
บางคำถามตอนสัมภาษณ์งานที่ฟังดูเหมือนง่ายกลับเป็นคำถามปราบเซียนที่ตอบยากที่สุด หนึ่งในนั้นคือคำถามยอดฮิตอย่าง ‘ทำไมถึงอยากทำงานที่นี่’
หลายคนอาจจะเลือกตอบแบบเซฟ ๆ เช่น บริษัทมีชื่อเสียง อยากพัฒนาตัวเอง หรือชอบวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งฟังดูดี แต่ในมุมคนสัมภาษณ์คำตอบกว้าง ๆ ลักษณะนี้มันอาจไม่ได้ทำให้เขาเห็นว่าคุณเข้าใจบริษัท เข้าใจเนื้องานหรือมองเห็นภาพตัวเองเติบโตไปกับองค์กร เพราะเป้าหมายลึก ๆ ของคำถามนี้ไม่ได้อยากรู้แค่ว่าทำไมคุณถึงอยากได้งานนี้แต่กำลังมองหาเหตุผลว่า ‘ทำไมบริษัทถึงควรรับคุณเข้าทำงาน’
อย่างแรกที่ต้องทำคือหาจุดเชื่อมโยงระหว่างตัวคุณเองกับสินค้า บริการหรือเป้าหมายที่บริษัทให้ความสำคัญดู เพราะในมุมของคนสัมภาษณ์คนที่เข้าใจและรู้สึก ‘อิน’ กับสิ่งที่บริษัททำมักจะมีไฟและแรงจูงใจในการทำงานมากกว่าเสมอ
ยกตัวอย่างเช่นถ้าคุณไปสัมภาษณ์กับบริษัทด้านสุขภาพแทนที่จะตอบกว้าง ๆ แค่ว่าสนใจธุรกิจสุขภาพ ลองอธิบายเหตุผลลึก ๆ ลงไปอีกนิด เช่น ‘ผมสนใจเรื่องสุขภาพมาตลอด เพราะเชื่อว่าถ้าคนเราสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องได้ก็จะช่วยให้พวกเขาตัดสินใจดูแลตัวเองได้ดีขึ้น ผมเลยอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่ผลักดันเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นจริงครับ' คำตอบสไตล์นี้จะทำให้คนฟังเห็นภาพชัดขึ้น เพราะมันไม่ได้บอกแค่ว่าคุณสนใจอะไร แต่ยังโชว์ให้เห็นถึงทัศนคติและเหตุผลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสนใจนั้นด้วย
อีกเรื่องที่คนสัมภาษณ์อยากเห็นคือคุณเข้าใจเนื้องานที่ตัวเองสมัครมาจริง ๆ หรือเปล่า เพราะธรรมชาติของคนเราจะทำงานออกมาได้ดีที่สุดก็ต่อเมื่อได้ทำสิ่งที่ชอบและรู้สึกว่ามันมีความหมาย ดังนั้นคุณควรเล่าให้เขาฟังว่าทักษะหรือประสบการณ์ที่คุณมีมันเชื่อมโยงและเอามาใช้กับหน้าที่ในตำแหน่งนี้ได้อย่างไรบ้าง
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณสมัครงานสายคอนเทนต์ อาจจะลองเล่าว่า ‘ผมชอบการเขียนและการเล่าเรื่องมาตลอดครับ ตั้งแต่ตอนเขียนบทความสมัยเรียนจนถึงงานคอนเทนต์ที่ผ่านมา ผมเอนจอยกับการย่อยข้อมูลยาก ๆ ให้กลายเป็นเรื่องที่คนอ่านเข้าใจง่าย พอเห็นรายละเอียดของตำแหน่งนี้เลยรู้สึกว่าตรงกับสิ่งที่ผมถนัดพอดี’
สิ่งสำคัญของเรื่องนี้คืออย่าบอกลอย ๆ แค่ว่า ‘ชอบ’ งานนี้ แต่ต้องอธิบายให้เขาเห็นภาพด้วยว่าชอบเพราะอะไร’
บริษัทอยากรู้ว่าถ้าเขารับคุณเข้ามา คุณจะช่วยต่อยอดหรือสร้างผลลัพธ์อะไรให้กับทีมได้บ้าง ดังนั้นเวลาตอบเราต้องทำให้เขาเห็นภาพว่าประสบการณ์ที่เราสะสมมามันช่วยงานในตำแหน่งนี้อย่างไร
ยกตัวอย่างเช่น ‘จากที่เคยทำงานประสานงานกับหลาย ๆ ฝ่ายมา ผมคิดว่าตัวเองน่าจะเข้ามาช่วยให้ทีมทำงานด้วยกันได้สมูทขึ้นและผมก็พร้อมที่จะเรียนรู้ระบบงานของที่นี่ เพื่อช่วยผลักดันเป้าหมายของทีมให้สำเร็จ’
หรืออาจจะบอกว่า ‘ผมเคยคุมโปรเจกต์ที่ต้องจัดการหลาย ๆ อย่างไปพร้อมกัน เลยค่อนข้างเข้าใจเรื่องการวางแผนและแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งคิดว่าทักษะนี้น่าจะเอามาปรับใช้กับตำแหน่งนี้ได้ดีครับ’
คำตอบสไตล์นี้จะช่วยให้คนสัมภาษณ์เห็นภาพว่าคุณไม่ได้มาเพื่อ ‘ขอโอกาส’ จากบริษัทฝ่ายเดียว แต่คุณมีของที่จะมา ‘มอบให้’ บริษัทเหมือนกัน
ทีนี้ลองมาดูตัวอย่างคำตอบที่จับเอาทั้ง 3 ข้อ (บริษัททำอะไร + เหมาะกับงานยังไง + ช่วยองค์กรได้ยังไง) มารวมกัน
'ที่ผมอยากมาร่วมงานที่นี่เพราะผมสนใจสิ่งที่บริษัทกำลังทำอยู่ โดยเฉพาะการเอาเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาให้ผู้คน ตัวผมเองชอบงานที่ได้ใช้ทั้งความคิดสร้างสรรค์และการวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางใหม่ ๆ ซึ่งมันตรงกับสิ่งที่ผมเคยทำมาพอดี นอกจากนี้ผมยังเชื่อว่าทักษะการวางแผนและการประสานงานที่ผมมีน่าจะช่วยซัพพอร์ตทีมและสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับบริษัทได้ครับ'
เห็นไหมว่าคำตอบนี้มันไปไกลกว่าแค่คำว่า ‘อยากทำงานที่นี่’ แต่มันโชว์ให้เห็นแบบครบเลยว่าคุณทำการบ้านมาดี รู้ว่าบริษัททำอะไร รู้ว่าตัวเองเหมาะกับงานนี้ตรงไหน และจะเข้ามาช่วยองค์กรได้ยังไงบ้าง
สิ่งที่จะทำให้คำตอบของเราต่างจากผู้สมัครคนอื่น ๆ ก็คือ ‘รายละเอียด’ คำตอบกว้าง ๆ อย่าง ‘ผมอยากทำที่นี่เพราะบริษัทเป็นองค์กรชั้นนำและมีโอกาสเติบโต’ มันอาจจะฟังดูดีแต่มันเป็นแพตเทิร์นที่ใคร ๆ ก็พูดได้ ในทางกลับกันถ้าลองเปลี่ยนมาเจาะจงแบบนี้
‘ผมติดตามโปรดักต์ของบริษัทมาได้สักพักแล้ว ผมชอบแนวทางที่บริษัทพยายามทำให้บริการทางการเงินเข้าถึงคนทั่วไปได้ง่ายขึ้น ซึ่งมันตรงกับความสนใจของผมที่อยากทำงานกับธุรกิจที่สร้างอิมแพคดี ๆ ให้กับผู้คน’ คำตอบนี้จะมีน้ำหนักและซื้อใจคนฟังได้มากกว่าเยอะ เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่าคุณศึกษาบริษัทมาอย่างดี และมีเหตุผลที่หนักแน่นจริง ๆ ที่เลือกมาสมัครงานที่นี่
มีอีกเรื่องที่ต้องระวัง ถึงแม้เหตุผลบางอย่างจะเป็นความจริงในใจเราสุด ๆ แต่ก็ไม่ควรหยิบมาเป็น ‘คำตอบหลัก’ ในห้องสัมภาษณ์เด็ดขาด เช่น
เข้าใจว่าเรื่องพวกนี้คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราตัดสินใจเลือกงาน แต่มันไม่ใช่สิ่งที่บริษัท ‘อยากได้ยิน’ เพราะในมุมของคนสัมภาษณ์ เขาต้องการเห็นว่าคุณมีแรงจูงใจในการทำงานจริง ๆ และพร้อมที่จะเข้ามาสร้างคุณค่าอะไรให้กับองค์กรมากกว่า
ท้ายที่สุดก่อนไปสัมภาษณ์จริง แนะนำให้ลองซ้อมพูดคำตอบออกมาดัง ๆ ดูด้วยอย่าแค่คิดบทไว้ในหัว เพราะจังหวะการพูด น้ำเสียง และความเป็นธรรมชาติมีความสำคัญไม่แพ้เนื้อหาที่เราเตรียมไป จำไว้ว่าคำตอบที่เวิร์กที่สุดคือการพูดให้บริษัทรู้สึกว่า ‘ทำไมเขาถึงต้องอยากได้เราไปร่วมงาน’
ถ้าเราสามารถโชว์ให้เขาเห็นได้ครบ ทั้งความสนใจที่เรามีต่อบริษัท ความเข้าใจในเนื้องาน และความพร้อมที่จะเข้าไปลุยสร้างผลงาน คำถามที่ว่าทำไมถึงอยากทำงานที่นี่ ก็จะไม่ใช่คำถามที่น่ากลัวหรือกดดัน แต่มันจะกลายเป็นเวทีให้เราได้โชว์ของและพรีเซนต์จุดแข็งของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่
อ้างอิง: hbr
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด