3 เทคนิคจิตวิทยา รับมือคนเจ้าปัญหา วิธีที่นักวิจัยแนะนำเพื่อคุมสถานการณ์

3 เทคนิคจิตวิทยา รับมือคนเจ้าปัญหา วิธีที่นักวิจัยแนะนำเพื่อคุมสถานการณ์

หลายคนคงเคยเจอคนที่คุยด้วยแล้วรู้สึกเหนื่อยใจเป็นพิเศษ การรับมือกับคนเหล่านี้ไม่ใช่แค่เสียเวลา แต่ยังกินพลังงานไปไม่น้อย คนส่วนใหญ่เวลาเจอสถานการณ์แบบนี้จะเลือกสองทางหลักๆ คือ ไม่เถียงกลับก็หลีกเลี่ยง ซึ่งก็รู้ดีว่าทั้งสองวิธีแทบไม่ได้ช่วยอะไร แต่มีอยู่ 3 เทคนิคที่ทำแล้วได้ผลดีมากและนักวิจัยยืนยันแล้วว่าได้ผลจริง

3 เทคนิครับมือคนเจ้าปัญหา 

  • หยุดโฟกัสสิ่งที่เขาทำหรือสิ่งที่เราไม่ชอบ
  • มองให้ลึกว่าสิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ คืออะไร 
  • ให้พูดถึง 'สิ่งที่เขาต้องการ' แทน 

เพื่อให้เห็นภาพว่าเทคนิคทั้ง 3 ข้อนี้ทำงานอย่างไรในชีวิตจริง ลองมาดูเรื่องราวของอดัมและมาร์โกที่ต้องทำงานกับพ่อตาของตัวเอง พ่อตาป็นหัวหน้าที่มักมองว่าคนอื่นทำอะไรไม่เข้าท่าอยู่ตลอด คำพูดที่พวกเขาได้ยินจนชินคือ 'คิดออกมาได้ยังไง' ซึ่งทั้งคู่ได้ลองมาหมดแล้วทั้งการอธิบายเหตุผลและการทำเป็นไม่สนใจ แต่ก็ดูเหมือนจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง  พวกเขาเลยลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ทั้งหมด แทนที่จะโฟกัสอยู่กับพฤติกรรมแย่ๆ ของพ่อตา พวกเขาลองใช้หลักการที่ว่า ‘ลองมองเจตนาให้ลึก’ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องยอมรับพฤติกรรมนั้นนะ แต่แค่มองให้ลึกเข้าไปถึงเจตนาของคนๆ นั้นจริง ๆ 

เมื่อเริ่มวิเคราะห์ดู พวกเขาก็เข้าใจว่าเจตนาของพ่อตาคือ 'อยากให้ธุรกิจครอบครัวมั่นคง และอยากฝึกให้พวกเขาทั้งสองคนเก่งพอที่จะดูแลกิจการต่อไปได้' ซึ่งความเข้มงวดนี้ไม่ได้มาจากความไม่ชอบ แต่มาจากความหวังดีและความคาดหวังที่สูง เมื่อเข้าใจแบบนี้วิธีการสื่อสารก็เปลี่ยนไป พวกเขาเริ่มคุยกับพ่อตาโดยยึด เป้าหมายร่วมกัน เป็นที่ตั้ง ผลลัพธ์ที่ได้คือดีขึ้นจริง พ่อตาเปิดใจรับฟังมากขึ้นและความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดก็ค่อยๆ หายไป

ทำไมวิธีนี้ถึงได้ผล ?

1. ช่วยลดกำแพงของอีกฝ่าย

เมื่อเราพยายามทำความเข้าใจมุมมองของใครก็ตาม มันเหมือนเป็นการส่งสัญญาณไปว่า "เราเข้าใจเรื่องราวนั้น" ผลการวิจัยยังพบว่าเมื่อคนเรารู้สึกว่ามีคนเข้าใจและรับฟัง เขาจะลดการป้องกันตัวเองลงและเปิดใจที่จะสื่อสารกับเรามากขึ้น

2. ช่วยให้เราควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีขึ้น

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะความคิดของเราจะกำหนดการกระทำ ถ้าเราคิดว่าเขาตั้งใจหาเรื่อง เราก็มักจะใช้อารมณ์ตอบโต้ แต่ถ้าเปลี่ยนไปคิดว่าเขาอาจแค่หวังดี เราจะสามารถใช้เหตุผลในการจัดการปัญหาได้ดีขึ้น ทำให้ใจเย็น มีสติ และหาทางออกที่ดีกว่าการโต้ตอบด้วยอารมณ์ได้ 

อ้างอิง: yahoo

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ต้องสำเร็จก่อนอายุ 30 เส้นตายที่กำลังกัดกินสังคม อาจสร้างคนแบบ ‘เอลิซาเบธ โฮล์มส์’

เมื่อคำว่า ‘อายุน้อย’ โดยเฉพาะอายุ 30 ถูกใช้เป็นแต้มต่อจนเกิดคดีฉ้อโกงซ้ำซาก ตั้งแต่ Elizabeth Holmes ถึง Gökçe Güven บทเรียนสำคัญ...

Responsive image

3 คำถามสัมภาษณ์งาน ที่ HR ใช้ดู ‘ตัวตน’ ผู้สมัครว่าเข้ากับทีมได้หรือไม่

การสรรหาคนที่เหมาะสมเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญที่สุดของผู้นำ การมีพนักงานที่มี talent เป็นความได้เปรียบทางแข่งขันที่แข็งแกร่งและช่วยให้องค์กรสร้างผลลัพธ์และวัฒนธรรมที่ productive และ ...

Responsive image

‘AI ทำงานแทนคนมากขึ้น แต่คนกลับเหนื่อยกว่าเดิม’ รู้จักภาวะ AI Brain Fry เมื่อคนใช้ AI มากไปจนสมองล้า อีกด้านของ AI ที่องค์กรต้องระวัง

งานวิจัย Harvard Business Review เผยปรากฏการณ์ “AI Brain Fry” เมื่อการใช้ AI มากเกินไปทำให้เกิด Mental fatigue เพิ่ม Decision fatigue และอาจลด Productivity ในที่ทำงาน...