (Free Speech) 

อีกช่องทางหนึ่งคือ ถ้าบริษัท Alpha Exploration Co. ผู้ผลิตแอปฯ Clubhouse มีบริษัทร่วมที่เข้าถึงชุดข้อมูลของบริษัทได้ และเป็นบริษัทร่วมที่อยู่ในจีน ทางรัฐบาลจีนก็จะสามารถขอข้อมูลไปได้ แต่จากรายงานของ SIO นอกจาก Agora แล้วยังไม่มีบริษัทอื่นเลยที่ร่วมงานกับทางผู้ผลิต Clubhouse

บทสรุป

ตอนนี้จีนได้ทำการบล็อกแอปพลิเคชัน Clubhouse ไปแล้วเรียบร้อยซึ่งมีเหตุผลมาจากบทสนทนาที่ไม่ปลอดภัยต่อความมั่นคงของชาติ ส่งผลให้ผู้ใช้งานในจีนหลายคนไม่สามารถเข้าใช้งานแอปฯ ดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และยังตอบให้แน่ชัดไม่ได้ว่าจริง ๆ แล้ว Data ต่าง ๆ จากแอปฯ นี้หลุดไปอยู่ในมือของรัฐบาลจีนได้อย่างไร หรือจริง ๆ แล้วรัฐบาลจีนมีข้อมูลเหล่านี้จริง ๆ หรือไม่ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผลที่ออกมาก็เป็นไปตามที่ทุกคนคาดการณ์ไว้คือ ยังไงรัฐบาลจีนก็ต้องแบน Clubhouse อย่างแน่นอน

อ้างอิง: SIO


RELATED ARTICLE

Responsive image

รถไฟฟ้า BTS ปล่อยแอปออกมาบน iOS และ Android แล้ว

ก่อนหน้านี้ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ก็เจอปัญหาระบบอาณัติสัญญาณ (Signaling System) ขัดข้องจนประเด็นในสังคมอยู่หลายอาทิตย์ จนต้องมีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อ...

Responsive image

Clubhouse เตรียมเปิดใช้งานบน Android นำร่องทดสอบระบบในสหรัฐฯ

Clubhouse แพลตฟอร์มสนทนาในรูปแบบเสียง เตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชันในระบบปฏิบัติการ Android โดยนำร่องเริ่มทดสอบระบบในสหรัฐอเมริกา...

Responsive image

JD.com เปิดซูเปอร์มาร์เก็ต '7FRESH' สู้ตลาดออฟไลน์ อาลีบาบา

หลังจากที่ Alibaba อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่แห่งแดนมังกรได้ลงมาเล่นเกมส์ออฟไลน์มาสักพักแล้ว ล่าสุดเปิดปีใหม่ 2018 มา JD ก็ประกาศเปิดตัว 7FRESH ซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองปักกิ่ง โดยมีหน้าร้า...