รู้จัก Workplace Telepressure ภาวะกดดันที่ทำให้ต้องรีบตอบแชทงาน แม้เลิกงานแล้ว

รู้จัก Workplace Telepressure ภาวะกดดันที่ทำให้ต้องรีบตอบแชทงาน แม้เลิกงานแล้ว

เคยสังเกตตัวเองไหมว่าทั้งที่เลิกงานไปแล้ว แต่พอมีแจ้งเตือนเรื่องงานเด้งขึ้นมา เราก็มักจะรีบหยิบมือถือมาอ่านทันที เพราะลึก ๆ ในใจรู้สึกว่าต้องรีบตอบเดี๋ยวนั้น นักวิจัยเรียกภาวะนี้ว่า Workplace Telepressure หรือแรงกดดันภายในใจที่ทำให้เราพะวงและรู้สึกว่าต้องรีบตอบกลับแชทหรืออีเมลเรื่องงานอยู่ตลอดเวลา

ลองสังเกตดูว่าเรากำลังมีสัญญาณของภาวะนี้อยู่หรือไม่ เช่น มีแจ้งเตือนมาต้องรีบเปิดดูทันที รู้สึกกระวนกระวายหรือกังวลว่าจะถูกหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานมองไม่ดี ไม่มีความรับผิดชอบหากตอบแชทช้า หรือแม้แต่วันหยุด ช่วงก่อนนอนสมองก็ยังคอยพะวงจนไม่สามารถตัดขาดจากงานได้จริง ๆ

เรื่องนี้มีการตามเก็บข้อมูลจากพนักงาน 234 คน นานถึง 3 เดือน เพื่อดูว่าความรู้สึกกดดันในลักษณะนี้ส่งผลต่อสุขภาพและจิตใจอย่างไรบ้าง โดยพบว่าแม้เทคโนโลยีจะช่วยให้เราทำงานได้ยืดหยุ่นขึ้นจริง แต่หลายคนกลับรู้สึกว่าต้องคอยสแตนด์บายเรื่องงานอยู่ตลอดเวลาเหมือนเดิมไม่ว่าจะตอนอยู่บ้านหรือกำลังพักผ่อน ความรู้สึกที่ต้องคอยตอบแชทมันทำให้สมองเรายังวนเวียน ผูกติดอยู่กับงานจนไม่ได้พัก

ประเด็นไม่ได้อยู่แค่บริษัทอยากให้เราตอบแชทเร็วหรือหัวหน้าสั่งงานแล้วต้องตอบทันทีอย่างเดียว แต่สาเหตุหลักเกิดจาก ‘วัฒนธรรมองค์กร’ หรือความคาดหวังแฝง เช่น พอเห็นเพื่อนร่วมงานตอบแชทไว เราก็รู้สึกกดดันว่าต้องทำตามหรือบางครั้งหัวหน้าอาจฝากข้อความไว้ตอนดึก แม้จะบอกว่า ‘ค่อยทำพรุ่งนี้เช้าก็ได้’ แต่ในทางจิตวิทยาผู้รับก็มักจะรับเอาความคาดหวังนั้นมากดดันตัวเองอยู่ดี จนรู้สึกว่าถ้าเห็นแชทงานปุ๊บก็ต้องรีบตอบกลับปั๊บ

ผลการศึกษาพบว่าคนที่มีภาวะนี้สูงมักจะสลัดเรื่องงานออกจากหัวได้ยากหรือพูดง่าย ๆ คือถึงจะเลิกงานแล้วแต่ก็ยังคิดถึงเรื่องงานอยู่ ไม่สามารถตัดขาดจากงานได้จริง ๆ ซึ่งข้อมูลก็ยืนยันเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนว่าหากปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในภาวะนี้นาน ๆ ร่างกายและสมองจะสั่งให้เราอยู่ในโหมด ‘เตรียมพร้อมรับมือ’ อยู่ตลอดจนไม่มีเวลาเอนจอยกับชีวิต

และเมื่อสมองไม่ได้พัก ก็ส่งผลกระทบหลัก ๆ 2 เรื่อง 

  • เรื่องแรกคือร่างกายเหนื่อยล้า คนที่มีภาวะนี้จะรู้สึกเหนื่อยล้ากว่าปกติมาก เพราะพอเราพะวงเรื่องงานมันจะทำให้เรา ‘พักผ่อนได้ไม่เต็มที่’ และการพักแบบไม่จริงมันจะสะสมไปเรื่อย ๆ จนทำให้ร่างกายล้าไปหมด 
  • เรื่องที่สองคือคุณภาพการนอนแย่ลง คนที่มีอาการนี้มักจะมีปัญหาเรื่องการนอนตามมา เช่น หลับยาก หลับไม่สนิทหรือตื่นมาแล้วยังรู้สึกเพลีย ไม่สดชื่น ซึ่งสาเหตุก็เชื่อมโยงมาจากการที่สมองเราไม่ยอมตัดขาดจากเรื่องงาน

ในภาวะนี้อาจทำให้หลายคนอาจรู้สึก ‘อินกับงาน’ มากขึ้นบางคนรู้สึกว่าตัวเองตื่นตัวและมีส่วนร่วมกับงานเมื่อได้คอยเช็กแชทงาน แต่ถ้าร่างกายไม่ได้พักแบบจริง ๆ ในระยะยาวมันจะส่งผลเสียย้อนกลับมาบั่นทอนพลังและลดความผูกพันกับงานลงไปแทน พูดอีกแบบคืออาการนี้อาจทำให้เรารู้สึกทุ่มเทในระยะสั้น แต่ถ้ามันไปรบกวนเวลาพักมากเกินไป สุดท้ายก็จะทำให้เราหมดไฟได้เหมือนกัน

สำหรับการรับมือเบื้องต้น เราสามารถทำได้โดยการตั้งขอบเขตให้ตัวเอง เช่น กำหนดเวลาเช็กข้อความที่ชัดเจน และไม่เปิดอ่านแชทงานในวันหยุดหากไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน รวมถึงการตั้งกติกากับทีมให้ชัดเจนว่างานด่วนระดับไหนควรใช้วิธีสื่อสารแบบใด เพื่อลดความกังวล นอกจากนี้การใช้ตัวช่วยอย่างการปิดแจ้งเตือน นอกเวลางานก็สามารถช่วยไม่ให้เสียงเตือนมากระตุ้นความเครียดได้

ดังนั้น Workplace Telepressure จึงไม่ใช่แค่นิสัยติดเช็กมือถือทั่วไป แต่มันกระทบกับสุขภาพของเราโดยตรง และยังเป็นตัวการสะสมความเครียดที่มองไม่เห็น ซึ่งมักจะส่งผลให้บรรยากาศในการทำงานแย่ลง รวมถึงทำให้คนทำงานรู้สึกหงุดหงิดได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

อ้างอิง: researchgate

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สิงคโปร์ติดมือถือจนไม่อ่านหนังสือ รัฐบาลจ่ายเงินให้ ‘อ่านวันละ 15 นาที’ อ่านครบ 50 วัน แลกเงินได้ 1 ดอลลาร์สิงคโปร์

สิงคโปร์เปิดตัว ReadSG จ่ายเงินให้ประชาชนอ่านหนังสือวันละ 15 นาที สะสมเหรียญ 1,000 เหรียญแลก 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ พร้อมกลไกแบบเกม นักพฤติกรรมศาสตร์ชี้ว่าเงินก้อนเล็กอาจสร้างนิสัยการอ่...

Responsive image

ทำไมบางคน ‘ยิ่งคุย ยิ่งเครียด’ รู้จัก Emotionally Draining Friendship เมื่อเพื่อนร่วมงานกลายเป็น ‘ภาระทางอารมณ์’

Amy Gallo นักเขียนของ Harvard Business Review เรียกความสัมพันธ์แบบนี้ว่า emotionally draining friendship หรือมิตรภาพที่ดูดพลังชีวิตไปทีละนิด จนกลายเป็นภาระทางอารมณ์...

Responsive image

รู้จัก ‘False Alignment’ ภาวะที่ทุกคนคิดว่าเห็นตรงกัน กับดักที่ทำให้องค์กรไปไม่ถึงเป้าหมาย

งานวิจัย BCG พบว่ากว่า 70% ขององค์กรเปลี่ยนผ่านไม่สำเร็จ ต้นตออยู่ที่ทีมผู้บริหารที่ทำตัวเหมือนเห็นตรงกันทั้งที่ไม่เคยตกลงกันจริง บทความ HBR อธิบายสามสาเหตุของภาพลวงนี้ พร้อมห้าขั้...