SPACE-F Batch 7 Roadshow ปักหมุดกรุงเทพฯ เป็นจุดตั้งต้นสตาร์ตอัป FoodTech สู่ตลาดโลก

งาน “SPACE-F Batch 7 Roadshow Bangkok: The Launchpad of Food Innovation” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ณ House of Wisdom (HOW) โรงแรม SO/ Bangkok โดยมี สตาร์ตอัป FoodTech นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญจากแวดวงอุตสาหกรรมอาหารและเทคโนโลยี เข้าร่วมอย่างคึกคัก พร้อมประกาศเปิดรับสมัคร SPACE-F รุ่นที่ 7 อย่างเป็นทางการ

SPACE-F เป็นโครงการบ่มเพาะและเร่งการเติบโตของสตาร์ตอัป FoodTech ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ร่วมกับพันธมิตรภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาชั้นนำ ได้แก่ Thai Union, มหาวิทยาลัยมหิดล, ThaiBev และ Nestlé โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการเชื่อมสตาร์ตอัปเข้ากับอุตสาหกรรมอาหารจริง และผลักดันนวัตกรรมสู่ตลาดโลก

ภายในงานมี ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวเปิดงาน และ Dr. Chris Aurand,  Open Innovation Leader จาก Thai Union Group ร่วมแนะนำภาพรวมโครงการและบทบาทของ SPACE-F ในการทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมต่อสตาร์ตอัปกับเครือข่ายอุตสาหกรรมและนักลงทุนระดับสากล

งานครั้งนี้ถูกออกแบบให้เป็นเวทีสะท้อนทิศทางของระบบนิเวศ FoodTech ไทยในเวทีโลก โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือการชี้ให้เห็นว่า กรุงเทพฯ จะสามารถทำหน้าที่เป็น 'จุดตั้งต้น (Launchpad)' ให้สตาร์ตอัปด้านอาหารและเทคโนโลยีพัฒนา ทดสอบ และขยายธุรกิจสู่ตลาดสากลได้อย่างไร ท่ามกลางการแข่งขันด้านนวัตกรรมอาหารที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้นทั่วโลก

SPACE-F กับโมเดลความร่วมมือ “Triple Helix”

ในช่วงแนะนำภาพรวมโครงการ Dr. Chris Aurand จาก Thai Union Group อธิบายว่า SPACE-F ถูกออกแบบบนแนวคิด Triple Helix ซึ่งเชื่อมโยง 3 กลไกหลักของระบบนิเวศนวัตกรรม ได้แก่

  • สถาบันการศึกษา โดย Mahidol University ทำหน้าที่สนับสนุนด้านห้องปฏิบัติการ งานวิจัย และการทดสอบเทคโนโลยี
  • ภาครัฐ โดย NIA สนับสนุนทุน โอกาสการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ และเวทีแสดงผลงานในระดับนานาชาติ
  • ภาคอุตสาหกรรม นำโดย Thai Union, ThaiBev และ Nestlé ที่เปิดพื้นที่ให้สตาร์ตอัปทดสอบเทคโนโลยีในสภาพแวดล้อมธุรกิจจริง ตั้งแต่การผลิต การกำกับดูแล ไปจนถึงการขยายตลาด

โมเดลดังกล่าวทำให้ SPACE-F ไม่ใช่เพียงโครงการให้คำปรึกษา แต่เป็นโครงสร้างที่ช่วยดึงนวัตกรรมออกจากห้องแล็บ และพาไปสู่ตลาดจริงได้เร็วขึ้น

กรุงเทพฯ กับบทบาทใหม่ในระบบนิเวศ FoodTech

สารหลักของงานสะท้อนการขยับบทบาทของกรุงเทพฯ จากเมืองศูนย์กลางการผลิตอาหาร ไปสู่การเป็น Launchpad ของสตาร์ตอัป FoodTech ที่มองตลาดโลกตั้งแต่วันแรก โดย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ชี้ให้เห็นว่า การที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่การเป็น “Kitchen of the World” อย่างแท้จริง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยระบบนิเวศที่เอื้อให้สตาร์ตอัปเติบโต เชื่อมต่อกับอุตสาหกรรม และเข้าถึงเงินทุนทั้งในและต่างประเทศ

ขณะที่ Dr. Chris Aurand เสริมว่า ความได้เปรียบของกรุงเทพฯ อยู่ที่การเป็นจุดบรรจบของโครงสร้างพื้นฐาน ฐานผู้บริโภคที่เปิดรับนวัตกรรม และเครือข่ายอุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้เมืองนี้ไม่ใช่แค่พื้นที่ทดลองไอเดีย แต่เป็น สนามทดสอบเชิงพาณิชย์ (Commercial Testbed) ที่สตาร์ตอัปสามารถพิสูจน์โมเดลธุรกิจ ทำงานกับโรงงานจริง และเตรียมความพร้อมก่อนขยายสเกลสู่ตลาดโลก

เวทีทุนและการเติบโต: จากไอเดียสู่ตลาดโลก

หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือเวที Keynote Presentation หัวข้อ “From Thailand to the World: How FoodTech Startups Raise Capital and Scale Globally” โดย คุณนฤศันส์ ธันวารชร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร InnoSpace Thailand ซึ่งสะท้อนมุมมองจากฝั่งนักลงทุนว่า สตาร์ตอัป FoodTech ไม่สามารถคิดแบบ “เริ่มจากตลาดท้องถิ่นก่อน” ได้อีกต่อไป

คุณณัฐศาสตร์เน้นย้ำแนวคิด “Born Global or Die Local” ว่า สตาร์ตอัปต้องออกแบบธุรกิจให้รองรับตลาดโลกตั้งแต่วันแรก ทั้งในมิติของโมเดลธุรกิจ การตั้งราคา ความพร้อมด้านกฎระเบียบ และการกระจายสินค้า โดยชี้ว่า Proof of Concept ที่แท้จริงไม่ใช่เพียงการทดสอบเทคโนโลยี แต่คือการมี 'ลูกค้าที่พร้อมจ่าย' และสามารถนำฟีดแบ็กจากตลาดจริงมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง

Bangkok as a Launchpad: เมืองที่ช่วยลดความเสี่ยงการขยายสเกล

ในเวทีเสวนา “Bangkok as a Launchpad” ผู้ร่วมเสวนาอย่าง Dr. Chris Aurand และ ดร.ลลนา ธีรนัทวงศ์กิตติ์ Director of Innovation and Business Development จาก Premier Group of Companies ได้แลกเปลี่ยนมุมมองว่า กรุงเทพฯ มีบทบาทสำคัญในการช่วย “ลดความเสี่ยง” ของการเติบโตในระดับโลก ตั้งแต่การเข้าถึงห่วงโซ่อุปทานอาหารครบวงจร โรงงานและผู้ผลิตมาตรฐานสากล ไปจนถึงโอกาสในการทำ Proof of Concept ร่วมกับองค์กรขนาดใหญ่

ดร.ลลนา ระบุว่า สิ่งที่องค์กรขนาดใหญ่มองหาจากสตาร์ตอัป ไม่ใช่แค่ความล้ำของเทคโนโลยี แต่รวมถึงความสามารถในการปรับตัว การมีทิศทางธุรกิจที่ชัดเจน และความพร้อมในการขยายสเกล ขณะที่การทำงานร่วมกันตั้งแต่ระยะต้นช่วยให้สตาร์ตอัปสามารถปรับเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้มากขึ้น

บทเรียนจากรุ่นพี่ SPACE-F และทิศทางรุ่นที่ 7

อีกหนึ่งช่วงที่ได้รับความสนใจคือ SPACE-F Alumni Talk ซึ่งเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปจากรุ่นก่อนหน้าแบ่งปันประสบการณ์ตรง ตั้งแต่การทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์อุตสาหกรรม การปรับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับตลาด ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบและการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ

บทเรียนจากรุ่นพี่สะท้อนบทบาทของ SPACE-F ในฐานะ แพลตฟอร์มที่ช่วยเชื่อมเทคโนโลยีกับตลาดจริง และทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างสตาร์ตอัป องค์กรขนาดใหญ่ และนักลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับ SPACE-F รุ่นที่ 7 ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาใน 7 สาขาหลัก ครอบคลุมตั้งแต่โภชนาการเฉพาะบุคคลและการป้องกันโรค โปรตีนแห่งอนาคต ระบบอาหารหมุนเวียน การผลิตอัจฉริยะและระบบอัตโนมัติ การผลิตที่ยั่งยืน เทคโนโลยีความปลอดภัยอาหาร ไปจนถึงประสบการณ์ผู้บริโภคยุคใหม่ สะท้อนแนวโน้มว่า FoodTech กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยโจทย์ด้านสุขภาพ ความยั่งยืน และเทคโนโลยีควบคู่กัน

เปิดรับสมัครสตาร์ตอัปจากทั่วโลก

ทั้งนี้ SPACE-F Batch 7 เปิดรับสมัครสตาร์ตอัป FoodTech จากทั่วโลก เข้าร่วมทั้ง Incubator และ Accelerator Program ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่ https://forms.gle/qAGvyKKba6pLhTVM6 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ [email protected]

การจัดงานครั้งนี้จึงสะท้อนภาพการขยับบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรมอาหารของภูมิภาค และเป็นอีกก้าวสำคัญของระบบนิเวศ FoodTech ไทยในการเชื่อมต่อสู่ตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม




ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ผู้สร้าง Signal กลับมาแล้ว เปิดตัว ‘Confer’ แชตบอต AI ที่เคารพความเป็นส่วนตัว

ทุกวันนี้หลายคนคุยกับ AI บ่อยพอ ๆ กับคุยกับคน ถามตั้งแต่เรื่องงาน เรื่องเงิน ไปจนถึงเรื่องส่วนตัว และในขณะที่เราคุยอย่างสบายใจ แทบไม่มีใครรู้เลยว่าบทสนทนาเหล่านี้ถูกเก็บหรือถูกใช้อ...

Responsive image

SCB 10X ร่วมกับ ศิริราชฯ เปิดตัวโมเดล ‘Typhoon-Si-Med-Thinking-4B’ AI อัจฉริยะที่คิดวิเคราะห์ได้เหมือนหมอ โดยใช้ข้อมูลจริงจากแพลตฟอร์ม SiData+

SCB 10X จับมือ ศิริราชฯ เปิดตัว Typhoon-Si-Med-Thinking-4B นวัตกรรม AI การแพทย์ที่คิดหาเหตุผลและจัดลำดับการวินิจฉัยโรคได้แม่นยำ ยกระดับสาธารณสุขไทยด้วย Deep Tech...

Responsive image

ทีมไทยแลนด์ เริ่มภารกิจวันแรกดาวอส 2026 คุยกับ World Bank ปูพรมสู่เจ้าภาพ IMF พร้อมหารือ 4 บิ๊กเทคเร่งดีล-พัฒนาคนไทย

ในช่วงวันที่ 19-23 มกราคม 2569 ประเทศไทยมีภารกิจสำคัญคือการเยือนงานประชุมดาวอส 2026 หรือ World Economic Forum Annual Meeting 2026 ซึ่งมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีแ...