ฟ้าหลังฝนของการเลิกจ้างสายเทคฯ โอกาสของบริษัท Non-Tech

นับว่าเป็นปีที่หนักหนาสำหรับธุรกิจสายเทคโนโลยีที่กำลังเผชิญหน้ากับตลาดขาลงและความเสี่ยงที่จะต้องรับมือกับ Recession สิ่งเหล่านี้ทำให้ยักษ์ใหญ่ในวงการเทคฯ ไม่ว่าจะเป็น Google, Amazon, Microsoft ต่างจำเป็นที่จะต้องปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยงผ่านการปลดพนักงานเพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย

แค่เดือนแรกของปีบริษัทเทคฯ ในอเมริกาก็ปลดพนักงานไปแล้วกว่า 107,000 ตำแหน่ง แต่ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสและโอกาสเหล่านั้นก็ตกไปสู่บริษัทประเภทอื่นที่ไม่ได้โฟกัสในเรื่องของเทคโนโลยีและนี่ก็ยังเป็นทางออกสำหรับพนักงานสายเทคฯ ที่ชื่นชอบความยืดหยุ่นในการทำงานอีกด้วย

คำอธิบาย: ตัวเลขคาดการของการลดตำแหน่งงานเทคฯ ตั้งแต่ปี 2020

คำอธิบาย: 20 วันแรกของเดือนมกราคมมีการเลิกจ้างงานมากกว่า 6 เดือนรวมกันของปีที่แล้ว

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส (สำหรับบริษัท Non-Tech)

การดึงดูดพนักงานสายเทคฯ ที่มีความสามารถนั้นถือเป็นโอกาสที่บริษัททั่วไปควรตักตวง แต่จะทำอย่างไรเพื่อดึงคนเก่งเหล่านั้นมาได้?

คำตอบคือ การเสนอนโยบายการทำงานจากที่ไหนก็ได้ (remote work / hybrid work) ซึ่งเป็นของโปรดสำหรับสายงานเทคโนโลยี เช่น นักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Developer) นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) เป็นต้น มากไปกว่านั้นการสร้างบรรยากาศในการทำงานเชิงบวกและสนับสนุนโอกาสในการเติบโตของสายอาชีพก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สามารถดึงดูดคนเหล่านี้มาทำงานด้วยได้

อีกเรื่องที่สำคัญคือการลงทุนในความรู้ ผ่านการให้สวัสดิการในการฝึกฝนและเรียนรู้ เนื่องจากสายงานนี้จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา การทำแบบนี้จะช่วยให้ดึงดูดพนักงานที่ต้องการพัฒนาทักษะของตัวเองเข้ามาได้มากขึ้น

นอกจากนั้น การสร้างความสัมพันธ์กับบริษัทเทคฯ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ดีเนื่องจากจะทำให้เข้าถึงข้อมูลหรือทักษะจากบุคลากรที่มีคุณภาพได้ หรือแม้กระทั่งการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างนวตกรรมต่างๆ การทำแบบนี้จะยังช่วยดึงดูดพนักงานสายเทคฯ ได้อีกด้วยเพราะพวกเขาจะมองว่าตามทันเรื่องเทคโนโลยี

ธุรกิจที่สร้างความได้เปรียบ

การรับพนักงานสายเทคฯ ที่มีความสามารถสูงเข้ามาช่วยพัฒนาเรื่องของเทคโนโลยีภายในบริษัทเป็นโอกาสที่ดีมากเพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าช่วงนี้เป็นขาลงสำหรับวงการเทคโนโลยี  ทำให้สามารถจ้างพนักงานทักษะสูงได้ในราคาที่ถูกกว่าราคาตลาดแรงงานปกติ

ธุรกิจหรือบริษัทที่ไม่ใช่เทคโนโลยีประเภทไหนบ้างที่สามารถสร้างความได้เปรียบผ่านวิกฤตนี้?

  • บริษัทที่ให้บริการทางการเงินขนาดใหญ่

  • บริษัทประกันภัยขนาดกลาง

  • บริษัทค้าปลีกขนาดกลาง

  • บริษัท Healthcare ขนาดใหญ่

  • อุตสาหกรรมการผลิตขนาดกลาง

  • ธุรกิจขนส่งขนาดกลาง

ปัญหาความอคติ

อคติที่มีปัจจัยต่อในแง่ของพนักงานและบริษัท 

1. หลีกเลี่ยงการสูญเสีย (Loss Aversion) กล่าวคือการที่เรากลัวที่จะสูญเสียมากกว่าได้ประโยชน์ ในกรณีของพนักงานสายเทคฯ คือการที่ต้องการ play safe ไม่กล้าออกจากตำแหน่งงานเดิมเนื่องจากกลัวมากกว่ากล้า ทำให้เกิดการลังเลที่จะเปลี่ยนงาน ในแง่ของธุรกิจคือการที่บริษัทไม่กล้าเลิกจ้างพนักงานเพราะยึดติดมากเกินไป ถึงแม้ว่าพนักงานคนนั้นจะทำงานได้ไม่ตรงตามเป้าก็ตาม

2. อคติโดยการมองโลกในแง่ดี (Optimism Bias) คือการที่คิดว่าเรื่องดีมีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าเรื่องแย่ๆ อย่างเศรษฐกิจถดถ่อยหรือขาลงของตลาด ทำให้บริษัทเกิดความคิดที่ว่า “Recession ทำอะไรเราไม่ได้” แต่ในความเป็นจริงแล้วก็โดนผลกระทบไปเต็มๆ เห็นได้จากการเลิกจ้างจำนวนมาก และอคตินี้ก็ทำให้บริษัทมองโลกในแง่ดีจนไม่คิดถึงการเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้อื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น

วิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสที่นานๆ ครั้งจะเกิดขึ้นของบริษัท Non-Tech ที่จะได้จ้างพนักงานที่มีศักยภาพและความสามารถการทำงานสูงเพื่อมาเพิ่มประสิทธิภาพของบริษทในแง่ของเทคโนโลยี อีกทั้งยังลดต้นทุนด้วยค่าจ้างที่ถูกลง

อ้างอิงข้อมูลจาก

The Silver Lining Of Tech Layoffs

The Largest Tech Layoffs






ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ถอดบทเรียน T-Beauty จาก ศรีจันทร์ และ MizuMi กับข้อได้เปรียบที่แบรนด์ระดับโลกลอกไม่ได้

รวิศ หาญอุตสาหะ ซีอีโอ ศรีจันทร์ และ วริษฐา สืบพันธ์วงษ์ ซีอีโอ Mizuhada Group ถอดบทเรียน T-Beauty บนเวที Techsauce Global Summit 2026 ตั้งแต่ 11,000 แบรนด์ในสนามเดียวกัน อากาศร้อน...

Responsive image

จาก Solopreneur สู่ Enterprise System ถอดสมการการขยายธุรกิจของ Paloy Studio ให้ทะลุขีดจำกัดหลักร้อยล้าน

เจาะลึกกลยุทธ์ Paloy Studio จากเงิน 1,500 บาท สู่ยอดขาย 12 ล้านในไลฟ์เดียว ถอดบทเรียน Live Commerce การสร้างทีม และวิธีปั้นแบรนด์ให้รอดในยุค AI...

Responsive image

สิงคโปร์ออกแผน ‘ช่วยเลี้ยงจนอายุ 17’ รัฐอัดฉีดเงินช่วย 1.8 ล้าน / ลูก 1 คน

สิงคโปร์แก้เกมประชากรลด อัดฉีดสวัสดิการเลี้ยงลูกรวม 2 ล้านบาท เพิ่มวันลา 24 วัน และกดค่า Daycare เหลือสี่พัน เจาะลึกนโยบายดันคนรุ่นใหม่กล้ามีลูก...