
โลกการทำงานตอนนี้โดน AI ป่วนไปหมด หลายคนเริ่มร้อนๆ หนาวๆ ว่าตัวเองจะตกงานหรือโดนแย่งงานไหม แต่ Ryan Roslansky ซีอีโอของ LinkedIn และ Aneesh Raman Chief Economic Opportunity Officer ที่ LinkedIn ออกมาบอกว่าใจเย็นๆ ก่อน เพราะถึง AI จะเก่งแค่ไหน มนุษย์ก็ยังมีไม้ตายอยู่
ในหนังสือเล่มใหม่ของพวกเขาที่ชื่อว่า ‘Open to Work: How to Get Ahead in the Age of AI’ ทั้งคู่ได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญหลายวงการและสรุปออกมาเป็น 5 ทักษะ หรือ 5Cs ที่เราต้องมีเพื่อเอาตัวรอดและก้าวนำหน้า AI
เราเชื่อมาตลอดว่าเทคโนโลยีควรมีไว้เพื่อรับใช้ผู้คน AI ควรเข้ามาช่วยมนุษย์ ไม่ใช่ให้มนุษย์ไปรับใช้มัน - Ryan Roslansky กล่าว
ทางด้าน Aneesh Raman ก็เสริมมุมมองที่น่าสนใจไว้ในพอดแคสต์ The Business Model Book Club ว่าการทำงานกำลังจะเปลี่ยนไป แต่มันไม่ได้จะหายไปไหนหรอก และวิธีที่มันจะเปลี่ยนไปนี่แหละที่น่าตื่นเต้น เพราะมันจะไม่เหมือนกับการ Disruption ครั้งไหนๆ มันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจากตัวคนทำงานเองเลย
ซึ่งวิธีการทำงานในอนาคตจะเปลี่ยนไปจากเดิมแน่นอน และนี่คือ 5 ทักษะ หรือ 5C ที่เราต้องดึงออกมาใช้
เริ่มจาก ความอยากรู้ หรือ Curiosity หลายคนอาจคิดว่า AI เก่งเรื่องหาคำตอบ แต่สิ่งที่มันยังทำไม่ได้คือ ‘การตั้งคำถาม’ คนที่ได้เปรียบจริง ๆ ไม่ใช่คนที่รู้เยอะที่สุด แต่คือคนที่ถามเก่งที่สุด คนที่ไม่หยุดสงสัยว่ามันดีกว่านี้ได้ไหม ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ และถ้าเปลี่ยนมุมมองแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
ในโลกที่ AI สามารถสร้างคำตอบได้เป็นร้อยแบบ คนที่มีค่าคือคนที่รู้ว่าควรถามอะไรต่อ
ถัดมาคือ ความกล้า หรือ Courage เพราะในโลกที่ทุกอย่างยังไม่ชัด การรอให้ข้อมูลครบก่อนค่อยตัดสินใจอาจช้าเกินไป ความกล้าในที่นี้ไม่ใช่ความบ้าบิ่น แต่คือการกล้าลองแม้จะยังไม่มั่นใจ 100% กล้าพูดในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้า และกล้าเปลี่ยนวิธีเดิม ๆ ที่เคยใช้ หลายครั้งคนที่ก้าวหน้าเร็ว ไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ลงมือก่อน
อีกทักษะที่ถูกพูดถึงเยอะคือ ความคิดสร้างสรรค์ หรือ Creativity ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องของสายงานครีเอทีฟเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วมันคือทักษะของการ ‘คิดอะไรใหม่ ๆ’ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหน ซึ่ง AI อาจช่วยเอาของเดิมมาผสมใหม่ได้เร็วมาก แต่การจินตนาการสิ่งที่ยังไม่เคยมีมาก่อน ยังเป็นพื้นที่ของมนุษย์อยู่ดี และยิ่งในยุคที่ทุกคนเข้าถึงเครื่องมือเดียวกันหมด ความคิดที่แตกต่างจะยิ่งกลายเป็นข้อได้เปรียบ
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ความเห็นอกเห็นใจ หรือ Compassion ซึ่งฟังดูเหมือนไม่เกี่ยวกับงาน แต่จริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่ทำให้ทีมเวิร์กยังคงมีความหมาย ในขณะที่ AI ทำงานได้เร็วและแม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ทำให้คนยังอยากทำงานกับ ‘คน’ ด้วยกัน คือความเข้าใจ ความใส่ใจ และความเป็นมนุษย์เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การรับฟัง การสังเกต หรือแค่การถามไถ่กันจริง ๆ ไม่ใช่แค่ถามตามหน้าที่ องค์กรที่เก่งอย่างเดียวอาจไปได้เร็ว แต่ทีมที่ ‘เข้าใจกัน’ มักไปได้ไกลกว่า
สุดท้ายคือ การสื่อสาร หรือ Communication ที่ยิ่งสำคัญขึ้นในยุคที่ข้อมูลมีเยอะเกินไป การสื่อสารที่ดีไม่ใช่แค่พูดให้เข้าใจ แต่คือการทำให้คนรู้สึก และอยากลงมือทำไปด้วยกัน
แม้ AI จะช่วยเขียนอีเมล สรุปรายงาน หรือสร้างพรีเซนต์ได้ แต่การสื่อสารในระดับที่สร้างความเชื่อมั่น โน้มน้าวใจ หรือทำให้คนรู้สึกว่า ‘อยากทำสิ่งนี้’ ยังต้องใช้ความเข้าใจมนุษย์ล้วน ๆ สิ่งที่น่าสนใจคือ ทั้ง 5 ทักษะนี้ไม่ได้เป็นทักษะใหม่เลย แต่มันคือทักษะพื้นฐานของมนุษย์ที่เราอาจเคยมองข้ามไป ในช่วงที่โลกให้ความสำคัญกับ efficiency และ productivity มากเกิน
อ้างอิง: inc
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด