Whoop มาแรง มูลค่ากิจการทะลุ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังระดมทุนรอบ Series G ดึง Abbot ยักษ์ใหญ่ด้าน Health Tech ร่วมลงทุนด้วย

ในโลกที่ทุกอย่างพยายามแย่งเวลาเราผ่านหน้าจออีกหนึ่งจอ Whoop กลับเลือกเดินอีกทางมาตั้งแต่ต้น บริษัทจากบอสตันที่ก่อตั้งโดย Will Ahmed สร้างชื่อจากสายรัดข้อมือไร้หน้าจอ ที่ให้ผู้ใช้โฟกัสกับข้อมูลสุขภาพ และ Performance โดยไม่ต้องจ้องจอเพิ่มอีกหนึ่งชิ้น และล่าสุด Whoop กำลังส่งสัญญาณชัดว่า บริษัทไม่ได้อยากเป็นแค่ผู้ผลิต wearable อีกต่อไป

Whoop ประกาศระดมทุน Series G มูลค่า 575 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ตอนนี้มูลค่ากิจการอยู่ที่ 1.01 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี Collaborative Fund เป็นผู้นำลงทุน และมีผู้ลงทุนรายสำคัญเข้าร่วมทั้ง Qatar Investment Authority, Mubadala Investment Company, Mayo Clinic, IVP รวมถึงนักกีฬาระดับโลกอย่าง Cristiano Ronaldo, LeBron James, Rory McIlroy และ Niall Horan ที่บริษัทระบุว่าเป็นผู้ใช้งาน Whoop มายาวนาน

จุดที่น่าสนใจไม่แพ้ตัวเลข คือการเข้ามาของ Abbott (บริษัทการดูแลสุขภาพระดับโลก) ในฐานะ Strategic Investor สะท้อนชัดว่า Whoop กำลังขยับจากโลกของ Fitness Tracker ไปสู่โลกของ personalized preventive health อย่างจริงจัง

จากสายรัดข้อมือ สู่แพลตฟอร์มสุขภาพเชิง Preventive Care

เงินทุนก้อนใหม่นี้จะถูกใช้เพื่อเร่งการเติบโตในสหรัฐฯ และขยายตลาดต่างประเทศทั้งยุโรป GCC ละตินอเมริกา และเอเชีย โดยต่อยอดจากฐานสมาชิกทั่วโลกที่ Whoop ระบุว่ามีมากกว่า 2.5 ล้านคน แล้ว

ประเด็นสำคัญจริง ๆ ไม่ได้อยู่แค่เรื่องการขยายตลาด แต่อยู่ที่ทิศทางของบริษัท

เมื่อปลายปีที่แล้ว Whoop เปิดตัว Advanced Labs แพลตฟอร์มตรวจเลือดที่ทำร่วมกับ Quest Diagnostics เพื่อเอาข้อมูลแล็บมาเชื่อมกับข้อมูล Continuous Monitoring จากอุปกรณ์ของตัวเอง ผู้ใช้สามารถอัปโหลดผลเลือดเดิมหรือจองการตรวจผ่านแอป แล้วดูผลที่ผ่านการ Review โดย Clinician ได้ใน Dashboard เดียวกัน

รายละเอียดนี้สำคัญมาก เพราะสะท้อนว่า Whoop กำลังพยายามเปลี่ยนตัวเองจากอุปกรณ์วัด Recovery, Sleep และ Strain ไปเป็น Personal Health Platform ที่รวมทั้งข้อมูลพฤติกรรม สัญญาณชีวภาพ และข้อมูลแล็บไว้ด้วยกัน

ในมุมนี้ การลงทุนของ Abbott จึงไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือการเชื่อม Whoop เข้ากับ Ecosystem ของโลก Healthcare ที่จริงจังกว่าเดิม

สิ่งที่ Whoop ขาย อาจไม่ใช่ hardware แต่คือ 'ความสัมพันธ์กับข้อมูล'

มีความย้อนแย้งที่น่าสนใจอยู่ในตลาดนี้ ยุคนี้คือยุคที่ทุกอย่างแข่งกันด้วยหน้าจอ ตั้งแต่มือถือ สมาร์ตวอตช์ ไปจนถึงรถยนต์ แต่ทั้ง Whoop และ Oura กลับสร้างฐานแฟนเหนียวแน่นได้ด้วยแนวคิดตรงข้าม คือทำอุปกรณ์ให้ Low-profile, Screen-free และปล่อยให้ข้อมูลไปแสดงผลใน Ecosystem ที่เหมาะกว่าแทน

นี่สะท้อนความจริงข้อหนึ่งของตลาด Wearable ยุคใหม่ว่า ผู้ใช้จำนวนหนึ่งไม่ได้ต้องการ 'อีกหนึ่งหน้าจอ' แต่ต้องการ อีกหนึ่งชั้นของความเข้าใจตัวเอง

เมื่อมองแบบนี้ ตัวอุปกรณ์จึงอาจกลายเป็นเพียงประตูทางเข้า ขณะที่สินค้าที่แท้จริงคือ Subscription, Interpretation Layer และความสามารถในการแปลงข้อมูลดิบให้กลายเป็นคำแนะนำที่คนใช้แล้วรู้สึกว่ามีประโยชน์กับชีวิตจริง

Whoop จึงไม่ได้แข่งกันแค่ว่าใครวัดชีพจรแม่นกว่า แต่แข่งกันว่าใครจะกลายเป็น 'Health interface' ที่ผู้ใช้ยอมผูกชีวิตไว้ด้วยในระยะยาว

ตลาด Screenless Wearable กำลังแน่นขึ้นเรื่อย ๆ

อีกเหตุผลที่ข่าวนี้น่าสนใจ คือมันเกิดขึ้นในจังหวะที่หมวด Screenless Wearable เริ่มไม่ใช่ตลาดเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป

Garmin ซึ่งมีรายได้จากกลุ่ม Fitness โตถึง 42% ในไตรมาส 4 ปี 2025 กำลังมีข่าวลือว่าเตรียมพัฒนาสายรัดข้อมือไร้หน้าจอของตัวเอง ขณะเดียวกัน Fort สตาร์ตอัพที่ก่อตั้งโดยทีมอดีตวิศวกร Tesla ก็เตรียมเปิดตัว wearable สำหรับสาย Strength Training โดยเฉพาะ สามารถติดตามจำนวนครั้ง ความเร็ว ระยะการเคลื่อนไหว และระดับความใกล้ล้มเหลวของการฝึกได้แบบอัตโนมัติ โดยไม่ต้องจดเอง

ทั้งหมดนี้หมายความว่า Whoop ไม่ได้อยู่ในสนามที่โล่งอีกแล้ว แต่กำลังอยู่ในตลาดที่ผู้เล่นแต่ละรายเริ่มหาจุดยืนชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่าจะจับ use case ไหน

  • Whoop เด่นเรื่อง human performance + healthspan
  • Oura เด่นเรื่อง sleep, readiness และ lifestyle signal
  • Garmin แข็งแรงเรื่องนักกีฬาและ ecosystem สายฟิตเนส
  • Fort กำลังเจาะมุม strength training แบบเฉพาะทางมากขึ้น

การแข่งขันรอบต่อไปจึงน่าจะไม่ใช่สงคราม device อย่างเดียว แต่เป็นสงครามของ data model, ecosystem และ clinical credibility

Abbott เข้ามา เพราะเส้นแบ่งระหว่าง Consumer Health กับ Healthcare กำลังหายไป

ที่ผ่านมา wearable ส่วนใหญ่ถูกมองว่าอยู่ฝั่ง consumer device คือช่วยให้เราออกกำลังกายดีขึ้น นอนดีขึ้น หรือรู้จักตัวเองมากขึ้น แต่การที่ Whoop ดึงข้อมูลแล็บเข้ามา และมี Abbott เข้ามาเป็น Strategic Investor กำลังบอกเราว่าเส้นแบ่งนั้นเริ่มบางลง

อนาคตของบริษัทกลุ่มนี้อาจไม่ใช่การเป็น Gadget Brand แต่อาจคือการเป็นชั้นกลางระหว่างคนไข้ ผู้บริโภค คลินิก แล็บ และระบบสุขภาพเชิงป้องกัน

การระดมทุนรอบนี้ของ Whoop จึงสำคัญในหลายชั้น

ชั้นแรก คือการยืนยันว่าตลาดยังเชื่อในบริษัทที่เลือกสร้าง wearable แบบไม่มีหน้าจอ ถ้าสามารถทำให้ข้อมูลมีความหมายมากพอ

ชั้นที่สอง มันสะท้อนว่า Healthspan และ Preventive health กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่นักลงทุนพร้อมให้มูลค่าสูง

และชั้นที่สาม มันบอกว่าอนาคตของ wearable อาจไม่ได้อยู่ที่การยัดฟีเจอร์ ลงบนข้อมือมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่อยู่ที่การสร้างระบบที่เชื่อมข้อมูลหลายแหล่งเข้าด้วยกัน แล้วเปลี่ยนมันให้กลายเป็น insight ที่คนยอมกลับมาใช้งานทุกวัน

อ้างอิง : Whoop, athletechnews

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

บีไอจีแต่งตั้ง 'อรลา เจริญลาภ' กรรมการผู้จัดการคนใหม่ มีผล 1 เม.ย. 2569 เดินหน้าก๊าซอุตสาหกรรมและโซลูชันคาร์บอนต่ำ

บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด หรือ บีไอจี ประกาศแต่งตั้ง คุณอรลา เจริญลาภ ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ คนใหม่ของบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป...

Responsive image

Axios โดนเจาะระบบ! แฮกเกอร์เกาหลีเหนือฝังมัลแวร์ ปล่อย RAT แอบคุมเครื่องได้จากระยะไกล เจาะได้ทั้ง Windows-Mac-Linux

แฮกเกอร์เกาหลีเหนือกลุ่ม UNC1069 เจาะระบบ Axios เครื่องมือ Open Source ยอดฮิต ฝังมัลแวร์ประเภท RAT ผ่านอัปเดตปลอม หวังคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ระยะไกล นักพัฒนาควรตรวจสอบระบบด่วนก่อนตกเ...

Responsive image

พาชม 7 ชั้นออฟฟิศใหม่ Agoda ณ One Bangkok: เมื่อบริษัทเทคฯ ระดับโลกออกแบบพื้นที่ทำงานที่ 'เชื่อมคน' ได้จริง

พาชมออฟฟิศใหม่ Agoda 7 ชั้น ณ One Bangkok ศูนย์รวมพนักงานกว่า 4,000 คน ที่ออกแบบมาเพื่อ 'เชื่อมคน' ผสานเทคโนโลยี ศิลปะ และ Wellness เข้าด้วยกันอย่างลงตัว...