OECD คืออะไร ? ทำไมไทยอยากเข้าเป็นสมาชิก

OECD คืออะไร ?

OECD หรือ Organisation for Economic Co-operation and Development คือ องค์การระหว่างประเทศที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2504 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา โดยพัฒนามาจากองค์กรที่บริหารจัดการแผนมาร์แชลล์เพื่อฟื้นฟูยุโรปหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

แม้จะถูกขนานนามว่าเป็นคลับของประเทศมั่งคั่ง แต่หัวใจสำคัญของ OECD คือการเป็นศูนย์กลางความรู้ระดับโลก เพราะมีฐานข้อมูลกว่า 5,000 ล้านชุด และรายงานวิเคราะห์นโยบายกว่า 500 ฉบับต่อปี เป็นกำหนดหลักเกณฑ์ที่ใช้กันทั่วโลก เช่น มาตรฐาน PISA ในการศึกษา, อนุสัญญาต่อต้านการทุจริต และแนวทางการจัดเก็บภาษีระหว่างประเทศ

รวมถึงยังเป็นเวทีที่ประเทศสมาชิกมาแลกเปลี่ยนนโยบายที่ประสบความสำเร็จเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและสิ่งแวดล้อม

กลไกการทำงานและโครงสร้างองค์กร

หัวใจสำคัญที่ทำให้ OECD แตกต่างจากองค์กรการเงินอื่นอย่าง IMF หรือธนาคารโลก คือ การไม่ให้กู้ยืมเงินหรือให้เงินช่วยเหลือ แต่จะเน้นการแลกเปลี่ยนความรู้และการกำหนดมาตรฐานสากล โครงสร้างขององค์กรแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่

  • คณะมนตรี: ซึ่งเป็นหน่วยงานตัดสินใจสูงสุด ประกอบด้วยตัวแทนจาก 38 ประเทศสมาชิกและสหภาพยุโรป ทำหน้าที่กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์และรับรองมาตรฐานต่างๆ
  • คณะกรรมการเฉพาะกิจ: แหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญกว่า 300 คณะ ที่ร่วมกันวิเคราะห์และประเมินผลนโยบายในประเด็นเฉพาะด้าน เช่น การศึกษา (PISA), การต่อต้านคอร์รัปชัน, ภาษีระหว่างประเทศ และเทคโนโลยี AI
  • ส่วนเลขานุการ: ทีมงานมืออาชีพกว่า 3,500 คน ที่ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองในการเก็บรวบรวมข้อมูลมหาศาลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของรัฐบาลทั่วโลก

กระบวนการที่โดดเด่นที่สุดคือ การทบทวนโดยประเทศเพื่อนสมาชิก ซึ่งแต่ละประเทศจะเปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกเข้ามาตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของตนเองอย่างตรงไปตรงมา เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงตามมาตรฐานสากล

ประเทศไทยกับเส้นทางสู่มาตรฐานประเทศพัฒนาแล้ว

สำหรับประเทศไทย การสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการปฏิรูปประเทศเพื่อก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยรัฐบาลไทยตั้งเป้าหมายที่จะเป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2030

สถานะปัจจุบันและความคืบหน้า (ข้อมูลล่าสุดมกราคม 2026) ความมุ่งมั่นของไทยเห็นได้ชัดจากการเร่งกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกให้เร็วขึ้น โดยล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ประเทศไทยได้ยื่น บันทึกความเข้าใจเบื้องต้น เพื่อรายงานสถานะทางกฎหมายและนโยบายปัจจุบันต่อ OECD อย่างเป็นทางการ ที่สำคัญคือไทยเป็นประเทศแรกในประวัติศาสตร์ที่นำ เทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์และจัดเตรียมเอกสารข้อมูลกว่า 250 มาตรฐาน เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำในการเปรียบเทียบข้อกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่รออยู่คือ ช่องว่างมาตรฐานที่ไทยยังต้องเร่งปิด โดยเฉพาะดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน ที่ไทยได้เพียง 35 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD คือ 66.9) และหลักนิติธรรมที่ยังต่ำกว่ามาตรฐานสากล กระบวนการเข้าเป็นสมาชิกจึงไม่ใช่แค่การทำข้อตกลงทางการค้า แต่คือการยกเครื่องกฎหมายและนโยบายทั้งระบบของประเทศเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก

อ้างอิง: oecd.org

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

World Labs ปิดดีลระดมทุน 1 พันล้านดอลลาร์! เมื่อ AI เข้าใจฟิสิกส์และมิติสัมพันธ์

World Labs สตาร์ทอัพ AI ของ Fei-Fei Li ระดมทุนเพิ่ม 1 พันล้านดอลลาร์! หลัง Autodesk ทุ่มงบร่วมพัฒนา Spatial AI ปฏิวัติการทำงาน 3 มิติและอุตสาหกรรมบันเทิง...

Responsive image

Microsoft คิดค้นระบบเก็บข้อมูลบนแผ่นแก้ว อยู่ได้นาน 10,000 ปี ก้าวใหม่สู่เทคโนโลยีข้อมูลอมตะที่อาจปฏิวัติ Data Center

Microsoft เผยความก้าวหน้า Project Silica ระบบเก็บข้อมูลบนแผ่นแก้วที่อยู่ได้นาน 10,000 ปี ใช้เลเซอร์สลักข้อมูลความจุ 4.8TB ต่อแผ่น อาจปฏิวัติการจัดเก็บข้อมูลใน Data Center และการเก็...

Responsive image

ดราม่ากลางงาน AI ที่อินเดีย เจ้าภาพสั่งมหาลัยรื้อบูธ หลังเอาหุ่นยนต์จีนมา 'ย้อมแมว' ว่าเป็นผลงานตัวเอง

อินเดียกำลังเจอกระแสวิจารณ์ไม่น้อย หลังเกิดเหตุการณ์ที่หลายคนมองว่า 'น่าอับอาย' กลางเวทีงาน AI ระดับประเทศ เมื่อมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งถูกจับได้ว่า นำหุ่นยนต์สุนัขที่ผลิตในจีนมาแสดง พ...