Mahidol คิดค้นนวัตกรรม 'แอนติบอดีจิ๋ว' และ 'แอนติบอดีสายเดี่ยว' รักษาไวรัสตับอักเสบซี เพื่อมนุษยชาติ

มหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol University) ในฐานะมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศได้มีการเปิดเผยว่า กว่า 3 ทศวรรษ ที่ ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C virus) ได้รับการค้นพบโดย 3 นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกให้ความสนใจโรคติดเชื้อดังกล่าวอย่างแพร่หลายในฐานะโรคซึ่งเป็นมหันตภัยเงียบคร่าชีวิตมนุษย์อย่างไม่รู้ตัวจนกว่าจะแสดงอาการในระยะท้าย กับตัวเลขผู้ป่วยทั่วโลกที่สูงถึง 70 ล้านรายต่อปี และผู้เสียชีวิตถึง 4 แสนรายต่อปี โดยที่ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนใช้รักษาแต่อย่างใด

Mahidol คิดค้นนวัตกรรม 'แอนติบอดีจิ๋ว' และ 'แอนติบอดีสายเดี่ยว' รักษาไวรัสตับอักเสบซี เพื่อมนุษยชาติ

2 แอนติบอดี ไขรหัสลับพิชิตไวรัส

ดร.กิตติรัฐ กลับอำไพ ผู้ช่วยนักวิจัยระดับปริญญาเอก ประจำศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านโปรตีนรักษาและพันธุวิศวกรรมแอนติบอดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีความพยายามที่จะศึกษาวิจัยเพื่อหาหนทางสู่การรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยที่ยังศึกษาในระดับปริญญาเอก ซึ่งมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา ปรมาจารย์ด้านโรคติดเชื้อและภูมิคุ้มกันเมืองไทย เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา จนสามารถค้นพบวิธีการผลิต 'แอนติบอดีจิ๋ว' และ 'แอนติบอดีสายเดี่ยว' ซึ่งสามารถไขปริศนาสู่หนทางยับยั้งไวรัสชนิดดังกล่าวได้จนเกือบเห็นผล 100%

การศึกษาวิจัยเริ่มขึ้นในห้องปฏิบัติการ จากที่ผู้วิจัยได้ค้นพบว่า การใช้แอนติบอดี หรือเซลล์ภูมิคุ้มกันร่างกาย ซึ่งได้จากโปรตีนของมนุษย์ เป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าการใช้ยาซึ่งเป็นสารเคมี และหากใช้แอนติบอดีขนาดใหญ่ แทนที่จะช่วยในการรักษา แต่กลับจะไปคอยกระตุ้นให้ร่างกายติดเชื้อมากขึ้นผู้วิจัยจึงได้ตัดเอาบางส่วนของแอนติบอดีที่จะสามารถไปจับกับโปรตีนเป้าหมายเพื่อมุ่งผลในการรักษา ซึ่งเป็นที่มาของการใช้ 'แอนติบอดีจิ๋ว' และ 'แอนติบอดีสายเดี่ยว' เพื่อยับยั้งเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งเป็นผลงานวิทยานิพนธ์ที่เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งสามารถคว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) : รางวัลวิทยานิพนธ์ ระดับดี สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์

คาด 5-10 ปี ผลักดันสู่กระบวนการผลิต

ผู้วิจัยได้วางแผนการทำวิจัยว่าจะแล้วเสร็จสามารถผลักดันสู่กระบวนการผลิตภายใน 5 - 10 ปี ปัจจุบันทดลองแล้วได้เห็นผลใกล้บรรลุเป้าหมาย โดยสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสตับอักเสบซีได้ถึงร้อยละ 80 และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ซึ่งอยู่ในฐานข้อมูล Scopus ที่ได้รับการอ้างอิง (citation) อย่างต่อเนื่องแล้วจำนวน 2 เรื่อง

อย่างไรก็ดี ถึงแม้ในที่สุดโลกจะสามารถค้นพบวัคซีนที่จะสามารถใช้รักษาเชื้อไวรัสตับอักเสบซีได้หรือไม่นั้น ผู้วิจัยได้ชี้ให้เห็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า คือ การตระหนักถึงปัจจัยซึ่งจะส่งผลให้เกิดการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีจากการมีเพศสัมพันธ์แบบไร้การป้องกัน ซึ่งมักพบว่านอกจากอาจติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีแล้ว ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV อีกด้วย 

และด้วยไวรัสตับอักเสบซีเป็นโรคที่จะไม่แสดงอาการจนกว่าจะถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต โดยเชื้อจะเข้าไปทำลายตับ จนกระทั่งเกิดอาการตับอักเสบ แล้วจบลงด้วยการป่วยเป็นโรคมะเร็งตับได้ในที่สุด จึงควรไม่ประมาท หมั่นเข้ารับการตรวจเลือดประจำปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่มีพฤติกรรมเสี่ยง

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

รายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุด เผยผู้ใช้บริการ 5G ทั่วโลกทะลุ 3 พันล้านราย ในขณะที่ความคับคั่งของ Uplink โตอย่างก้าวกระโดด

สรุปรายงาน Ericsson Mobility Report ล่าสุด เผยผู้ใช้ 5G ทั่วโลกทะลุ 3.1 พันล้านราย เผยเทรนด์ทราฟฟิก Uplink โตแรงแซง Downlink รับยุค AI และคอนเทนต์ UGC...

Responsive image

SUPER rOS ระบบที่จะปฏิวัติ Technology ร้านอาหารในไทย

SUPER rOS ระบบปฏิบัติการร้านอาหารยุคใหม่ที่ผสาน POS, CRM, สต๊อก และ AI ไว้ในที่เดียว ยกระดับจาก SaaS สู่ SaaB เพื่อการบริหารงานแบบ Real-time ช่วยเปลี่ยน Data เป็นกำไรได้อย่างยั่งยื...

Responsive image

สยามพิวรรธน์ชูต้นแบบ Sustainable MICE ยกระดับอุตสาหกรรม MICE ไทย สู่มาตรฐานระดับโลก

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และศูนย์ประชุมชั้นนำ ตอกย้ำบทบาท “Game Changer” ผู้พลิกโฉมรีเทลและการสร้างประสบการณ์ระดับโลก เดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรม MICE ไทยสู่มาต...