ตนุภัทร ตระกูลธงชัย คนไทยใน Oxford ผู้แก้โจทย์คณิตที่โลกค้างคามา 20 ปีได้สำเร็จ

ในโลกคณิตศาสตร์ มีโจทย์อยู่ข้อหนึ่งที่ฟังดูง่าย แต่ปราบเซียนมานานกว่าครึ่งศตวรรษ โจทย์นี้มีชื่อเท่ ๆ ว่า สมมติฐานนักวิ่งผู้โดดเดี่ยว (Lonely Runner Conjecture)

ล่าสุดชื่อของเด็กไทยอย่าง พอล ตนุภัทร ตระกูลธงชัย นักศึกษาชั้นปีที่ 2 จากมหาวิทยาลัย Oxford กลายเป็นข่าวไปทั่วโลก หลังจากที่เขาใช้ความอัจฉริยะปลดล็อกโจทย์ข้อนี้ได้สำเร็จ

รู้จักพอล ตนุภัทร ตระกูลธงชัย นักคณิตศาสตร์ดาวรุ่งจาก St John’s College

เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือเด็กหนุ่มไทยที่ชื่อ พอล ตนุภัทร ตระกูลธงชัย ปัจจุบันเป็นนักศึกษาทุนชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาคณิตศาสตร์ ณ วิทยาลัย St John’s มหาวิทยาลัย Oxford

พอลไม่ได้คลั่งไคล้เพียงแค่ตัวเลข แต่เขายังสนใจลึกไปถึง Theoretical Computer Science  และด้านปรัชญาอย่าง Epistemology รวมถึงผลกระทบทางสังคมของ AI

งานวิจัยของเขาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และถูกตีพิมพ์ในนิตยสารวิทยาศาสตร์ระดับโลกอย่าง Quanta Magazine รวมถึงวารสารวิชาการชั้นนำอย่าง Electronic Journal of Combinatorics

Lonely Runner Conjecture โจทย์นี้คืออะไร? 

สมมติว่ามีลู่วิ่งวงกลมอยู่เส้นหนึ่ง และมีนักวิ่งกลุ่มหนึ่งเริ่มออกตัวจากจุดเริ่มต้นพร้อมกัน ทุกคนวิ่งด้วยความเร็วคงที่ไปเรื่อยๆ แต่ประเด็นสำคัญคือ "ทุกคนวิ่งเร็วไม่เท่ากันเลย" บางคนสปีดนำลิ่ว บางคนวิ่งเหยาะๆ และบางคนเดินช้าๆ

เมื่อเวลาผ่านไป นักวิ่งที่เร็วต่างกันเหล่านี้ก็จะเริ่มกระจายตัวไปทั่วสนามวงกลม บางจังหวะพวกเขาก็วิ่งมากระจุกตัวกัน บางจังหวะก็สวนกัน

คำถามที่นักคณิตศาสตร์สงสัยมานานกว่า 60 ปี คือ "ไม่ว่าคนเหล่านี้จะวิ่งด้วยความเร็วเท่าไหร่ก็ตาม (ตราบใดที่ความเร็วไม่ซ้ำกัน) จะมีสักวินาทีหนึ่งไหมที่นักวิ่งคนใดคนหนึ่ง จะสามารถกางแขนออกไปแล้วไม่เจอใครเลยในระยะที่กว้างพอ?"

ระยะที่ว่านี้ไม่ใช่แค่เมตรสองเมตร แต่นักคณิตศาสตร์ตั้งเกณฑ์ไว้ว่า ถ้ามีนักวิ่ง 10 คน ระยะห่างรอบตัวคุณ (ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง) จะต้องกว้างอย่างน้อย 1 ใน 10 ของสนาม ซึ่งถือว่ากว้างมากสำหรับการที่มีคนวิ่งอยู่เต็มสนามไปหมด

ทำไมเรื่องนี้ถึงกลายเป็นปริศนาของนักคณิตศาสตร์?

ความยากที่ทำให้คนทั่วโลกต้องกุมขมับมานานหลายทศวรรษ ไม่ใช่การนั่งจับเวลานักวิ่งแค่กลุ่มเดียว แต่คือการต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า มันจะเป็นแบบนี้เสมอ ไม่ว่าความเร็วจะเป็นเลขอะไรก็ตามในจักรวาลนี้

ถ้ามีนักวิ่งแค่ 2-3 คน เราพอมองออกว่าเดี๋ยวเขาก็ห่างกันเอง แต่พอมีนักวิ่งเพิ่มเป็น 8 คน 10 คน หรือ 13 คน ความเป็นไปได้ของ "จังหวะที่คนจะมาขวางทางกัน" มันเพิ่มขึ้นมหาศาลจนเกินที่สมองมนุษย์จะไล่เรียงไหว

ที่ผ่านมา นักคณิตศาสตร์ระดับหัวกะทิสามารถพิสูจน์เรื่องนี้ได้สูงสุดแค่กรณีนักวิ่ง 7 คนเท่านั้น พอจะลองพิสูจน์คนที่ 8 ทุกคนก็เหมือนเดินไปชนกำแพง เพราะสูตรเดิม ๆ ใช้ไม่ได้ ผลลัพธ์มันซับซ้อนเกินกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปจะคำนวณไหว จนเรื่องนี้เงียบหายไปเกือบ 20 ปี

ประวัติศาสตร์ของโจทย์นี้คือการต่อสู้ของเหล่านักคณิตศาสตร์หลายยุคสมัย

  • ยุคเริ่มต้น: นักคณิตศาสตร์พิสูจน์กรณีนักวิ่ง 2-3 คนได้ง่ายๆ แต่พอถึง 4 คน ต้องรอถึงยุค 70 และขยับมาถึง 7 คนได้ในปี 2007 โดยอาศัยเทคนิคที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
  • จุดเปลี่ยนสำคัญ (2015): Terence Tao นักคณิตศาสตร์อัจฉริยะระดับโลก ได้วางรากฐานสำคัญโดยพิสูจน์ว่า เราไม่จำเป็นต้องตรวจสอบความเร็วทุกค่าในจักรวาล แต่ให้โฟกัสแค่ช่วงความเร็วระดับหนึ่งก็พอ ซึ่งเป็นแสงสว่างที่ทำให้คนรุ่นหลังเดินต่อได้
  • การปลดล็อก (2025): Matthieu Rosenfeld จากฝรั่งเศส ใช้คอมพิวเตอร์และตรรกะใหม่พิสูจน์กรณี นักวิ่ง 8 คน ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสองทศวรรษที่กำแพงถูกทำลายลง

ก้าวกระโดดครั้งใหญ่โดยพอล ธนภัทร

ที่วิทยาลัย St John’s มหาวิทยาลัย Oxford พอล ธนภัทร นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ภายใต้การดูแลของ Dr. Noah Kravitz ได้รับไม้ต่อนี้มา เขาไม่ได้แค่ทำตามวิธีเดิม แต่เขาพัฒนาเทคนิคการคำนวณที่ฉลาดและเร็วขึ้น

พอลได้สร้างวิธีตรวจสอบตัวเลขจำนวนมหาศาลให้มีประสิทธิภาพสูง จนสามารถพิสูจน์กรณี นักวิ่ง 9 และ 10 คน ได้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว และล่าสุดเขายังจับมือกับทีมวิจัยขยายผลไปไกลถึง 11, 12 และ 13 คน กลายเป็นสถิติใหม่ของโลกที่ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร Quanta Magazine

สิ่งที่พอลทำคือการสร้างแนวทางที่เรียกว่า Efficient Computational Technique เขาไม่ได้ปล่อยให้คอมพิวเตอร์สุ่มหาความเร็วไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย แต่เขาใช้ตรรกะทางคณิตศาสตร์เข้าไปตีกรอบความเป็นไปได้ให้แคบลง จนคอมพิวเตอร์สามารถพิสูจน์กรณีนักวิ่งจำนวนมากอย่าง 11, 12 และ 13 คนได้ในเวลาที่สั้นลงอย่างน่าทึ่ง

"เพื่อที่จะพิสูจน์กรณีนักวิ่ง 11 คนขึ้นไป ผมคิดว่าเราต้องการวิธีมองปัญหาในรูปแบบใหม่ทั้งหมด" พอลกล่าวสะท้อนถึงความท้าทายที่ต้องใช้มากกว่าแค่การคำนวณทั่วไป

แม้แต่ Jörg Wills ผู้ตั้งโจทย์นี้เมื่อ 60 ปีก่อนยังเคยทำนายไว้ว่าอาจต้องใช้เวลาอีก 20-30 ปีถึงจะแก้ได้ทั้งหมด

อ้างอิง: quantamagazine

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Sony อัปเกรด ‘แอร์พกพา’ Reon Pocket Pro Plus เย็นขึ้น แบตอึดสูงสุด 34 ชั่วโมง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา 'แอร์พกพา' หรืออุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิร่างกายแบบพกพา เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศเมืองร้อนหรือสำหรับผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ล่าสุด Sony ซึ่งเป็...

Responsive image

Haier ตั้งโรงงานอัจฉริยะ ผลิตแอร์เชิงพาณิชย์ในไทย เตรียมเป็นฐานการผลิตใหญ่สุดในอาเซียน

บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAID ภายใต้กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็น “The Ultim...

Responsive image

Amazon ลงทุน $30,000 ล้าน อินโด มาเล สิงคโปร์ และไทย ใน Cloud และ AI คาดดัน GDP โตกว่า 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

Amazon กางแผนบิ๊กโปรเจกต์ทุ่มงบกว่า 3.3 หมื่นล้านเหรียญ ลุยปักหมุดโครงสร้างพื้นฐาน Cloud และ AI ทั่วอาเซียน รวมถึงไทย คาดดัน GDP พุ่งทะลุเป้าภายในปี 2039...