
ปลายปี 2021 ในห้องอพาร์ตเมนต์แคบ ๆ กลางแมนฮัตตัน Investment Banker หนุ่มสามคนยังต้องนั่งทำงานจนตีสามตีสี่ คอยปรับขนาดโลโก้บนสไลด์ Pitch Deck ลากเซลล์ Excel จัดตารางทางการเงินซ้ำไปซ้ำมา ขณะที่อีกห้องเดียวกันนั้น เพื่อนร่วมแฟลตของพวกเขากำลังเดิมพันด้วยสิ่งที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง ลาออกจากงานในวงการการเงินที่หลายคนใฝ่ฝัน เพื่อมานั่งเขียนโค้ดรอบโต๊ะกินข้าวในครัว สร้างเครื่องมือ AI ที่จะมาทำงานน่าเบื่อเหล่านั้นแทนพวกเขาเอง
สี่ปีต่อมา บริษัทที่เริ่มต้นจากโต๊ะกินข้าวนั้นชื่อ Rogo Technologies เพิ่งปิดดีลระดมทุน Series D มูลค่า 160 ล้านดอลลาร์ นำโดย Kleiner Perkins ดันมูลค่าบริษัทแตะ 2 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 750 ล้านดอลลาร์ในรอบ Series C เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาเท่านั้น รวมเงินที่ระดมทุนได้ทั้งหมดทะลุ 300 ล้านดอลลาร์ และที่น่าสนใจกว่านั้นคือลูกค้าของพวกเขากลายเป็นบริษัทเดียวกันกับที่พวกเขาเคยลาออกมา
จุดเริ่มต้นของ Rogo ไม่ได้มาจากแผนธุรกิจสวย ๆ แต่มาจาก Senior Thesis ตอนปี 4 ที่ Princeton ของ Gabriel Stengel และ John Willett ทั้งคู่จบสาขา Computer Science และทำโปรเจกต์ Chatbot สำหรับวิชา Econometrics ที่ตอบคำถามได้ว่า GDP ของประเทศหนึ่งสัมพันธ์กับโอกาสได้เป็นเจ้าภาพ Olympics อย่างไร หลังเรียนจบ ทั้งคู่แยกย้ายไปทำงานในสายการเงิน Stengel ไป Lazard ส่วน Willett ไป JPMorgan Chase ก่อนย้ายไป Barclays
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นช่วงฤดูร้อนปีเดียวกันนั้น ตอนที่ OpenAI ปล่อย GPT-3 ให้นักพัฒนาใช้งาน Stengel เล่าว่าเขาลองเล่นแล้วรู้สึกว่ามันเปลี่ยนเกม จึงส่งข้อความหา Willett ทันทีว่า "ของที่เราทำไว้ตอนเรียน มันอาจจะเจ๋งจริง ๆ ก็ได้นะ" ในเดือนมกราคม 2022 ทั้งคู่ตัดสินใจลาออกจากงาน Investment Banking เพื่อมาก่อตั้ง Rogo เต็มตัว โดยดึง Tumas Rackaitis วิศวกรซอฟต์แวร์จาก Gilder Gagnon Howe ที่เคยเรียนด้วยกันที่ Princeton เข้ามาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งคนที่สาม
ช่วงสองปีแรกถือว่าโหดมาก Stengel เล่าว่า "24 เดือนแรก ไม่มีใครอยากคุยกับเราเลย ทุกคนถามว่าเด็กอายุ 23 สองคน จะมีเครื่องมือ AI สำหรับข้อมูลของพวกเขาได้ยังไง" จนกระทั่งปลายปี 2023 พวกเขาถึงปิดดีลลูกค้าที่จ่ายเงินรายแรกได้สำเร็จ จากนั้นทุกอย่างก็เริ่มไหลตามมา
Rogo วางตัวเองเป็นแพลตฟอร์ม Generative AI ที่สร้างมาเฉพาะสำหรับสายการเงินโดยตรง ไม่ใช่ ChatGPT แบบทั่วไปที่ดึงมาปรับใช้ ทีมงานออกแบบโมเดลการให้เหตุผลทางการเงิน (Financial Reasoning Models) เฉพาะของตัวเอง บวกกับการเชื่อมต่อข้อมูลทั้งภายในและภายนอกบริษัท ตั้งแต่ฐานข้อมูลดีล ตลาดหุ้น เอกสารยื่นหน่วยงานกำกับดูแล ไปจนถึงระบบ CRM
หัวใจของแพลตฟอร์มคือเทคนิคที่เรียกว่า Retrieval Augmented Generation แบบเฉพาะที่ Rogo พัฒนาขึ้นเอง เพื่อสังเคราะห์ข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง และลดปัญหา Hallucination ของ AI ทำงานร่วมกันได้กับ Foundation Model หลายตัวพร้อมกัน
ผลิตภัณฑ์เรือธงตัวล่าสุดชื่อ Felix เป็น Agentic AI ที่ทำงานหลายขั้นตอนได้เองโดยไม่ต้องมีคนคอยกดสั่ง ตั้งแต่การคัดกรองดีล (Deal Screening) การสร้างเอกสาร Confidential Information Memorandum การส่งข้อความถึงผู้ซื้อที่มีศักยภาพ ไปจนถึงการตรวจสอบ Data Room งานที่เคยใช้ทีม Junior Banker หลายคนนั่งทำกันข้ามคืน Felix ทำเสร็จได้ในระดับนาที
ปัจจุบัน Rogo มีผู้ใช้งานมากกว่า 35,000 คน กระจายอยู่ใน 250 สถาบันการเงินทั่วโลก รายชื่อลูกค้าประกอบไปด้วยชื่อใหญ่อย่าง Rothschild & Co, Jefferies, Lazard, Moelis และ Nomura ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่ Origination, Execution, Advisory ไปจนถึง Portfolio Intelligence
ที่น่าสนใจคือ Lazard ซึ่งเป็นที่ทำงานเก่าของ Stengel ได้กลายมาเป็นทั้งลูกค้าและพันธมิตรของ Rogo ขณะที่ JPMorgan ที่ Willett เคยทำงานอยู่ ก็เข้ามาร่วมลงทุนผ่าน J.P. Morgan Growth Equity Partners ตั้งแต่รอบ Series B รวมถึงร่วมรอบ Series D ครั้งล่าสุดด้วย ทีมผู้บริหารยังดึง Rahul Rekhi อดีต Managing Director ของ Lazard มานั่งตำแหน่ง President เพื่อช่วยเปิดประตูเข้าสู่วงการสถาบันการเงินที่ปกติเข้าถึงยาก
รอบระดมทุน Series D มูลค่า 160 ล้านดอลลาร์นี้ นอกจาก Kleiner Perkins ที่เป็นผู้นำแล้ว ยังมี Sequoia Capital, Thrive Capital, Khosla Ventures, J.P. Morgan Growth Equity Partners, BoxGroup, Mantis VC, Jack Altman, Evantic และ Positive Sum เข้าร่วม Mamoon Hamid พาร์ตเนอร์จาก Kleiner Perkins ให้ความเห็นว่า Rogo สร้างแพลตฟอร์ม AI ที่สถาบันการเงินที่เข้มงวดที่สุดในโลกไว้วางใจให้จัดการ Workflow ที่สำคัญที่สุดได้ และมองว่าเมื่อแพลตฟอร์มกลายเป็น Operating System ของทั้งอุตสาหกรรม โอกาสที่ตามมาคือระดับที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยในแต่ละยุค
Stengel ซึ่งเป็น CEO และ Co-Founder ระบุว่า สถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่สุดในโลกกำลังเปลี่ยนวิธีทำงานครั้งใหญ่โดยใช้ AI และพวกเขาเลือกทำสิ่งนี้กับ Rogo สถาบันการเงินที่อยู่หัวแถวเริ่มข้ามจากการ Automate งานเป็นชิ้น ๆ ไปสู่การเป็น AI-Native Firm ที่มีระบบ Agent ทำงานข้ามทั้งบริษัท และฉลาดขึ้นทุกครั้งที่ปิดดีล
ในมุมของอุตสาหกรรม Investment Banking สิ่งที่ Rogo สะท้อนคือคำถามใหญ่ที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน เมื่องาน Grunt Work ที่เคยเป็นบันไดขั้นแรกของอาชีพ Junior Banker หลายหมื่นคน กำลังถูก AI กลืนเข้าไป โครงสร้างพีระมิดของวงการการเงินที่อาศัยการดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานหนัก ๆ เพื่อค่อย ๆ ไต่ขึ้น จะเปลี่ยนหน้าตาไปอย่างไร และที่น่าหยอกใจที่สุดคือคนที่เริ่มจุดไฟให้คำถามนี้ ก็คือเด็กที่เคยนั่งทำงานเหล่านั้นเอง
ปัจจุบัน Rogo เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มตัวกับสถาบันการเงินทั่วโลก โดยทั้งสามผู้ก่อตั้งติดทำเนียบ Forbes 30 Under 30 สาขา Finance ประจำปี 2026 ไปเรียบร้อยตั้งแต่เดือนธันวาคมปีก่อน
ที่มา: Bloomberg, TechFundingNews
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด