ปิดตำนาน 49 ปี นิตยสาร Student Weekly (S Weekly)
Contact us
1

“คนรุ่นใหม่ไม่อ่านหนังสือ ไม่จริง เขาย้ายไปอ่านที่อื่น” คำกล่าวปิดตัวนิตยสาร Student Weekly1 min read

Posted by
Posted date ตุลาคม 1, 2018

นิตยสารสอนภาษาอังกฤษอายุร่วม 49 ปีอย่าง S Weekly (หรือชื่อเดิมที่หลายคนรู้จัก คือ Student Weekly) ประกาศยุติการผลิตฉบับพิมพ์ ย้ายสู่ออนไลน์ลงเว็บไซต์ Bangkok Post แทน ระบุเครื่องมือการเรียนรู้ในโลกนี้อยู่บนออนไลน์แล้ว

S Weekly Student Weekly
Photo: Bangkok Post

Gary Boyle บรรณาธิการนิตยสาร S Weekly (ชื่อเดิมคือ Student Weekly) เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ Bangkok Post ว่า ที่ผ่านมา Bangkok Post ได้ผลิตนิตยสารที่ชื่อว่า Student Weekly ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2512 ภายใต้ชื่อ Kaleidoscope ซึ่งทำให้เห็นว่านิตยสารยุคแรกที่ลุคดูจริงจัง ภาพเป็นแบบขาวดำ และยังไม่มีการสัมภาษณ์บุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งต่อมาก็ถูกปรับลุคให้ดูสดใส ภาพเป็นสี และมีการสัมษณ์คนดังมากขึ้น

“การศึกษากำลังจะมีการเปลี่ยน เราก็ต้องปรับตัวเช่นกัน การเรียนรู้ไม่ได้สิ้นสุดแค่ที่ตำราเรียนเท่านั้น คลังข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดของข้อมูลและเครื่องมือการเรียนรู้ในโลกนี้อยู่บนออนไลน์แล้วและสามารถเข้าถึงได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ ข้อความอย่างเดียวก็ถือว่าดี แต่ข้อความบวกเสียงบวกวีดีโอนั้นดีกว่า การเรียนรู้และเข้าถึงคอนเทนต์ภาษาอังกฤษบนอินเทอร์เน็ตนั้นมีมากขึ้น ดังนั้นมันกลายเป็นความท้าทายต่อนิตยสารต่างๆ ที่เลือกจะยังคงอยู่” Gary กล่าว

S Weekly magazine team
ทีมงาน S Weekly ทีมสุดท้ายก่อนนิตยสารปิดตัว | Photo: Bangkok Post

ต่อมา Student Weekly เปลี่ยนชื่อเป็น S Weekly จนในที่สุด 30 กันยายน 2561 ก็ประกาศว่า S Weekly จะผลิตนิตยสารแบบพิมพ์เป็นฉบับสุดท้ายแล้ว โดยไม่มี S Weekly เวอร์ชัน E-Book แต่จะอัพเดทเนื้อหาการเรียนรู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษผ่านเว็บไซต์ Bangkok Post ใน Section ที่ชื่อว่า “Learning” แทน

Gary: ผมมักได้ยินคนพูดว่า “คนรุ่นใหม่ไม่อ่านหนังสือแล้ว” ซึ่งมันไม่เป็นความจริง พวกเขาแค่ไปอ่านผ่านช่องทางที่แตกต่างออกไปจากเดิมนั่นเอง

นอกจากนี้ Gary ก็กล่าวขอบคุณทีมงาน S Weekly ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ผู้อ่านทุกอ่าน รวมถึงขอบคุณเหล่าคุณครูทั้งหลายที่บังคับให้นักเรียนทุกคนอ่านนิตยสารฉบับนี้เพื่อนำมาทำการบ้านอีกด้วย

อ้างอิงข้อมูลจาก Bangkok Post

ความเห็นกองบรรณาธิการ

สำหรับในเมืองไทยภาคธุรกิจที่เห็นจะได้รับผลกระทบจาก Digital Disruption มากที่สุดธุรกิจหนึ่ง คงจะหนีไม่พ้นธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะนิตยสาร ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ย้ายสู่ออนไลน์แบบเต็มตัวอย่างชัดเจน รวมถึงสะท้อนให้เห็นว่า ในยุคนี้โมเดลการอ่านแบบบอกรับสมาชิกในเมืองไทยอาจจะยังไม่เวิร์คทั้งในแบบออฟไลน์และออนไลน์

Comments

comments

Sign-up for exclusive content. Be the first to hear about ConvertPlug news.
Subscribe