วันที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ของ NVIDIA กับเงินก้อนสุดท้าย และบทเรียนความซื่อสัตย์ที่พลิกชะตา NVIDIA


ก่อนที่จะเติบโตจนเป็นยักษ์ใหญ่ที่คุมทั้งวงการเทคในวันนี้ NVIDIA ก็เคยผ่านวันที่เรียกได้ว่ามืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์มาก่อน

ในปี 1996 Jensen Huang ผู้ก่อตั้งต้องเผชิญกับความจริงที่ว่าเงินในบัญชีธนาคารที่กำลังจะเหลือศูนย์ และเทคโนโลยีที่พวกเขาปลุกปั้นมากับมือกำลังจะกลายเป็น 'ขยะ' ในสายตาของโลกใบใหม่

ในวันนั้น NVIDIA คือสตาร์ทอัพที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้เพียง 3 ปี แต่พวกเขากลับได้รับโอกาสทองที่สตาร์ทอัพทั่วโลกต่างอิจฉา นั่นคือการเซ็นสัญญากับยักษ์ใหญ่ใจดีอย่าง SEGA เพื่อพัฒนาชิปกราฟิก NV2 สำหรับเครื่องเกมคอนโซลรุ่นถัดไป แต่โอกาสทองนั้นกลับกลายเป็นโซ่ตรวนที่จะลากพวกเขาสู่การล้มละลาย

ความผิดพลาดที่เกือบฆ่าบริษัท 

ในยุคนั้น NVIDIA มั่นใจในวิสัยทัศน์ของตนเองมาก พวกเขาเลือกใช้การประมวลผลแบบ Quadratic Rendering แบบพื้นผิวโค้ง ซึ่งในทางทฤษฎีนั้นล้ำสมัยและประหยัดทรัพยากรกว่า แต่ทว่าโชคชะตาเล่นตลก เมื่อ Microsoft เปิดตัว Direct3D และประกาศให้โลกทั้งใบหันไปหา Triangle-based Rendering แบบรูปสามเหลี่ยมเป็นมาตรฐานกลาง

พนักงานกว่า 100 ชีวิตในตอนนั้นตระหนักได้ทันทีว่า ชิป NV2 ที่พวกเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจทำมาหลายปีใช้ไม่ได้กับซอฟต์แวร์และเกมใดๆ ในตลาดเลย หาก NVIDIA เดินหน้าทำตามสัญญากับ SEGA ต่อไป พวกเขาจะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ล้าสมัยตั้งแต่ยังไม่วางขาย และนั่นหมายถึงการปิดฉากบริษัทอย่างถาวร

เดิมพันสุดท้ายด้วยความซื่อสัตย์ 

Jensen Huang ต้องเผชิญกับทางเลือกที่บีบคั้นหัวใจที่สุด หนึ่งคือเดินหน้าหลอกลูกค้าต่อไปเพื่อรับเงินงวดสุดท้ายแล้วค่อยล้มละลายไปเงียบ ๆ หรือสองคือเดินไปสารภาพความจริงและยอมรับความพ่ายแพ้

เขาเลือกทางที่สอง Jensen Huang บินไปญี่ปุ่นเพื่อขอเข้าพบ Shoichiro Irimajiri ซีอีโอของ SEGA ในขณะนั้น 

Jensen Huang เล่าถึงวินาทีนั้นในพอดแคสต์ของ Joe Rogan ว่า

"ผมบอกเขาว่า 'ผมมีข่าวร้ายมาบอก ข้อแรก เทคโนโลยีที่เราสัญญาไว้มันใช้ไม่ได้จริง 

ข้อสอง เราไม่ควรฝืนทำสัญญาต่อเพราะจะทำให้คุณเสียเงินฟรี ผมแนะนำให้คุณไปหาพาร์ทเนอร์คนใหม่เถอะ 

และข้อที่สาม... ผมขอให้คุณปล่อยผมออกจากสัญญา แต่ผมยังต้องการเงินก้อนนั้นอยู่ เพราะถ้าเราไม่ได้เงิน เราจะระเหยหายไปทันที"

Jensen Huang เล่าว่าเขาอธิบายเรื่องนี้ด้วยความถ่อมตัวและซื่อสัตย์ที่สุด โดยให้ข้อมูลเบื้องหลังว่าทำไมพวกเขาถึงคิดว่าเทคโนโลยีนี้จะใช้ได้ และทำไมสุดท้ายมันถึงล้มเหลว ก่อนจะขอให้ SEGA เปลี่ยนเงิน 5 ล้านดอลลาร์งวดสุดท้ายของสัญญา มาเป็นเงินลงทุนในบริษัทแทน

นี่คือการสารภาพผิดที่แลกมาด้วยความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องจนหมดตัว แต่ด้วยความจริงใจนี้เองที่สะกดใจ Shoichiro Irimajiri เขาถาม Jensen Huang ว่า "มันมีความเป็นไปได้สูงมากที่บริษัทคุณจะเจ๊งอยู่ดี แม้จะได้เงินผมไปแล้ว?" ซึ่ง Jensen Huangตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาว่า 

"ถ้าคำนวณดู โอกาสที่เราจะพัฒนากลยุทธ์ที่ถูกต้อง จนคุณได้เงินคืนหรือแม้แต่ได้เงินต้นคืนคือ 0% ครับ ถ้าคุณลงทุน 5 ล้านดอลลาร์ในตัวเรา มันมีแนวโน้มมากที่สุดว่าจะสูญเปล่า 

"แต่ถ้าคุณไม่ลงทุน เราจะหมดตัวและไม่มีโอกาสอีกเลย"

ความจริงใจนี้เองที่สะกดใจ Shoichiro Irimajiri เขามองผ่านความล้มเหลวของชิปตัวนั้น และได้เห็นคนที่มีความสามารถและซื่อสัตย์เกินกว่าจะปล่อยให้หายไปจากอุตสาหกรรม

5 ล้านดอลลาร์ที่เป็นดั่งปาฏิหาริย์

หลังจากใช้เวลาคิดสักพัก แทนที่จะยกเลิกสัญญาและทอดทิ้ง NVIDIA ให้ตายไปตามยถากรรม Shoichiro Irimajiri กลับทำสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง เขาอนุมัติเงินงวดสุดท้ายมูลค่า 5 ล้านดอลลาร์ (ซึ่งเทียบเท่ากับงบประมาณทั้งหมดที่ NVIDIA เหลืออยู่เพื่อความอยู่รอด) โดยเปลี่ยนจากการซื้อชิปเป็นการลงทุนในหุ้นแทน เงินก้อนนี้คือเส้นเลือดใหญ่ เส้นสุดท้ายที่ต่ออายุให้ NVIDIA ได้อีกเพียง 6 เดือน

Jensen Huang ต้องทำการตัดสินใจที่เจ็บปวดด้วยการปลดพนักงานลงกว่าครึ่ง จาก 100 คนเหลือเพียง 30-40 คนที่ต้องแบกความหวังทั้งหมดไว้บนบ่า พวกเขาทำงานกันแบบลืมวันลืมคืนเพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่า RIVA 128 (NV3) ชิปที่ต้องถูกพัฒนาให้เสร็จสมบูรณ์และไร้ที่ติภายในเวลาอันสั้นที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์วงการชิปเคยมีมา

ความรุ่งโรจน์จากจุดที่มืดมิดที่สุด

เมื่อ RIVA 128 เปิดตัวในปี 1997 มันไม่ใช่แค่การรอดตาย แต่มันคือการถล่มคู่แข่งทุกรายในตลาด ชิปตัวนี้มีความเร็วเหนือกว่าคู่แข่งถึง 400% และรองรับมาตรฐานทั้ง Direct3D และ OpenGL จนทำให้ NVIDIA ขายการ์ดจอได้มากกว่า 1 ล้านใบภายในเวลาเพียง 4 เดือนแรก

จากวันที่มืดมิดที่สุดที่ไม่มีแม้แต่เงินจะจ่ายเงินเดือนพนักงาน สู่จุดเริ่มต้นของอาณาจักรที่มูลค่าบริษัทพุ่งสูงขึ้นเป็นล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน ทั้งหมดนี้ไม่ได้เริ่มจากความสำเร็จที่สวยงาม แต่เริ่มจากการยอมรับความพ่ายแพ้ ความซื่อสัตย์ของ Jensen Huang และความเมตตาของชายที่ชื่อ Shoichiro Irimajiri ที่มองเห็นแสงสว่างในวันที่ NVIDIA มืดมนที่สุด

อ้างอิง: Joe Rogan Experience #2422 - Jensen Huang



ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ชายคนนี้ลาออกจากหมอ ในวัย 30 เพื่อมานั่งเขียนโค้ด จนสามารถสร้าง Startup AI มูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท

จากหมอสู่เจ้าของเทคโนโลยี $465M! เจาะลึกจุดเปลี่ยนชีวิตที่ทำให้ศัลยแพทย์ยอมทิ้งอาชีพในฝัน เพื่อแก้ปัญหาด้วยปัญญาประดิษฐ์ พร้อมสถิติความจริงที่เจ็บปวดของวงการ AI Startup...

Responsive image

25 เรื่องอนาคตที่เราได้รู้ จากการนั่งคุยกับคนที่ทำงาน Blue Origin ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม Pablos Holman

เจาะลึก 25 เรื่องอนาคตจาก Pablos Holman ผู้ร่วมบุกเบิก Blue Origin ยุคแรก กับวิสัยทัศน์การแก้ปัญหามนุษยชาติด้วย Deep Tech จากพลังงานนิวเคลียร์ใต้ดินสู่อาณานิคมอวกาศ และเหตุผลที่ AI...

Responsive image

เช็คลิสต์ 5 สิ่งที่ผู้นำยุคใหม่ทำทุกวัน เปลี่ยนความเหนื่อยเป็นความคิดสร้างสรรค์

5 กิจวัตรของผู้นำระดับโลกที่ไม่ได้เน้นแค่การบริหารเวลา แต่เน้นการ "ออกแบบพลังงาน" เรียนรู้วิธีสร้างนวัตกรรมผ่านการพัก การฟัง และการตั้งคำถาม เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืน...