Visa ลงทุนใน ‘Anchorage’ Startup สาย Cryptocurrency

ล่าสุด บริการชำระเงินระดับโลกอย่าง Visa ได้ลงทุนในโครงการ Cryptocurrency ด้วยจำนวนเงินกว่า 40 ล้านดอลลาร์กับ Cryptocurrency Startup ชื่อ ‘Anchorage’ ผู้ให้บริการรักษาความปลอดภัย Cryptocurrency สำหรับสถาบันนักลงทุน และเป็นหนึ่งในบริษัทสมาชิกผู้จัดทำ Libra ของ Facebook ซึ่งในก่อนหน้านี้ Visa ได้มีการลงทุนใน Chain บริษัทด้านเทคโนโลยี Blockchain ไปแล้ว

Terry Angelos ผู้ผลักดันโครงการ FinTech ใน Visa เผยว่า “Visa มีความสนใจที่จะสนับสนุนบริษัทอย่าง Anchorage ที่ให้บริการความปลอดภัยของสกุลเงินดิจิทัลเพราะจะเป็นการช่วยพัฒนาระบบสินทรัพย์ดิจิทัล อีกทั้งจะช่วยสร้างรากฐานในการรองรับบริการทางการเงินใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต”

Diogo Monica ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานของ Anchorage บอกกับ Fortune ว่า ทีมของเขาได้ทำงานร่วมกับ Facebook ในการออกแบบด้านเทคนิคของ Libra cryptocurrency "เรียกได้ว่าเราเข้าไปตั้งแต่วันแรก ในวันที่ Facebook มีผู้ทำงานนี้เพียงแค่ 2 คน" ซึ่งทั้งสองคนนั้นคือ David Marcus ผู้บริหารของโครงการ Libra และ Morgan Beller ผู้ร่วมสร้าง Libra ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายกลยุทธ์ของ Calibra ซึ่งเป็น บริษัท ย่อยของ Facebook ที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับ Libra

Monica และผู้ร่วมก่อตั้ง Anchorage และ CEO Nathan McCauley เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่รู้จักกันมานาน ตั้งแต่ปี 2011 ทั้งคู่เริ่มงานในสัปดาห์เดียวกันในทีมรักษาความปลอดภัยที่บริษัท FinTech ชื่อ Square ในการสร้างเครื่องอ่านบัตรชำระเงินแบบเข้ารหัสครั้งแรก ต่อมาในปี 2015 พวกเขาได้เข้าร่วม Docker ซึ่งเป็นการ "Cloud" software startup ก่อนที่จะเริ่มสร้าง Anchorage ในอีกสองปีต่อมา

ผลิตภัณฑ์ของ Anchorage ได้เสนอทางเลือกใหม่ของการเก็บ Cryptocurrency แทนการเก็บด้วยวิธี "Cold storage" แบบเดิมๆ (Cold storage คือ Hardware wallet พื้นที่ปลอดภัยในการเก็บสกุลเงินดิจิทัล) และยังได้มีการใช้ Biometric-based software ควบคู่ไปกับระบบการอนุมัติการตรวจสอบโดยมนุษย์เพื่อความปลอดภัยในเงินดิจิทัลของนักลงทุน ซึ่งข้อได้เปรียบคือนักลงทุนสามารถเข้าถึงและควบคุมการถือครองของพวกเขาได้มากขึ้นทำให้พวกเขาสามารถเข้าร่วมเครือข่าย Cryptocurrency ได้อย่างเป็นอิสระ

Anchorage ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานอยู่ที่ประมาณ 35 คน จะเริ่มทำงานพัฒนาใน Bitcoin, Ethereum และอีกกว่า 50 สกุลเงิน Monica กล่าวว่าเขาวางแผนที่จะใช้เงินทุนใหม่ในการดำเนินการพัฒนา Cryptocurrencies เพิ่มเติม และผสมผสานฟีเจอร์ที่น่าสนใจใหม่ๆ เข้าไป เช่นการแลกเปลี่ยน Cryptocurrency และเครื่องมือตรวจสอบหนังสือและการจัดทำภาษีอัตโนมัติ

อ้างอิง: Fortune

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

Disrupt Health Impact Fund เปิดรายงาน HealthTech Outlook 2026 ชี้ 5 เทรนด์เปลี่ยนระบบสุขภาพโลก

Disrupt Health Impact Fund เปิดรายงาน HealthTech Outlook 2026 วิเคราะห์ 5 เทรนด์สำคัญที่กำลังเปลี่ยนระบบสุขภาพโลก ตั้งแต่ Preventive Care, Healthspan, AI ทางการแพทย์ สุขภาพจิต ไปจน...

Responsive image

แกร่งทะลุขีดจำกัดชิป AI รู้จักชิป ‘Memristor’ ทนความร้อนทะลุ 700 องศา! นักวิจัยพบโดยบังเอิญระหว่างทดลองวัสดุอื่น

นักวิจัย USC ค้นพบชิป AI 'Memristor' รูปแบบใหม่ ทนความร้อนสูงทะลุ 700 องศาเซลเซียส ทลายขีดจำกัดด้านความร้อน ปูทางสู่อนาคตการสำรวจอวกาศ พลังงานสุดขั้ว และยกระดับการประมวลผล AI ให้ก้...

Responsive image

AI กำลังกัดกินองค์กรทำให้พนักงานเริ่ม ‘คิดน้อยลง’ จนเสียทักษะการคิดและวิธีแก้ปัญหา

ช่วงนี้ถ้าไปคุยกับผู้บริหารองค์กรไหน เชื่อว่าทุกคนคงพูดถึง AI ในฐานะ ‘ตัวเร่งศักยภาพ’ ที่เข้ามาช่วยให้คนทำงานเร็วขึ้น ดีขึ้น และเก่งขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่งที่คนมักมองข้ามหรือไม่ค่อยพ...