ท่ามกลางงาน World Economic Forum หรือ Davos 2026 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันนี้ 'ระเบียบโลกเดิม' กำลังถูกเขย่าด้วยความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยีที่หมุนเร็วกว่ากติกา ...คำถามสำคัญคือ ประเทศไทยอยู่ตรงไหนในสมการใหม่นี้ ?
บทความนี้ Techsauce โดยคุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถึงเบื้องหลังภารกิจของ #ทีมไทยแลนด์ ณ งาน Davos 2026 ว่าภารกิจที่มาทำนั้นไม่ใช่แค่การไปเพื่อรายงานตัว แต่คือการไปเพื่อประกาศว่า ไทยเองก็พร้อมจะเป็นพาร์ทเนอร์ที่โลกวางใจ ในวันที่แผนที่เศรษฐกิจกำลังถูกเขียนขึ้นใหม่

คำถามแรกเริ่มต้นด้วยหัวข้อที่สำคัญ นั่นคือ “ภารกิจครั้งสำคัญของกระทรวงการต่างประเทศที่มา Davos ในครั้งนี้คืออะไร และทำไมเราถึงต้องพาทีมไทยแลนด์ชุดใหญ่มาที่นี่”
คุณสีหศักดิ์ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า การมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่คือการผนึกกำลังระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ คลัง และพาณิชย์ รวมถึงภาคเอกชน เพื่อแสดงให้โลกเห็นว่า Thailand is back on the global stage.
คุณสีหศักดิ์มองว่าโลกปัจจุบันกำลังเผชิญกับภาวะ Fragmentation หรือการแบ่งขั้วที่เปราะบาง โดยเฉพาะบทบาทของสหรัฐฯ กับนโยบาย America First ที่สั่นคลอนระเบียบโลกเดิมที่เราคุ้นเคย
“ภารกิจครั้งนี้คือการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไปอย่างไร และที่สำคัญคือ เราไม่ได้มองแค่ตัวเราเอง เรามองว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก เราอยากมาแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับความท้าทายที่โลกกำลังเผชิญ และร่วมหาแนวทางรับมือมัน”
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการที่ไทยได้รับเกียรติให้เป็นผู้นำการเสวนาในเรื่อง Forced Labor (งานหรือบริการที่บุคคลถูกบังคับให้ทำโดยไม่สมัครใจ ผ่านการข่มขู่ การใช้ความรุนแรง) ซึ่งในยุคนี้ไม่ได้มีแค่ในโรงงานหรือเรือประมงอีกต่อไป แต่มาในรูปแบบของ Cyber Scam
โดยคุณสีหศักดิ์ได้พูดถึงปัญหาเรื่อง Cyber Scam ซึ่งเป็นการบังคับแรงงานในรูปแบบใหม่ เพราะปัจจุบันมีคนในภูมิภาคเรานับแสนคนที่ถูกล่อลวงเข้าสู่วงจรอาชญากรรมข้ามชาติ คนเหล่านี้ถูกบังคับให้มาสแกมคนอื่น สร้างความสูญเสียไปทั่วโลกพุ่งสูงถึง 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ นี่คือความท้าทายต่ออำนาจรัฐ และไทยประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะสร้างพันธมิตรระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านขบวนการนี้อย่างจริงจัง
คุณอรนุชได้เข้าสู่หัวข้อของการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ของไทย “เรื่องของการเข้าร่วม OECD ตอนนี้สเตตัสเป็นอย่างไรบ้าง และกรอบไทม์ไลน์คิดว่าจะเป็นช่วงไหน ?”
คุณสีหศักดิ์ได้ถอดรหัสความสำคัญของ OECD ไว้อย่างน่าสนใจว่า นี่ไม่ใช่เพียงแค่การพยายามพาตัวเองเข้าไปนั่งในคลับของประเทศที่ร่ำรวย ตามที่หลายคนเข้าใจ แต่มันคือ กลยุทธ์การปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งเท่าที่เราเคยมีมา
และเหตุผลที่เรื่องนี้กลายเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องผลักดันอย่างหนัก เพราะมาตรฐานของ OECD จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการรีเซ็ตปัญหาที่เรื้อรังมานาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปฏิรูประบบภาษี ปรับปรุงกติกาให้เป็นสากล โปร่งใส และเอื้อต่อการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
ทลายกำแพงระบบราชการ เช่น การลดขั้นตอนภาครัฐที่ล้าหลัง หรือแม้แต่ยกระดับความโปร่งใส สร้างบรรยากาศการทำธุรกิจที่ขาวสะอาด ซึ่งเป็นปัจจัยแรก ๆ ที่นักลงทุนระดับโลกใช้ตัดสินใจ
โดยเลขาธิการ OECD เองก็มองเห็นความตั้งใจของไทย และตั้งเป้าให้เราเข้าเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์ภายในปี 2031-2032 และนี่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติมั่นใจในไทยแบบไม่เคยเป็นมาก่อน
ในขณะที่มหาอำนาจกำลังแข่งกันแบ่งขั้ว ทีมไทยแลนด์เลือกที่จะขยายแผนที่ออกไปหาโอกาสใหม่ ๆ ที่คนอื่นอาจยังมองข้าม ที่ Davos ปีนี้จึงไม่ใช่แค่การไปรักษาฐานที่มั่นเดิม แต่คือการกล้าเดินออกจากคอมฟอร์ตโซนไปสู่น่านน้ำใหม่ที่เราอาจไม่คุ้นเคย เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสที่ยั่งยืนกว่าเดิม อาทิ
สุดท้าย บทเรียนสำคัญที่ได้จาก #ทีมไทยแลนด์ ในงาน Davos 2026 จึงไม่ใช่เพียงแค่การไปประกาศว่าเรามีอะไรดี แต่คือการพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ในวันที่โลกกำลังเปราะบางและแบ่งแยก ประเทศไทยเลือกที่จะเป็น พาร์ทเนอร์ที่พึ่งพาได้ และเป็นสะพานที่เชื่อมโยงโอกาสใหม่ ๆ เข้าหากัน
และการที่รัฐและเอกชนผนึกกำลังเดินหน้าในนาม #ทีมไทยแลนด์ ก็นับเป็นหนึ่งในสัญญาณว่าเราไม่ได้แค่มาเพื่อร่วมงาน แต่เรามาเพื่อกลับเข้าสู่กระแสหลักของโลกอีกครั้งในปี 2026 นี้
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด