• ผู้หญิงไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำในแวดวงธุรกิจ ซึ่งนับว่าโดดเด่นกว่าประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชีย
  • อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยติดในหนึ่งอันดับที่เลวร้ายที่สุดในโลกด้านความเสมอภาคทางการเมือง
  • การเลือกตั้งทั่วไปในปีนี้ มีผู้ลงสมัครเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 68 คน มีเพียง 8 คนเท่านั้นที่เป็นผู้หญิง
  • อีกทั้งไม่มีรัฐมนตรีหญิง

กว่า 37 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงในประเทศไทย อยู่ในตำแหน่งผู้นำในโลกธุรกิจ เปรียบเทียบกับทั่วโลกที่โดยเฉลี่ยมีเพียง 24 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยร้อยละ 40 ของผู้บริหารระดับสูงเป็นผู้หญิง และร้อยละ 34 ของเจ้าหน้าที่สตรีได้ขึ้นมาอยู่แนวหน้าในแวดวงการเงิน

ผู้หญิงไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำในแวดวงธุรกิจ ซึ่งนับว่าโดดเด่นกว่าประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชีย

อย่างไรก็ตาม แม้ตัวเลขข้างต้นจะแสดงว่าผู้หญิงกำลังมีความโดดเด่นในโลกธุรกิจ ซึ่งต่างจากโลกการเมืองอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลจาก สหภาพรัฐสภา จัดให้ประเทศไทย มีผู้หญิงในรัฐสภาอยู่ในอันดับ 182 จาก 193 ประเทศ โดยมีผู้หญิงเข้าสภาผู้แทนราษฏรเพียง 13 คนคิดเป็น 5.4% ของ 240 ที่นั่ง

การเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงการขาดความก้าวหน้าในการสนับสนุนสตรีด้านการเมืองเมื่อเทียบกับโลกธุรกิจ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปีนี้ เห็นได้ว่าจำนวนผู้ลงสมัครเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 68 คน จาก 44 พรรค มีเพียง 8 ผู้สมัครเท่านั้นที่เป็นผู้หญิง

อ่านเพิ่มเติม: ส่อง 6 ผู้คร่ำหวอดในวงการเทคโนโลยี สู่บทบาทนักการเมืองไทย

โดดเด่นในโลกธุรกิจ

เมื่อไม่นานมานี้สำนักข่าว Bloomberg รายงานถึงเหตุผลว่าทำไมผู้หญิงไทยถึงประสบความสำเร็จในโลกธุรกิจมากกว่าโลกการเมืองได้อย่างน่าสนใจ โดยได้ทำการสัมภาษณ์หญิงเก่งในโลกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำในธุรกิจอสังหา การขนส่งสาธารณะ หรืออุตสาหกรรมการผลิต โดยสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเสริมสร้างศักยภาพของผู้หญิงในองค์กรเนื่องจากมี 'วัฒนธรรมของเวิร์กกิ้ง วูแมน' ผ่านการดำเนินธุรกิจครอบครัว ในประเทศไทย ผู้หญิงมักจะทำงานนอกบ้านเสมอ

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ผู้หญิงมีโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาขั้นสูงเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น จากรายงาน The Global Gender Gap ของ Grant Thronton และ World Economic Forum รายงานว่า ผู้หญิงไทยมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาอันดับหนึ่งของโลก โดยมีโอกาสเข้าศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในอัตรา 1.41 คนต่อจำนวนประชากรชาย

ในอดีตผู้ชายจะถูกคาดหวังให้ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว เพื่อที่ผู้หญิงจะได้ดูแลงานบ้าน มันเป็นบทบาทที่ฝั่งแน่นในความเชื่อในเรื่องบทบาททางเพศ

ดร.จุรี วิจิตรวาทการ อดีตประธานสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (สพบ.) และแนวหน้าด้านการศึกษาด้านสตรีในประเทศไทย กล่าว

การมีส่วนร่วมในครอบครัวของผู้หญิงไทยต่างจากในประเทศอื่น ๆ อย่างกรณีประเทศเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ที่ผู้หญิงยังคงทำงานบ้าน และน้อยคนที่จะทำงานในองค์กร

สตรีมีโอกาสในการเป็นผู้นำในแวดวงธุรกิจ เนื่องจากประเทศไทยมีวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงสามารถทำงานร่วมกับผู้ชายในด้านการเงินและในธุรกิจด้านประกัน ขณะที่ผู้หญิงยังคงต้องการการสนุนทางการเมืองจากพรรคการเมือง ในการที่จะเข้าไปในพื้นที่ที่มีผู้ชายเป็นใหญ่ อย่างในสภานิติบัญญัติเอง มีผู้หญิงเป็นสมาชิกเพียงประมาณร้อยละ 5 เท่านั้น เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องมีการสนับสนุนผู้หญิงในพื้นที่นี้อยู่

สู่เส้นทางสูงสุดของอาชีพ

คุณกมลวรรณ วิปุลากร วัย 56 ปี ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บริหาร หลังจากไต่เต้าการทำงานมานานหลายปี เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างแสดงให้เห็นถึงความสามารถของสตรีไทยในการเป็นผู้นำโลกธุรกิจ โดยเธอเริ่มทำงานจากตำแหน่งเล็กๆ ในบริษัทหลักทรัพย์ หลังจากไต่เส้นทางอาชีพเป็นเวลาหลายปี เธอก็สามารถเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรม และสามารถนำบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้ในที่สุด

ปัจจุบันคุณกมลวรรณดำรงตำแหน่งเป็นซีอีโอของ บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยหลังจากทำงานได้ 15 ปี ในการเริ่มเส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมการเงินในฐานะนักวิเคราะห์ ขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานบริษัทจึงลาออก จากนั้นหันมาทำงานในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินที่บริษัท ปิโตรเคมีเป็นเวลาห้าปี จากนั้นเข้ารับตำแหน่งเดียวกันที่บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และสามารถขึ้นดำรงตำแหน่งประธานในระยะเวลาเพียงสามปี

เรื่องราวของคุณกมลวรรณถือเป็นสิ่งสะท้อนองค์กรไทย ประเทศที่มีถือว่ามีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับการที่ผู้หญิงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม และมีตำแหน่งผู้บริหารอาวุโสมากกว่า 1 ใน 3

หัวเรือใหญ่ในธุรกิจครอบครัว

มาดูอีกตัวอย่างของผู้หญิงที่สืบทอดธุรกิจของครอบครัวของคุณสุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม ผู้ดำรงตำแหน่งซีอีโอบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด โดยผู้หญิงที่สืบทอดกิจการครอบครัวนับว่ามีจำนวนมากในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทส่วนใหญ่ในประเทศไทยมีผู้หญิงขึ้นเป็นผู้นำ

บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด ก่อตั้งโดยคุณหญิงภัทรา สิงหกกะ (คุณยายของคุณสุภาพรรณ) เริ่มดำเนินขนส่งสาธารณะทางน้ำเมื่อปี พ.ศ. 2514 คุณสุภาพรรณในวัย 74 ปี เป็นตัวแทนผู้หญิงรุ่นที่สามที่ดำเนินธุรกิจครอบครัว

คุณสุภาพรรณดำเนินการควบคุมบริษัทเต็มตัวหลังจากที่คุณแม่เสียชีวิต โดยกล่าวว่านี่คือ "หน้าที่" ในการดูแลธุรกิจที่คุณยายและคุณแม่ได้อุทิศชีวิตให้ อีกทั้งการบริหารบริษัทเรือข้ามฟากยังเป็น "บริการขนส่งสาธารณะ" แม้ว่าจะได้กำไรไม่มากนักก็ตาม

เธอได้พัฒนาบริษัทเรือข้ามฟากแม่น้ำเล็ก ๆ ในกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นกลุ่มบริษัทใหญ่ให้บริการผู้โดยสารกว่า 17 ล้านคนต่อปี ขายพื้นที่โฆษณาบนเรือ และดำเนินการท่าเรือให้บรรดาห้างสรรพสินค้า โรงแรม และร้านอาหาร

ในตอนนี้ผู้ที่อยู่ลำดับถัดไปของบริหารคือผู้เป็นลูกสาวอย่างคุณณัฐปรี พิชัยรณรงค์สงคราม

กลับสู่ตลาดแรงงานหลังจากมีบุตร

"อีกหนึ่งปัจจัยที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้หญิงไทยในแวดวงธุรกิจ เป็นเพราะผู้หญิงยังคงกลับเข้ามาทำงานหลังจากมีบุตร ต่างจากประเทศอื่น ๆ ที่จำนวนผู้หญิงในตลาดแรงงานลดลง นอกจากนี้ยังเป็นเพราะโครงสร้างครอบครัวของไทย ที่ปู่ย่าตายายมักอาศัยอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน และยังคงช่วยสนับสนุนงานในบ้านของสมาชิกอื่นในครอบครัว นี่เองที่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงในสังคมไทยยังคงกลับเข้าสู่ตลาดแรงงาน" คุณแอนนา-การิน แจตฟอร์ส ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาคขององค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติในเอเชียและแปซิฟิก กล่าว

ด้านดร.จุรี ได้ให้ความเห็นถึงบทบาทของสตรีในด้านการเมืองไทยว่า

ในด้านการเมืองกลับไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากมีเรื่องของโครงสร้างพรรคการเมือง จะเห็นได้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ทางการเมืองในอดีตเป็นที่ของผู้ชายมาแต่ไหนแต่ไร ต่างจากโลกธุรกิจที่ผู้หญิงสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ตั้งแต่เริ่มต้น

คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริษัทโตชิบาประเทศไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหญิงคนแรก และเคยเป็นหนึ่งในสามของคณะรัฐมนตรีหญิง เธอกล่าวว่าความแตกต่างที่สำคัญระหว่างโลกธุรกิจและการเมืองในประเทศไทยคือ 'การขาดการสนับสนุน' แม้ว่าเธอต้องการเห็นผู้หญิงในโลกโลกธุรกิจมากขึ้นเช่นกัน

"จากประสบการณ์ ฉันเห็นทั้งผู้หญิงที่ดูแลทั้งธุรกิจและงานในบ้าน แต่บางครั้งเราก็ยอมให้ผู้ชายพูดแทนในที่ประชุม" คุณกอบกาญจน์กล่าว

เช่นเดียวกับคุณกอบกาญจน์ ดร.จุรี ผู้ที่เคยได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2549 กล่าวว่า "รัฐสภาเป็นสถานที่ที่โดดเดี่ยวสำหรับผู้หญิง เพราะมันเป็นเรื่องง่ายกว่าสำหรับผู้ชายในการจัดตั้งกลุ่มพันธมิตร"

 

อ้างอิงเนื้อหาข่าวจาก: Bloomberg: Thailand's Women Are So Successful in Business (But Not Politics)

ภาพหน้าปกจาก: Bold Content/Flickr

RELATED ARTICLE

Responsive image

วิธีเปลี่ยนพนักงานธรรมดาให้กลายเป็น "นักสร้างนวัตกรรม"

สมมติว่าคุณเล่นกอล์ฟเป็นแต่ไม่มีเพื่อนเล่น คุณเลยชวนเพื่อนคนหนึ่งมาเล่นด้วย แต่เขาหรือเธอคนนั้นไม่มีประสบการณ์เลย......

Responsive image

ถกประเด็น ทำไม Startup ไทยไม่มี Unicorn และพบกับ Demo Day สุดร้อนแรงของเอเชีย

เมื่อพูดถึง Startup ในประเทศไทยมักมีคำถามต่อมาว่า ทำไมประเทศไทยถึงไม่มี Unicorn สักที? หรือทำไมจึงเห็น Startup ไทย Fail บ่อย ในบทความนี้เราได้คุยกับคุณปารดา ทรัพย์ประเสริฐ จาก 500 ...

Responsive image

ONE Championship เมื่อ ‘ศิลปะการต่อสู้’ เป็นศาสตร์ของ ‘การพัฒนาคน’

ONE Championship องค์กรกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของทวีปเอเชีย ที่มีมูลค่าหลักพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งก่อตั้งขึ้นด้วยฝีมือของคนไทย และสามารถเข้าถึงผู้ชมกว่า 2,600 ล้านคน มากก...