ปลูกต้นไม้ในใจคน หลักการประจำใจของ ‘Giver’ แบบฉบับการใช้ชีวิต ‘โจ้ ธนา’


ในรายการ Techsauce Live เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา เราได้รับเกียรติจากคุณโจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ Chief Marketing Officer ของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) มาร่วมพูดคุยเจาะลึกถึงมุมมองความคิดและหลักการดำเนินชีวิตนอกเหนือจากการทำงาน โดยคุณโจ้ ได้แชร์เกี่ยวเรื่องการสร้าง community ในหลักสูตร ABC หรือ สถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เชิงธุรกิจ วิธีการเลี้ยงลูก รวมถึงคติประจำใจในการใช้ชีวิตให้เกิดความสุข 

ดูย้อนหลังได้ ที่นี่ 

เพจ ‘เขียนไว้ให้เธอ’ ของคุณโจ้ เกิดจากความตั้งใจฝึกสกิลใหม่ช่วงปิดโควิด โดยเริ่มจากการเอาบทความเดิมมาลง และตั้งใจเขียนทุกวันมาตลอด 3 เดือน เรื่องราวหลักๆ คือสิ่งที่อยากถ่ายทอดเอาไว้ให้กับลูกสาวทั้งสองคน โดยหวังว่าเมื่อลูกสาวโตพอจะสามารถอ่านเพื่อเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตได้ 

ปลูกต้นไม้ในใจคน

ตลอดการพูดคุย คุณโจ้เน้นย้ำ หัวใจสำคัญของการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำงานหรือนอกเวลางานว่า คนเราควรจะเป็น ‘Giver’ หรือผู้ให้ ที่มี ‘Empathy’ เยอะๆ โดยคุณโจ้เรียกสิ่งนี้ว่า ‘การปลูกต้นไม้’ คือการช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่ต้องคิดเยอะให้ซับซ้อน ซึ่งการปลูกต้นไม้นี้ไม่จำเป็นจะต้องช่วยเหลือแค่เฉพาะเรื่องใหญ่ๆ แต่สามารถทำได้กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ยกตัวอย่างเช่น เวลามีพนักงานใหม่เข้ามาทำงานวันแรกในที่ทำงาน สำหรับเขามันคือวันสำคัญและอาจจะรู้สึกตื่นเต้นว่าจะทำตัวอย่างไร กินข้าวกับใคร ถ้าหากเราเพียงเข้าไปชวนเขาทานข้าวด้วย แค่นั้นก็ถือเป็นการช่วยสร้าง conversation และทำให้คนรู้สึกประทับใจได้ 

และในหลายๆ ครั้งการเป็น Giver โดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน สิ่งดีๆ บางครั้งก็วนกลับมาหาเราหรือมาช่วยเราเองโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว 

นอกจากนี้ คุณโจ้ยังบอกว่า การยึดหลักการของการเป็นผู้ให้ จะทำให้คนรอบข้างให้ความเคารพและเชื่อถือในสิ่งที่เราตัดสินใจในเรื่องใหญ่ๆ ด้วย 

อย่างไรก็ตามการเป็นผู้ให้ไม่ได้หมายความว่า เราจะต้องกลายเป็นแกะในฝูงหมาป่า หากรู้สึกว่าตัวเองตกอยู่ในดง Taker หรือผู้ที่เอาแต่หาผลประโยชน์ ก็ให้เดินออกมาจะดีกว่า เพราะสิ่งนี้สามารถกลายเป็นตัวชี้วัดว่าคนนั้นจะกลายเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จที่สุดหรือล้มเหลวที่สุดได้เลยทีเดียว 

เช่นเดียวกับการสร้าง community ที่แข็งแรง จึงควรจะสร้างการรวมตัวกันของ Giver ด้วยกันเอง เพื่อส่งเสริมและไม่เอาเปรียบกันและกัน  

ใส่ของลงในเป้สะพายหลัง รอจังหวะ connect the dots

เมื่อถูกถามถึงคำแนะนำต่อคนรุ่นใหม่ คุณโจ้ บอกว่า สำหรับคนที่เพิ่งเรียนจบใหม่และกำลังเริ่มต้นเดินทาง ควรมีเข็มทิศที่ดี ซึ่งเข็มทิศนั้นก็คือ ‘เจ้านาย’ เนื่องจากคนที่คอยชี้แนะในช่วงเริ่มต้นสามารถชี้แนะชีวิตคุณให้เดินไปทางที่สวยงามหรือล้มเหลวได้ หากคุณมองหางาน จึงควรมองหาเจ้านายที่เป็นคนดีและเก่งด้วย 

ตอนที่ลูกสาวของคุณโจ้มาปรึกษาว่าควรโตขึ้นไปทำอะไรดี คุณโจ้เพียงแนะนำว่า แม้ตอนนี้จะยังหาตัวเองไม่เจอ ก็ให้ทำอะไรก็ได้ที่เราได้รู้กว้างๆ และค่อยเอาหลายๆ ทักษะมาผสนกันได้ เพราะตอนนี้โลกเราต้องการความหลากหลาย

การทำงาน ให้ฝึกทักษะมากกว่าหนึ่งและทดลองทำงานหลายๆ อย่าง ใส่ทักษะนั้นเอาไว้ในเป้สะพายหลัง ระหว่างออกเดินทางไปเรื่อยๆ โดยให้มองช่วงชีวิตเป็นจุด ที่แม้อาจไม่เกี่ยวข้องกันเลย แต่เราจะไม่มีวันรู้ว่าบางครั้งมันอาจช่วยให้เราสามารถลากเส้นเชื่อมต่อกันกลายเป็นตัวตนเราที่แข็งแรงในอนาคตได้ (Connect the Dots)

เดินมาถูกทางแล้ว มีของในเป้แล้ว ต้องมีกำลังขาที่แข็งแรงพอ

หากย้อนเวลากลับไปได้ คุณโจ้อยากบอกตัวเองในตอนเด็กว่าให้เริ่มออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะสุขภาพคือเรื่องที่สำคัญที่สุด แม้คุณจะเป็นคนที่เก่งขนาดไหน ประสบความสำเร็จแต่ร่างกายไม่อำนวยทุกอย่างก็กลายเป็นศูนย์ 

คุณโจ้ ยกคำพูดของ คุณไพบูลย์ ดํารงชัยธรรม ที่เคยกล่าวว่า “คนเรามีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องธรรมชาติอยู่นะ คือ คนเรา ‘เกิด-แก่-ตาย’ ได้ แต่ไม่จำเป็นต้อง ‘เจ็บ’ เพราะเราเลือกที่จะดูแลสุขภาพร่างกายได้”

เช่นเดียวกับคำแนะนำจาก บารัค โอบามา ที่ครั้งหนึ่งเขาได้ไปออกรายการวิทยุ เมื่อดีเจถามคำถามว่า หากให้สลับตัวกัน มีคำแนะนำอะไรให้กับเขาในการเป็นประธานาธิบดีบ้าง? คำตอบของโอบามา ก็คือ ให้ออกกำลังกาย เพราะเมื่อคุณมีทุกอย่างแล้ว แต่ร่างกายใช้ไม่ได้ ก็ไม่มีประโยชน์ 

“ร่างกายเป็นอย่างเดียวที่เสื่อม อย่างอื่นสามารถพัฒนาได้หมด ดังนั้นกำลังขาเราต้องแข็งแรงพอจะเดินไปถึงจุดหมายได้ด้วย”


สร้างสมดุลชีวิตและการทำงานด้วยการเรียงก้อนหินแห่ง ‘Priority’

สำหรับผู้บริหารองค์กรใหญ่เช่นคุณโจ้ แน่นอนว่าต้องมีสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันเป็นล้านแปดอย่าง แต่คุณโจ้กล่าวว่า สิ่งนั้นไม่ใช่ปัญหาและมีเวลาเหลือเยอะมาก เพราะรู้ว่าควรให้ความสำคัญกับอะไร และเลือกได้ว่าจะทำอะไรบ้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

“ชีวิตเราเหมือนก้อนหิน เวลาเรียงลงไปในขวดโหลต้องดูว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ให้วางหินก้อนใหญ่ลงไปก่อน แล้วค่อยวางกรวด และเททรายตามหลัง หากเททุกอย่างรวมกันทีเดียวมันจะยัดไม่ลง” 

หากเราใช้เวลากับ หินก้อนใหญ่ หรือสิ่งที่สำคัญที่สุดของเราได้อย่างครบถ้วน เราจะไม่มีวันเสียดาย

โดยหิน 4 ก้อนของคุณโจ้ คือ ลูกสาว สุขภาพ ความสุขจุ๊กจิ๊ก และ การทำตัวมีประโยชน์ หากทั้ง 4 เรื่องนี้สามารถเติมเต็มได้ เรื่องอื่นๆ ก็ถือเป็นโบนัส


ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ต้องสำเร็จก่อนอายุ 30 เส้นตายที่กำลังกัดกินสังคม อาจสร้างคนแบบ ‘เอลิซาเบธ โฮล์มส์’

เมื่อคำว่า ‘อายุน้อย’ โดยเฉพาะอายุ 30 ถูกใช้เป็นแต้มต่อจนเกิดคดีฉ้อโกงซ้ำซาก ตั้งแต่ Elizabeth Holmes ถึง Gökçe Güven บทเรียนสำคัญ...

Responsive image

3 คำถามสัมภาษณ์งาน ที่ HR ใช้ดู ‘ตัวตน’ ผู้สมัครว่าเข้ากับทีมได้หรือไม่

การสรรหาคนที่เหมาะสมเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญที่สุดของผู้นำ การมีพนักงานที่มี talent เป็นความได้เปรียบทางแข่งขันที่แข็งแกร่งและช่วยให้องค์กรสร้างผลลัพธ์และวัฒนธรรมที่ productive และ ...

Responsive image

‘AI ทำงานแทนคนมากขึ้น แต่คนกลับเหนื่อยกว่าเดิม’ รู้จักภาวะ AI Brain Fry เมื่อคนใช้ AI มากไปจนสมองล้า อีกด้านของ AI ที่องค์กรต้องระวัง

งานวิจัย Harvard Business Review เผยปรากฏการณ์ “AI Brain Fry” เมื่อการใช้ AI มากเกินไปทำให้เกิด Mental fatigue เพิ่ม Decision fatigue และอาจลด Productivity ในที่ทำงาน...