NFT จะสร้าง Value ได้อย่างไร ? ไขข้อสงสัยจากมุมมองนักการตลาดกับ อ๋อง - ผรินทร์

NFT หรือ Non-Fungible Token กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ดิจิทัลที่มาแรงเป็นอย่างมากทั้งเทรนด์ในระดับ Global หรือในไทยเองก็ตาม ที่แบรนด์ต่าง ๆ ต่างพากันกระโดดเข้ามาร่วมวง รวมถึงการเกิดขึ้นของ NFT ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน เพื่อการทำความเข้าในตลาดนี้ เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทีม Techsauce ได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน Meetup ของ MetaWarden ซึ่งเป็น NFT ของ WardenSwap แพลตฟอร์ม DeFi ของคนไทยบน บน Binance Smart Chain โดยงาน Meetup ในครั้งนี้จัดขึ้นที่โรงแรม SYN Boutique Hotel จังหวัดเชียงใหม่ เราจึงได้พูดคุยกับ คุณอ๋อง ผรินทร์ สงฆ์ประชา นักการตลาดเบอร์ต้นของไทย CEO และ Co-Founder บริษัท Nasket ที่ได้เข้ามาร่วมสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ ถึงมุมมองของการสร้าง Value ให้กับ NFT 

Community หัวใจของการสร้าง Value ให้ NFT 

คุณผรินทร์ ได้ในมุมมองว่า  NFT จะมีค่าก็ต่อเมื่อเกิดการยอมรับเป็นวงกว้าง เปรียบเทียบง่าย ๆ กับวงการพระเครื่องในไทย ถ้ามองว่าพระเครื่องเป็นแค่ดิน Value ของพระเครื่องนั้นก็จะเป็นดิน แต่ถ้ามีคนมองว่าเป็นสิ่งมีค่า เป็นวัตถุทางศาสนาที่ควรได้รับการบูชา พระเครื่องก็จะมีความหมาย ดังนั้น NFT เองก็เช่นเดียวกัน 

“จุดสำคัญในตอนนี้คือ โลกกำลังเคลื่อนเข้าสู่ Blockchain และ Crypto ซึ่งหมายความว่า คนที่อยู่ใน Community ของ Crypto และ Blockchain นั้นคือคนที่มีโอกาส มีฐานะทางการเงิน ในมุมมองของนักการตลาดนั้น NFT เปรียบเสมือนตั๋วหรือใบเบิกทางสู่ Community เพื่อสร้าง connection กันระหว่างกลุ่มคนที่ชื่นชอบใน NFT ซึ่งเป็นคนมีฐานะ และมี connection ที่จะสามารถต่อยอดไปในทางอื่นได้ ดังนั้นหากมองว่า NFT เป็นเพียงภาพ ๆ หนึ่ง คุณค่าของมันก็จะอยู่แค่ RAW Material แต่ถ้าให้คุณค่าของ NFT เป็นอะไรที่มากกว่า มันก็สามารถสร้างประโยชน์ได้มหาศาล”

สำหรับแก่นหลักของการสร้าง Value นั้นคือ community นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ NFT ต่างกับเหรียญ Crypto หรือ Blockchain อื่น ๆ อย่าง DeFi , GameFi เพราะเหรียญและ Blockchain นั้นมีแค่ Utility Value แต่ไม่มีลักษณะของรสนิยม หรือลักษณะเฉพาะกลุ่ม มีเพียงเพื่อไว้ใช้ประโยชน์ แต่ NFT แตกต่างจากทั้งหมด ตรงการเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้รสนิยม หรือความชอบเป็นเครื่องดึงดูดผู้ครอบครอง เช่น กลุ่มของผู้ถือครอง Ape Yacht Club ที่มีลักษณะบางอย่างร่วมกัน ซึ่งเป็นลักษณะแบบเผ่า หรือรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมบางอย่าง 

ภาพจาก WardenSwap 

กรณีศึกษา MetaWarden Community ของคนรุ่นใหม่ 

MetaWarden เป็น NFT ที่อยู่ในแพลตฟอร์มของ Warden บน Binance Smart Chain ที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ เช่น ลดค่าธรรมเนียมของการทำธุรกรรมใน WardenSwap เช่นการ Burn เหรียญ Wad หรือมีสิทธิ์ได้รับ Airdrop สินทรัพย์พิเศษจากทาง WardenSwap และ Partner รวมถึงนำไปใช้ประโยชน์ได้บนแพลตฟอร์มของ Partner ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม GameFi หรือ Metaverse ได้ด้วย

สำหรับ Community ของ MetaWarden ซึ่งเป็นศูนย์กลางการรวมตัวของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีความกระตือรือร้น สนุกสนาน มีลักษณะของความเป็น Teen และมีความเสียสละทำเพื่อชุมชน ที่พบได้ยากในกลุ่มของคนทำงานส่วนใหญ่ โดยลักษณะของความ Teen ดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงช่วงอายุ แต่หมายถึงลักษณะของกลุ่มคนที่อยู่ community ที่อาจจะเป็นคนใน Generation ใดก็ได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่า community ของ MetaWarden นั้นขับเคลื่อนด้วยคนอายุน้อยที่ทำงานร่วมกับคนวัยทำงาน เพื่อให้องค์กรเติบโต

โดยคุณผรินทร์ ให้มุมมองปิดท้ายว่า "ด้วยข้อดีนี้จึงทำให้การขับเคลื่อน NFT และ community ของ MetaWarden นั้นมีความชัดเจน เห็นเป็นภาพที่แข็งแรง และมีจุดร่วมของการผลักดันองค์กรที่ดี ซึ่ง Value ส่วนนี้คือสิ่งที่จะเป็น Magnet สำคัญที่ช่วยดึงดูดให้คนภายนอกอยากจะเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้องค์กรเติบโตขึ้นไปอย่างต่อเนื่องในอนาคต"








ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

แนะนำ 10 หนังสือเด็ด ที่นักลงทุนต้องอ่านในปี 2026 ตั้งแต่ AI จนถึงจิตวิทยาการเงินที่ต้องรู้

รวมรายชื่อหนังสือน่าอ่านปี 2026 จาก Morningstar ครบทุกรสทั้งการลงทุน AI จิตวิทยา และประวัติศาสตร์การเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักลงทุนและผู้นำธุรกิจก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลง...

Responsive image

‘ทำเรื่องเดิมให้ดีที่สุด’ สูตรลับสร้างธุรกิจที่คนมองข้าม

ค้นพบความลับของการเติบโตทางธุรกิจที่ไม่ใช่แค่นวัตกรรม แต่คือ 'ความน่าเชื่อถือ' (Reliability) และการลงมือทำที่ไร้ที่ติ เจาะลึกกลยุทธ์สร้าง Customer Experience ที่ช่วยเพิ่มรายได้และม...

Responsive image

Glassdoor เผยคำแห่งปี 2025 ได้แก่ ‘เหนื่อยจนแทบขาดใจ’ สะท้อนวิกฤตคนทำงานที่กำลังหมดไฟ เมื่อ AI บุกและเศรษฐกิจบีบ

Glassdoor เผยคำแห่งปี 2025 คือ ‘Fatigue’ สะท้อนภาวะคนทำงานหมดไฟจากพิษเศรษฐกิจและ AI Disruption พร้อมเจาะลึกเทรนด์ Job Hugging ที่คนจำใจกอดงานแน่น...