6 วิธีบริหารเวลาให้คุ้มค่าจากผู้นำระดับโลกที่ใช้ทุกวัน

คนส่วนใหญ่กว่า 80% ไม่มีระบบการจัดการเวลาที่ชัดเจน ในโลกที่ทุกอย่างเปลี่ยนเร็ว การบริหารเวลาจึงเป็นทักษะสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้นำที่ต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน 

บริหารเวลา

แม้ทุกคนจะมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่ทำไมบางคนถึงใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่บางคนต้องวิ่งไล่ตามงานอยู่ตลอดเวลา? คำตอบคือ พวกเขามีระบบจัดการเวลาที่ดี หากคุณต้องการพัฒนาทักษะการบริหารเวลา ลองนำ 6 เคล็ดลับนี้ ไปปรับใช้ 

1. จัดลำดับความสำคัญ แล้วโฟกัสให้ถูกจุด

การบริหารเวลาที่ดีเริ่มต้นจากการรู้ว่า อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด ผู้นำที่ประสบความสำเร็จรู้ว่า งานทุกอย่างไม่ได้มีความสำคัญเท่ากัน พวกเขาจะเลือกโฟกัสเฉพาะงานที่ สร้างผลลัพธ์สูงสุด และขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้า

หนึ่งในเทคนิคยอดนิยมที่ใช้กันคือ "The Two-List Strategy" ของ Warren Buffett:

  • เขียนเป้าหมายที่คุณอยากทำทั้งหมด 25 ข้อ
  • เลือก 5 ข้อที่สำคัญที่สุด
  • โฟกัสที่ 5 ข้อนี้ก่อน ส่วนที่เหลือให้กันไว้ก่อน

สิ่งที่หลายคนพลาดคือพยายามทำทุกอย่างพร้อมกัน ผลลัพธ์คือไม่ได้ทำอะไรสำเร็จเลย ดังนั้น โฟกัสกับสิ่งที่สำคัญก่อนเสมอ

2. รักษาเวลาให้คุ้มค่า 

เวลาคือทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป ผู้นำที่เก่งจะไม่ปล่อยให้เวลาถูกใช้ไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น พวกเขาต้องรักษาเวลาให้คุ้มค่า ด้วยการตั้งขอบเขตที่ชัดเจน

วิธีง่าย ๆ ที่ช่วยรักษาเวลา 

  • ตั้งช่วงเวลาการทำงาน  เช่น กำหนด 9:00-11:00 เป็นเวลาสำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิ
  • ลดสิ่งรบกวน เช่น ปิดแจ้งเตือนโทรศัพท์ ไม่เปิดอีเมลตลอดเวลา
  • หัดปฏิเสธกับสิ่งที่ไม่สำคัญ 

3. มอบหมายงานให้เป็น

"ถ้าคุณพยายามทำทุกอย่างเอง คุณจะไปได้ไม่ไกล" นี่คือหลักคิดของผู้นำที่เก่ง

การมอบหมายงานไม่ได้แปลว่า "ผลักภาระให้คนอื่น" แต่มันคือ การให้โอกาสทีมได้แสดงศักยภาพ และช่วยให้คุณมีเวลาสำหรับงานที่ต้องใช้วิสัยทัศน์มากขึ้น

  • มอบหมายงานที่ไม่จำเป็นต้องทำเอง เช่น งานเอกสาร งานจัดการตารางงาน
  • ให้เป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่บอกให้ทำ แต่บอกว่า "เพราะอะไรงานนี้สำคัญ และผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร?"
  • เชื่อใจทีม หากคุณคอยควบคุมทุกอย่าง งานจะไม่เดินหน้า

ลองถามตัวเองว่า "งานนี้ฉันต้องทำเอง หรือมีคนอื่นที่สามารถทำได้?" ถ้าคำตอบคือมี มอบหมายเลย

4. จัดการประชุมให้มีประสิทธิภาพ

หนึ่งในกับดักที่ทำให้หลายคนเสียเวลามากคือ "ประชุมที่ไม่มีจุดหมาย" ผู้นำที่เก่งรู้ว่า ทุกนาทีมีค่า และต้องแน่ใจว่าทุกการประชุมคุ้มค่ากับเวลาที่ใช้ไป

เคล็ดลับประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ

  • ประชุมเฉพาะเรื่องที่จำเป็น ไม่ใช่ทุกปัญหาต้องแก้ผ่านการประชุม
  • ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ก่อนประชุมให้ทุกคนรู้ว่า "เราจะตัดสินใจเรื่องอะไร?"
  • กำหนดเวลาที่แน่นอน เช่น "ประชุมนี้ต้องเสร็จภายใน 30 นาที"

ถ้าประชุมจบแล้วไม่มีข้อสรุป หรือไม่มีการตัดสินใจ แปลว่าประชุมนั้นอาจไม่จำเป็นตั้งแต่แรก

5. ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์

ในยุคดิจิทัล เทคโนโลยีสามารถช่วยให้คุณ จัดการเวลาได้ดีขึ้น และลดภาระที่ไม่จำเป็น

  • ใช้แอปจัดการงาน เช่น Trello, Asana, Notion เพื่อติดตามโปรเจกต์
  • ใช้แอปบล็อกสิ่งรบกวน เช่น Freedom หรือ Forest เพื่อลดการเสียเวลากับโซเชียลมีเดีย
  • ตั้งระบบเตือนความจำ เช่น ใช้ Google Calendar จัดตารางงานและแจ้งเตือนล่วงหน้า

การใช้เทคโนโลยีอย่างฉลาด จะช่วยให้คุณมีเวลามากขึ้นโดยไม่ต้องเหนื่อยมากขึ้น

6. ให้เวลากับการพักผ่อนบ้าง

การบริหารเวลาที่ดี ไม่ได้แปลว่าต้องทำงานตลอดเวลา ผู้นำที่ประสบความสำเร็จรู้ว่า "ถ้าคุณไม่ดูแลตัวเอง สุดท้ายคุณจะหมดไฟ"

วิธีดูแลตัวเองให้มีพลังตลอดเวลา

  • ออกกำลังกาย อย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อให้ร่างกายสดชื่น
  • นั่งสมาธิ หรือพักสายตา เพื่อลดความเครียดและเพิ่มสมาธิ
  • ทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง เพื่อรีเฟรชสมอง

การทำงานหนักสำคัญ แต่การพักผ่อนก็สำคัญไม่แพ้กัน ถ้าคุณอยากทำงานได้ดีต้องมีพลังที่ดีด้วย

สรุป

หากคุณอยากจัดการเวลาได้ดีขึ้น อย่าลืมว่า "การบริหารเวลา" คือการเลือกใช้เวลาอย่างฉลาด

  • โฟกัสที่สิ่งสำคัญ
  • รักษาเวลาให้คุ้มค่า
  • มอบหมายงานที่ไม่จำเป็นต้องทำเอง
  • ลดเวลาประชุมที่ไม่มีจุดหมาย
  • ใช้เทคโนโลยีช่วยจัดการงาน
  • ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

แนะนำ 10 หนังสือเด็ด ที่นักลงทุนต้องอ่านในปี 2026 ตั้งแต่ AI จนถึงจิตวิทยาการเงินที่ต้องรู้

รวมรายชื่อหนังสือน่าอ่านปี 2026 จาก Morningstar ครบทุกรสทั้งการลงทุน AI จิตวิทยา และประวัติศาสตร์การเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักลงทุนและผู้นำธุรกิจก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลง...

Responsive image

‘ทำเรื่องเดิมให้ดีที่สุด’ สูตรลับสร้างธุรกิจที่คนมองข้าม

ค้นพบความลับของการเติบโตทางธุรกิจที่ไม่ใช่แค่นวัตกรรม แต่คือ 'ความน่าเชื่อถือ' (Reliability) และการลงมือทำที่ไร้ที่ติ เจาะลึกกลยุทธ์สร้าง Customer Experience ที่ช่วยเพิ่มรายได้และม...

Responsive image

Glassdoor เผยคำแห่งปี 2025 ได้แก่ ‘เหนื่อยจนแทบขาดใจ’ สะท้อนวิกฤตคนทำงานที่กำลังหมดไฟ เมื่อ AI บุกและเศรษฐกิจบีบ

Glassdoor เผยคำแห่งปี 2025 คือ ‘Fatigue’ สะท้อนภาวะคนทำงานหมดไฟจากพิษเศรษฐกิจและ AI Disruption พร้อมเจาะลึกเทรนด์ Job Hugging ที่คนจำใจกอดงานแน่น...