คุยกับ Eduardo Pedrosa เลขาธิการ APEC เมื่อ Trust กลายเป็นสกุลเงินใหม่ของเอเชียแปซิฟิก ในวันที่ AI และการค้าเปลี่ยนกติกา

APEC อาจดูเหมือนการประชุมระดับนโยบายที่อยู่ไกลจากชีวิตของผู้ประกอบการรายเล็ก แต่ในมุมของ Eduardo Pedrosa ผู้อำนวยการบริหารสำนักเลขาธิการ APEC สิ่งที่เกิดขึ้นบนโต๊ะประชุมเหล่านี้คือการต่อรองอนาคตของตลาดข้ามพรมแดนใน 21 เขตเศรษฐกิจ

Techsauce ได้รับโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ Eduardo Pedrosa ระหว่างการประชุม ABAC3 ที่กรุงเทพฯ เพื่อคุยถึงบทบาทของ APEC ในวันที่การค้า AI และความเชื่อมั่นกลายเป็นโจทย์เดียวกันของภูมิภาค

ในการประชุม ABAC3 ที่กรุงเทพฯ ภาคธุรกิจจาก 21 เขตเศรษฐกิจกำลังสรุปข้อเสนอที่ต้องส่งต่อถึงผู้นำ APEC ที่เซินเจิ้นในช่วงปลายปีนี้ โดยปกติ ABAC หรือสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจของ APEC จะจัดทำข้อเสนอเฉลี่ยราว 100 ข้อ ครอบคลุมตั้งแต่การค้า ความเชื่อมโยง เศรษฐกิจดิจิทัล การศึกษา ไปจนถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

แม้ทั้งหมดจะอยู่ในฝั่งภาคธุรกิจเหมือนกัน แต่ไม่ได้แปลว่าทุกฝ่ายเห็นตรงกัน Pedrosa อธิบายว่า การทำงานแบบรัฐบาลต่อรัฐบาลยากฉันใด การทำงานแบบธุรกิจต่อธุรกิจก็ยากไม่แพ้กัน เพราะธุรกิจแต่ละกลุ่มมีโจทย์ไม่เหมือนกัน มีข้อเสนอเชิงนโยบายต่างกัน และมีจังหวะการเติบโตไม่เท่ากัน

นั่นทำให้ ABAC3 มีความหมายมากกว่าการเป็นหนึ่งในหลายการประชุมของปีนี้ เพราะเป็นช่วงโค้งสุดท้ายที่ภาคธุรกิจต้องจัดลำดับความคิดให้ชัด ก่อนเปลี่ยนจากเสียงสะท้อนในห้องประชุมกรุงเทพฯ ไปเป็นข้อเสนอที่ผู้นำเศรษฐกิจต้องอ่านในเวทีปลายปี

Trust คือทางรอดของภูมิภาคที่คิดไม่เหมือนกัน

ความร่วมมือคือเส้นทางไปสู่ Trust ที่มากขึ้น

ก่อนหน้านี้ Pedrosa เคยเขียนไว้ในบล็อกของ APEC ว่า Trust คือสกุลเงินที่แข็งแรงที่สุดของเอเชียแปซิฟิก ในบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ เขาได้อธิบายถึง Trust ในฐานะผลลัพธ์ของบทสนทนาที่ต่อเนื่อง

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจธรรมชาติการทำงานของ APEC ก่อน พวกเขาไม่ได้ทำงานด้วยกฎผูกมัดแบบข้อตกลงการค้าเสรีทั่วไป แต่ทำงานผ่านการคุย การทดลอง และการหาจุดร่วมระหว่างเขตเศรษฐกิจที่ต่างกันมาก ทั้งด้านระดับการพัฒนา ระบบการเมือง โครงสร้างอุตสาหกรรม และความพร้อมด้านเทคโนโลยี

Pedrosa ชี้ว่า หากไม่มีพื้นที่ให้แต่ละฝ่ายถามกันตรง ๆ ว่า ทำไมถึงทำแบบนี้ อะไรคือเงื่อนไขที่ธุรกิจต้องการเพื่อเติบโต หรือรัฐบาลกำลังออกแบบนโยบายในทิศทางใด การสร้าง Trust แทบเกิดขึ้นไม่ได้เลย

ภาพนี้สำคัญมากในปีที่โลกกำลังถกเถียงเรื่องห่วงโซ่อุปทาน มาตรการกีดกันทางการค้า และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี เพราะความเสี่ยงของภูมิภาคไม่ได้อยู่แค่การขาดเทคโนโลยี แต่อยู่ที่การขาดกติกาที่พอคาดเดาได้ หากธุรกิจไม่รู้ว่าข้อมูลจะไหลข้ามประเทศได้แค่ไหน กฎ AI จะเข้มขึ้นแบบใด หรือพลังงานจะพร้อมรองรับการใช้ AI แค่ไหน การลงทุนขนาดใหญ่ก็เกิดขึ้นยาก

FTAAP 2040 และคำถามว่าเขตการค้าเสรีรุ่นใหม่ควรหน้าตาแบบไหน

หนึ่งในประเด็นที่ Pedrosa ย้ำคือ FTAAP หรือ Free Trade Area of the Asia-Pacific ซึ่งปี 2026 ถือเป็นวาระครบรอบ 20 ปีของแนวคิดนี้ เดิมที FTAAP ถูกพูดถึงในฐานะภาพอนาคตของการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก 

Pedrosa ตั้งคำถามกลับว่า ทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่าข้อตกลงการค้าเสรีแบบดั้งเดิมหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ข้อตกลงการค้าเสรีของปี 2040 ควรเป็นอย่างไร ?

สิ่งที่เขาพยายามชี้ให้เห็นคือ การค้าในอีก 10 ถึง 20 ปีข้างหน้าไม่ได้มีแค่ภาษี ศุลกากร หรือการเปิดตลาดสินค้า แต่เกี่ยวข้องกับแรงงาน สิ่งแวดล้อม รัฐวิสาหกิจ บริการดิจิทัล ข้อมูล พลังงาน และ AI ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นที่แตะความอ่อนไหวของแต่ละเขตเศรษฐกิจไม่เท่ากัน

ในมุมนี้ Services Roadmap หรือแผนงานพัฒนาภาคบริการฉบับใหม่ที่รัฐมนตรีการค้ารับรองในปี 2026 จึงน่าสนใจ เพราะเพิ่มคำว่า 'นวัตกรรม' (Innovation) เข้าไปในวาระบริการ Pedrosa ยกตัวอย่างว่า เมื่อพูดถึงบริการในยุคใหม่ คนอาจนึกถึง Software as a Service หรือ SaaS ได้ทันที แต่ในเชิงนโยบาย เรื่องนี้กว้างกว่านั้นมาก เพราะบริการกลายเป็นช่องทางสร้างนวัตกรรมของเศรษฐกิจทั้งระบบ

บริการไม่ได้เป็นแค่ภาคส่วนหนึ่งของ GDP อีกต่อไป แต่เป็นชั้นเชื่อมระหว่างเทคโนโลยี ธุรกิจ และผู้บริโภค ตั้งแต่ Cloud, Fintech, Logistics, E-commerce ไปจนถึงแพลตฟอร์ม AI ที่ธุรกิจรายเล็กใช้ลดต้นทุนในการเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ

AI จะโตได้ ถ้ากติกาคุยกันรู้เรื่อง

เมื่อเริ่มพูดถึง AI คำที่ Pedrosa ใช้คือ Interoperability หรือความสามารถของระบบและกติกาที่ต่างกันให้ทำงานร่วมกันได้ เขามองว่า APEC ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมนวัตกรรมและการทำให้ระบบต่าง ๆ เชื่อมกันได้ ส่วนรายละเอียดการกำกับดูแลยังต้องเคารพความต่างของแต่ละเขตเศรษฐกิจ เพราะทั้ง 21 เขตมีโครงสร้างรัฐ หน่วยงานรับผิดชอบ และระดับความพร้อมต่างกันมาก

แต่ความต่างนั้นต้องไม่กลายเป็นกำแพงถาวร เพราะอินเทอร์เน็ตและเศรษฐกิจดิจิทัลมีธรรมชาติข้ามพรมแดนอยู่แล้ว หากแต่ละเขตเศรษฐกิจออกกฎของตัวเองโดยไม่คุยกัน ธุรกิจที่ต้องให้บริการหลายประเทศจะเจอต้นทุนซ่อนเร้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ AI กับทรัพย์สินทางปัญญา Pedrosa อธิบายว่า AI จำนวนมากทำงานจากการขุดและประมวลผลข้อมูลเดิม คำถามจึงไม่ได้อยู่แค่ AI ทำอะไรได้บ้าง แต่อยู่ที่มาตรฐานด้านสิทธิข้อมูล และทรัพย์สินทางปัญญาควรเดินไปทางไหน เพื่อให้ผู้สร้างสรรค์ผลงาน ธุรกิจ และผู้ใช้งานอยู่ในระบบเดียวกันได้

สำหรับ SMEs ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญกว่าองค์กรขนาดใหญ่ เพราะต้นทุนการทำตามกฎระเบียบกระทบผู้เล่นรายเล็กหนักกว่าเสมอ Pedrosa มองว่า AI สามารถช่วยผู้ประกอบการค้นหาว่าประเทศหนึ่งมีกฎอะไร ต้องเริ่มจากเอกสารไหน หรือต้องดูแหล่งข้อมูลทางการใด

แต่เขาเตือนอย่างชัดเจนว่า ผู้ประกอบการไม่ควรเชื่อคำตอบของ AI ทั้งหมด สิ่งที่ AI ทำได้ดีคือชี้ทางไปสู่แหล่งข้อมูลที่ถูกต้องมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าคำตอบแรกที่ได้คือข้อเท็จจริงสุดท้าย

ประเด็น AI ของ APEC จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริษัทเทคขนาดใหญ่ หากกติกาดิจิทัลเชื่อมกันได้มากขึ้น SMEs จะใช้ AI เป็นเครื่องมือข้ามกำแพงข้อมูลและกฎระเบียบได้ดีขึ้น แต่ถ้ากติกาแตกเป็นชิ้น ๆ AI จะกลายเป็นอีกต้นทุนหนึ่งที่ผู้เล่นรายเล็กต้องแบก

บทบาทไทยที่มากกว่าเจ้าภาพ

สำหรับไทย การเป็นเจ้าภาพ ABAC3 ในกรุงเทพฯ เป็นจังหวะที่ดีในการวางบทบาทตัวเองใน APEC แต่ Pedrosa ชี้ว่า จุดที่ไทยแสดงบทบาทได้ชัดกว่าแค่การจัดงาน คือ 2026 APEC BCG Award หรือรางวัลที่ต่อยอดจากแนวคิด Bio-Circular-Green Economy

BCG มีความหมายในเชิงนโยบาย เพราะแนวคิดนี้พยายามทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ได้เป็นแค่ต้นทุนเพื่อความยั่งยืน แต่สามารถกลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้จริง Pedrosa ยกตัวอย่างขยะพลาสติกที่สามารถกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในรูปของผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ หากมีผู้ประกอบการและโมเดลธุรกิจที่เหมาะสม

2026 APEC BCG Award ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่องค์กรขนาดใหญ่เป็นหลัก แต่เน้นผู้ประกอบการรายเล็กที่สร้างนวัตกรรมในพื้นที่ของตัวเอง นั่นทำให้บทบาทไทยใน APEC ไม่ได้อยู่แค่การเปิดห้องประชุมหรือจัดพิธีการ แต่คือการชี้ให้เห็นว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนต้องมีพื้นที่ให้ผู้เล่นตัวเล็กถูกมองเห็น เรียนรู้จากกัน และขยายผลได้จริง

ในวันที่ AI ต้องใช้พลังงานมหาศาล ห่วงโซ่อุปทานต้องยืดหยุ่นขึ้น และเศรษฐกิจดิจิทัลต้องอาศัยกฎที่เชื่อมกันได้มากกว่าเดิม บทบาทของประเทศขนาดกลางอย่างไทยอาจไม่ได้อยู่ที่การเป็นเจ้าของเทคโนโลยีล้ำที่สุด แต่อยู่ที่การสร้างตัวอย่างเชิงปฏิบัติให้ภูมิภาคเห็นว่า นโยบายใหญ่สามารถลงมาถึงผู้ประกอบการจริงได้อย่างไร

Pedrosa ปิดบทสนทนาด้วยภาพของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เปิดกว้าง สงบ มีพลวัต และยืดหยุ่น แต่เส้นทางไปถึงภาพนั้นไม่ได้เกิดจากแถลงการณ์ปลายปีเพียงฉบับเดียว หากแต่เกิดจากการประชุมย่อย หนังสือถึงรัฐมนตรี รายงานถึงผู้นำ การติดตามข้อเสนอ และบทสนทนาซ้ำแล้วซ้ำอีกระหว่างรัฐบาล ธุรกิจ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

อ้างอิง : สัมภาษณ์พิเศษ Eduardo Pedrosa วันที่ 6 กรกฎาคม 2026

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เบื้องหลังเทรนด์ Slow Living เมื่อโลกยิ่งเร็ว คนยิ่งอยากช้า

Roost แอปโซเชียลจังหวะช้าที่ส่งข้อความด้วยความเร็วนกจริง มีผู้ใช้เกือบ 300,000 คนใน 5 สัปดาห์ สะท้อนเทรนด์ Slow Living ที่งานวิจัยชี้ว่าสมาธิมนุษย์เหลือ 47 วินาที และการพักจากโซเชี...

Responsive image

คุยกับ Mirek Dušek ผู้อยู่เบื้องหลังเวที Summer Davos เผยสูตรสร้างความไว้วางใจในโลกที่แตกแยก แสดงตัว มีส่วนร่วม ทำสม่ำเสมอ

มันคือจุดตัดระหว่างโอกาสกับความเสี่ยง จะลงทุนให้ถูกจังหวะได้อย่างไร ในเวลาเดียวกันก็ต้องบริหารความเสี่ยงที่สินทรัพย์บางอย่างอาจสูญค่าไปในอนาคตด้วย นี่คือคำตอบของ Mirek Dušek เมื...

Responsive image

ทำไมถึงรู้สึกเหนื่อย ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร? รู้จัก Decision Fatigue ภาวะสมองล้าจากการตัดสินใจ

Decision Fatigue หรือ ภาวะเหนื่อยล้าจากการตัดสินใจ ซึ่งเกิดจากธรรมชาติของสมองที่มีทรัพยากรจำกัด เมื่อพลังงานส่วนนี้ถูกดึงไปใช้กับการประมวลผลและตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ติดต่อกันมาทั้งว...