Dassault Systèmes เผย ไทยเป็นตลาดสำคัญสูงสุดในภูมิภาค? สัมภาษณ์พิเศษ Sharon Toh กับแนวทางและอนาคตของอุตสาหกรรมยุค AI

Dassault Systèmes (ดาสโซลท์ ซิสเทเมส) ผู้นำด้านซอฟต์แวร์เทคโนโลยี 3D และการบริหารจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ระดับโลก เปิดเวทีสัมภาษณ์แบบโต๊ะกลมสื่อมวลชนพิเศษ นำโดย คุณชารอน โทห์ (Sharon Toh) รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตอนใต้ ผู้มีประสบการณ์กว่า 40 ปีในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและวิศวกรรม โดย Techsauce ได้รับโอกาสพิเศษในการเข้าร่วมสัมภาษณ์ครั้งนี้ เพื่อรับฟังทิศทางกลยุทธ์ล่าสุดของบริษัทในด้านปัญญาประดิษฐ์, แฝดดิจิทัลเสมือน (Virtual Twin) และแบบจำลองโลกอุตสาหกรรม พร้อมเปิดเผยว่าประเทศไทยคือตลาดอันดับหนึ่งในอาเซียนของบริษัท

โอกาสนี้ คุณชารอน โทห์ เดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อเป็นประธานในงาน ประชุมเปิดฤดูกาลขายประจำภูมิภาค ประจำปี ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 180 คนจากทั่วภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าบริษัทให้ความสำคัญกับไทยในฐานะ "ตลาดเชิงกลยุทธ์ที่เติบโตเร็วที่สุด" ในภูมิภาค

จากจุดเริ่มต้นสู่ 7 รุ่นแห่งนวัตกรรม

เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของ Dassault Systèmes คุณชารอนได้ย้อนเล่าพัฒนาการของบริษัทผ่าน 7 รุ่น ที่เปลี่ยนโฉมโลกการออกแบบอุตสาหกรรม

  • รุ่นที่ 1 การออกแบบสามมิติ: จุดเริ่มต้นของบริษัท คือการเปลี่ยนจากโลก 2 มิติสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์แบบ 3 มิติ
  • รุ่นที่ 2 แบบจำลองดิจิทัล (Digital Mockup): พัฒนาให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันในรูปแบบ 3 มิติ เพื่อลดการสร้างต้นแบบจริง
  • รุ่นที่ 3 การบริหารจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (PLM): รวบรวมทั้งโมเดล 3 มิติและระบบจัดการข้อมูลผลิตภัณฑ์ครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบจนถึงสิ้นอายุการใช้งาน
  • รุ่นที่ 4 การบริหารจัดการข้อมูลผลิตภัณฑ์ (PDM): บริหารจัดการข้อมูลสินค้าในเชิงลึก
  • รุ่นที่ 5 แฝดดิจิทัลเสมือน (Virtual Twin): เมื่อพลังประมวลผลของคอมพิวเตอร์แกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด บริษัทจึงพัฒนาโมเดลจำลองที่สะท้อนพฤติกรรมจริงของผลิตภัณฑ์ในสภาพแวดล้อมต่างๆ
  • รุ่นที่ 6 วงจรชีวิต (Virtual Twin of Human): นำเทคโนโลยีเดียวกันไปใช้กับสิ่งมีชีวิต ช่วยบริษัทเวชภัณฑ์ค้นคิดยาและบำบัดรักษาโรคด้วยเครื่องมือดิจิทัล
  • รุ่นที่ 7 จักรวาล 3 มิติ (3D UNIV+RSES): วิสัยทัศน์สูงสุด คือการทำให้ทุกสิ่งกลายเป็นโลกเสมือนจริงได้ โดยรวมพลังของแฝดดิจิทัลเสมือน, ปัญญาประดิษฐ์ และความรู้ความเชี่ยวชาญภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน

แฝดดิจิทัลเสมือน ≠ แฝดดิจิทัล: ความแตกต่างที่สำคัญ

หนึ่งในประเด็นที่สื่อมวลชนให้ความสนใจมากที่สุดในวันนี้ คือความแตกต่างระหว่าง "แฝดดิจิทัล (Digital Twin)" ที่หลายคนคุ้นเคย กับ "แฝดดิจิทัลเสมือน (Virtual Twin)" ที่ Dassault Systèmes กำลังผลักดัน

คุณชารอน โทห์ อธิบายว่า แฝดดิจิทัล คือการนำข้อมูลจากโลกจริงใส่เข้าคอมพิวเตอร์ในรูปแบบดิจิทัล เช่น การสร้างแบบจำลองสามมิติเพื่อดูว่าชิ้นส่วนต่างๆ ประกอบเข้ากันได้หรือไม่ ซึ่งเป็นการตรวจสอบเพียงรูปทรงและความพอดีของชิ้นส่วน และนั่นคือสิ่งที่บริษัทใช้กันเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว

แต่ แฝดดิจิทัลเสมือน ก้าวไกลกว่านั้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะนอกจากรูปทรงแล้ว บริษัทยังนำ "พฤติกรรม ลักษณะทางกายภาพ การขยับตัว และปัจจัยสภาพแวดล้อม" ทั้งหมดใส่เข้าไปในโมเดลด้วย ทำให้สามารถจำลองการทำงานในโลกจริงได้อย่างแม่นยำ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผลิตภัณฑ์ถูกนำไปตั้งในโรงงานที่มีอุณหภูมิระดับหนึ่ง แฝดดิจิทัลเสมือนจะแสดงให้เห็นทันทีว่าชิ้นส่วนนั้นจะตอบสนองและทำงานอย่างไร

ความได้เปรียบสำคัญของ Dassault Systèmes คือบริษัทสะสมองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมมายาวนานหลายสิบปี ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในการสร้างเครื่องบิน รถยนต์ หรือโรงงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกฝังอยู่ในแฝดดิจิทัลเสมือน ทำให้แตกต่างจากกราฟิก 3 มิติในเกมหรือโมเดลทั่วไปที่สวยงามแต่ไม่สะท้อนความเป็นจริงทางฟิสิกส์

แบบจำลองโลกอุตสาหกรรม: ปัญญาประดิษฐ์ที่เข้าใจฟิสิกส์และวิศวกรรม

ในยุคที่ทุกองค์กรพูดถึงปัญญาประดิษฐ์ คุณชารอน โทห์ ชี้แจงให้ชัดว่า Dassault Systèmes ไม่ได้แค่นำแชทบอทสำเร็จรูปมาเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์เดิม แต่กำลังสร้างสิ่งที่เรียกว่า แบบจำลองโลกอุตสาหกรรม (Industry World Model) ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่แตกต่างจากปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

แบบจำลองโลกอุตสาหกรรมคือปัญญาประดิษฐ์ที่ผ่านการฝึกฝนด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ และวิศวกรรมจริง โดยรวบรวมองค์ความรู้จาก 12 อุตสาหกรรมที่บริษัทให้บริการอยู่ทั่วโลก เพื่อสร้างเป็น "คลังความรู้โลกอุตสาหกรรม" ที่ลูกค้าสามารถดึงมาใช้งานได้โดยตรง แตกต่างจากปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปที่อาจให้คำตอบกว้างๆ แต่ขาดความเข้าใจด้านวิศวกรรมเชิงลึก

Manish Kumar ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SolidWorks กล่าวผ่านวิดีโอพิเศษว่า ในขณะที่คู่แข่งอาจแค่สร้างแชทบอทแล้วนำไปเชื่อมต่อกับเครื่องมือเดิม สิ่งที่ Dassault Systèmes กำลังสร้างนั้น "มันต่างกันเกิน" เพราะตั้งอยู่บนฐานของแบบจำลองโลกอุตสาหกรรมที่มีตรรกะทางวิศวกรรมอย่างแท้จริง

พันธมิตรประวัติศาสตร์กับ Nvidia: จุดเริ่มต้นยุคอุตสาหกรรมใหม่

หนึ่งในประกาศสำคัญที่สุดในช่วงต้นปีนี้คือการที่ Dassault Systèmes ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่กับ Nvidia โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทั้งสองบริษัท ได้แก่ คุณ เจนเซ่น หวง จาก Nvidia และ คุณ ปาสกาล ดาโรส จาก Dassault Systèmes ขึ้นเวทีร่วมกันในงาน 3DEXPERIENCE World 2026 เพื่อประกาศจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคใหม่

ความร่วมมือนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 25 ปีที่ผ่านมา โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมกันสร้าง แพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ภาคอุตสาหกรรม ที่ขับเคลื่อนด้วยโครงสร้างของ Nvidia บนสถาปัตยกรรมระบบคลาวด์ของ Outscale เพื่อเป็นขุมพลังให้แฝดดิจิทัลเสมือนทำงานได้ในระดับที่ใหญ่ขึ้นอย่างมหาศาล พร้อมรับประกันความเป็นส่วนตัวและการปกป้องข้อมูลลูกค้าสูงสุด

เจนเซ่น หวง กล่าวว่า Dassault Systèmes ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการจำลองทุกสิ่งที่ทุกคนอยากสร้าง โดยในอดีตวิศวกรและนักออกแบบใช้เวลา 1 ใน 3 ในโลกดิจิทัลและ 2 ใน 3 ในโลกกายภาพ แต่ในอนาคตอันใกล้เราจะใช้เวลา 100% ในโลกดิจิทัลก่อน แล้วจึงนำไปสร้างจริงในโลกกายภาพในลำดับถัดไป

3 ผู้ช่วยเสมือน: Aura, Leo และ Marie

เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์อย่างเป็นรูปธรรม Dassault Systèmes ได้เปิดตัว ผู้ช่วยเสมือน 3 ราย ที่ผ่านการฝึกฝนมาเฉพาะทาง โดยแต่ละรายมีบทบาทที่ชัดเจนและได้รับแรงบันดาลใจจากบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์

ออรา (Aura) ผู้รวบรวมความรู้และเชื่อมโยงวิสัยทัศน์

ออราทำหน้าที่เหมือน "ตัวเชื่อมโยง" ที่ช่วยจัดการองค์ความรู้และกลยุทธ์ รวมถึงแนะนำให้ผู้ใช้ทราบว่า "ความฝัน" ที่ตั้งไว้นั้นเป็นไปได้จริงในเชิงวิศวกรรมหรือไม่ โดยชื่อ "Aura" มาจากแนวคิด "การช่วยให้คุณบรรลุความทะเยอทะยาน"

ลีโอ (Leo) วิศวกรปัญญาประดิษฐ์ที่ออกแบบและวิเคราะห์ได้จริง

ลีโอทำหน้าที่เหมือนวิศวกรที่บริษัทจ้างมา สามารถรับโจทย์การออกแบบ วิเคราะห์ข้อมูล และตรวจสอบความถูกต้องได้ ขณะที่ผู้ใช้จะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าผลลัพธ์นั้นดีพอหรือไม่ ในงาน 3DEXPERIENCE World ลีโอสามารถแปลงแบบร่าง PDF 2 มิติให้กลายเป็นโมเดล SolidWorks 3 มิติที่ปรับแต่งได้ภายในไม่กี่นาที ชื่อนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก ลีโอนาร์โด ดา วินชี นักออกแบบและวิศวกรอัจฉริยะแห่งยุครุ่งเรือง

มารี (Marie) นักวิทยาศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์สำหรับวิทยาศาสตร์ชีวภาพ

มารีทำหน้าที่นักวิทยาศาสตร์เฉพาะทาง รองรับการค้นคว้าวิจัยในระดับโมเลกุล วัสดุใหม่ เคมี และการพัฒนายาและการบำบัดรักษา ซึ่งตรงกับธุรกิจด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพของ Dassault Systèmes โดยชื่อนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก มารี กูรี นักวิทยาศาสตร์หญิงผู้บุกเบิกการค้นพบธาตุกัมมันตรังสี

ปัญญาประดิษฐ์เปรียบเสมือนการแข่งขันหุ่นยนต์: ใครไม่ใช้คือพ่ายแพ้

Manish Kumar ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SolidWorks ได้ยกตัวอย่างที่น่าประทับใจเพื่ออธิบายความสำคัญของปัญญาประดิษฐ์ต่อภาคธุรกิจ โดยเล่าถึงการแข่งขันหุ่นยนต์ First Robotics ที่เขาไปร่วมชมกับลูกสาว โจทย์ในปีนี้คือให้หุ่นยนต์เก็บลูกบอลและยิงเข้าเป้าให้ได้มากที่สุด โดยใน 15 วินาทีแรก หุ่นยนต์ต้องทำงานด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติ 100% และทีมที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างสร้างสรรค์ที่สุดจะเป็นผู้ชนะ

"ถ้าแม้แต่เด็กมัธยมยังต้องใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อคว้าชัยชนะ สิ่งเดียวกันนี้กำลังจะเกิดขึ้นในโลกธุรกิจ บริษัทที่เปิดรับปัญญาประดิษฐ์จะกลายเป็นผู้ชนะ ส่วนบริษัทที่รอดูจะพ่ายแพ้"

นี่คือธีมหลักของงาน 3DEXPERIENCE World ในปีนี้ และเป็นปรัชญาสำคัญที่ Dassault Systèmes ใช้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ไปสู่ลูกค้าในทุกตลาด

โรงงานแห่งอนาคต: "สร้างในโลกเสมือนก่อน แล้วค่อยสร้างจริง"

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดที่ Dassault Systèmes กำลังผลักดันคือการพลิกโฉมแนวคิดการสร้างโรงงาน ในอดีตกระบวนการทำงานคือ "ออกแบบผลิตภัณฑ์ก่อน แล้วค่อยสร้างโรงงานทีหลัง" แต่ในอนาคตอันใกล้ ทุกโรงงานจะถูกออกแบบและจำลองในแฝดดิจิทัลเสมือนก่อน จากนั้นจึงนำมาสร้างจริงในโลกกายภาพ

ยิ่งไปกว่านั้น ในอนาคตผลิตภัณฑ์ที่คุณออกแบบจะได้รับอิทธิพลจากโรงงานที่ออกแบบไว้ล่วงหน้า กล่าวคือโรงงานและผลิตภัณฑ์จะถูกออกแบบ จำลอง และควบคุมด้วยกันในระบบแฝดดิจิทัลเสมือนเดียวกัน พร้อมระบบปัญญาประดิษฐ์, หุ่นยนต์ และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

ตัวอย่างจากโลกจริงที่ใช้งานแล้วมีดังนี้

  • Bell Helicopter ใช้แพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
  • Omron จำลองโรงงานในโลกเสมือนจริงก่อนการก่อสร้างจริง เพื่อลดต้นทุนและความผิดพลาด
  • อุตสาหกรรมการบิน ใช้แฝดดิจิทัลเสมือนสแกนชิ้นส่วนอากาศยานและเปรียบเทียบกับแบบออกแบบต้นฉบับ เพื่อตรวจสอบการสึกหรอและวางแผนซ่อมบำรุง ช่วยลดความเสี่ยงให้ทีมงานที่ต้องเข้าพื้นที่อันตราย

ไทยตลาดอันดับ 1 ในอาเซียน: ยานยนต์และเครื่องจักรครองแชมป์

เมื่อถามถึงบทบาทของไทยในสายตาของ Dassault Systèmes คุณชารอนตอบด้วยความมั่นใจว่า ประเทศไทยคือตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของบริษัทรองจากออสเตรเลีย และเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน

อุตสาหกรรมหลักที่ Dassault Systèmes ประสบความสำเร็จสูงสุดในไทยมี 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือ ยานยนต์และการขนส่ง ซึ่งขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ CATIA โดยลูกค้าหลักคือกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์ต้นฉบับสัญชาติญี่ปุ่นและห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ที่ตั้งฐานการผลิตในไทยจำนวนมาก กลุ่มที่สองคือ เครื่องจักรกลอุตสาหกรรม ที่ใช้ SolidWorks เป็นซอฟต์แวร์หลัก ครอบคลุมระบบอัตโนมัติและเครื่องจักรในโรงงานต่างๆ ซึ่ง Dassault Systèmes ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในกลุ่มนี้ของไทยอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีบริษัทไทยที่เริ่มบุกเบิกในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น บรรจุภัณฑ์, เทคโนโลยีการแพทย์ และเภสัชกรรม แม้สเกลยังไม่เทียบกับสองกลุ่มหลัก

คุณชารอนที่เดินทางมาไทยมากกว่า 30 ปี ยังเสริมด้วยความประทับใจว่า คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์โดยธรรมชาติ โดยย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน เธอเคยเห็นวิศวกรไทยสร้างหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารในร้านอาหารแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงศักยภาพด้านนวัตกรรมของไทยมาตลอด

อุตสาหกรรมแนวหน้าใหม่

เมื่อถามถึงอุตสาหกรรมแนวหน้าใหม่อย่างหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์, พลังงานสะอาด และพลังงานหมุนเวียน ที่ยังค่อนข้างใหม่สำหรับตลาดไทย คุณชารอนตอบอย่างน่าสนใจว่า "อุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นคนมาหาเราเอง" เพราะพวกเขาต้องการแฝดดิจิทัลเสมือนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่สามารถ "สร้างจากศูนย์" ได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัยทางลัดที่ใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมให้ได้มากที่สุด

ตัวอย่างอุตสาหกรรมแนวหน้าที่แฝดดิจิทัลเสมือนมีบทบาทสำคัญ ได้แก่

  • หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ตลาดหุ่นยนต์รูปแบบมนุษย์กำลังระเบิดตัว การออกแบบและจำลองหุ่นยนต์ที่ซับซ้อนในโลกเสมือนก่อนสร้างจริงจึงกลายเป็นขั้นตอนที่จำเป็น
  • พลังงานหมุนเวียน ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกทำให้โครงสร้างพื้นฐานพลังงานทางเลือกต้องถูกออกแบบและทดสอบอย่างแม่นยำก่อนการลงทุนจริง
  • พลังงานนิวเคลียร์ อุตสาหกรรมนิวเคลียร์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เพราะสภาพแวดล้อมอันตรายมาก แฝดดิจิทัลเสมือนจึงช่วยให้วิศวกรสามารถจำลองและทดสอบทุกสถานการณ์ได้โดยไม่ต้องเดินเข้าไปในพื้นที่จริง

SolidWorks: แบรนด์ระดับโลก ส่วนแบ่งตลาด 44% บนซอฟต์แวร์ออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์โลก

Dassault Systèmes ไม่ใช่แค่ชื่อบริษัท แต่มีแบรนด์ซอฟต์แวร์ย่อยรวมถึง 12 แบรนด์ โดย SolidWorks ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่นและเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ได้กว้างที่สุด จุดแข็งสำคัญของ SolidWorks มี 3 ด้านหลัก ได้แก่

  1. พลังของแบรนด์ เป็นที่รู้จักกว้างขวางในหมู่วิศวกรทั่วโลก มีส่วนแบ่งตลาดถึง 44% ของตลาดซอฟต์แวร์ออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ทั่วโลก
  2. พลังของนวัตกรรม ผู้ใช้ SolidWorks เลือกซอฟต์แวร์นี้เพราะต้องการเครื่องมือที่ช่วยสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ได้จริง
  3. พลังของระบบนิเวศ มีชุมชนผู้ใช้ที่ใหญ่ที่สุดและกระตือรือร้นที่สุด บวกกับเครือข่ายพันธมิตรทางการศึกษา สตาร์ทอัพ และห้องปฏิบัติการสร้างสรรค์ (Fab Lab) ทั่วโลก

ในแง่รายได้ SolidWorks สร้างรายได้ให้บริษัทถึง 1.1 พันล้านยูโรต่อปี และบริษัทยังขยายการเข้าถึงผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา, หน่วยบ่มเพาะธุรกิจ, หน่วยเร่งรัดธุรกิจ และห้องปฏิบัติการสร้างสรรค์ในหลายประเทศ เพื่อสร้างแรงงานวิศวกรรมรุ่นใหม่ที่พร้อมรับเทคโนโลยีในอนาคต

ธุรกิจขนาดกลางและเล็กเข้าถึงได้ผ่านโมเดลซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ: จ่ายตามที่ใช้จริง

หนึ่งในคำถามที่ถูกถามคือ "ซอฟต์แวร์วิศวกรรมขั้นสูงแบบนี้ ธุรกิจขนาดกลางและเล็กจะเข้าถึงได้อย่างไร?" ซึ่งคุณชารอนตอบได้อย่างชัดเจน

ในอดีตบริษัทต้องซื้อ ใบอนุญาตแบบถาวร ราคาสูง ซึ่งเป็นอุปสรรคหลักของธุรกิจขนาดกลางและเล็ก แต่ปัจจุบัน Dassault Systèmes ได้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็น ซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ (SaaS) บนระบบคลาวด์อย่างเต็มตัว ซึ่งหมายความว่าธุรกิจขนาดกลางและเล็กสามารถจ่ายตามที่ใช้จริงโดยไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ตั้งแต่แรก

ระบบคลาวด์ยังช่วยแก้ปัญหาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็กไปพร้อมกัน เพราะธุรกิจขนาดกลางและเล็กมักไม่มีทรัพยากรมากพอในการดูแลโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศของตัวเอง การใช้คลาวด์จึงช่วย "ยกระดับ" ขีดความสามารถให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็กไทยสามารถแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น คุณชารอนยังชี้ให้เห็นอีกว่า แม้แต่ธุรกิจขนาดเล็กที่รับงานจากผู้ผลิตอุปกรณ์ต้นฉบับรายใหญ่ ก็ยังต้องการองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และนวัตกรรมไม่แพ้กัน เพราะผู้ผลิตต้นฉบับไม่ได้มอบ "งานง่ายๆ" ให้ แต่มอบงานที่ต้องการคุณค่าสูงสุด ซึ่งซอฟต์แวร์วิศวกรรมคือเครื่องมือที่ช่วยให้สร้างคุณค่านั้นได้

โมเดลธุรกิจ: 70% ช่องทางทางอ้อม ผ่านพาร์ทเนอร์ท้องถิ่น

คุณชารอนเปิดเผยโครงสร้างธุรกิจของ Dassault Systèmes ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตอนใต้ว่า 70% ของรายได้มาจากช่องทางการขายทางอ้อม ผ่านตัวแทนจัดจำหน่ายและผู้แทนจำหน่ายในแต่ละประเทศ โดยที่เหลืออีก 30% เป็นการขายตรง

แนวทางนี้สะท้อนปรัชญาของบริษัทที่ว่า Dassault Systèmes มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ดีที่สุด แต่ต้องอาศัยพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นที่เข้าใจบริบทธุรกิจในแต่ละตลาดอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้การสนับสนุนที่ตรงความต้องการ โดยพาร์ทเนอร์หลายรายอยู่กับบริษัทมานานกว่า 20 ปีแล้ว

แพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE: ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่คือแพลตฟอร์มวิศวกรรมและธุรกิจ

ปิดท้ายด้วยประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ แพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE ซึ่งเป็นหัวใจของระบบทั้งหมด คุณชารอนยืนยันว่าแพลตฟอร์มนี้ไม่ใช่แค่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ทั่วไป แต่คือ "แพลตฟอร์มวิศวกรรมและธุรกิจ" ที่รวบรวมแฝดดิจิทัลเสมือน, ผู้ช่วยเสมือนด้านปัญญาประดิษฐ์, คลังความรู้อุตสาหกรรม และระบบการทำงานร่วมกันไว้ในที่เดียว

สำหรับลูกค้าที่ยังใช้ซอฟต์แวร์ Dassault Systèmes รุ่นเก่าอยู่ บริษัทไม่ได้บังคับให้ย้ายมาใช้แพลตฟอร์มใหม่ทันที แต่เชื่อมั่นว่าเมื่อลูกค้าต้องการใช้ประโยชน์จากแฝดดิจิทัลเสมือนและผู้ช่วยเสมือนปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้อย่างเต็มที่ พวกเขาจะย้ายมาเองโดยธรรมชาติ เพราะเห็นคุณค่าที่ได้รับจากระบบใหม่อย่างชัดเจน

การสัมภาษณ์พิเศษครั้งนี้จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ควบคู่กับงานประชุมเปิดฤดูกาลขายของ SolidWorks ซึ่งรวมตัวแทนจากอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์กว่า 180 คน ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Dassault Systèmes ในการสร้างอนาคตอุตสาหกรรมดิจิทัลในภูมิภาคนี้

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สถาบันอาหาร (NFI) เปิดบ้านอวดโซลูชัน End-to-end สานฝัน SME ธุรกิจอาหาร ตั้งแต่ขั้นไอเดียจนโกอินเตอร์

สถาบันอาหาร (NFI) จัดงานเปิดบ้านสู่โลกแห่งนวัตกรรมอาหารไทย เปิดตัว 'NFI FoodNEXT Platform' แพลตฟอร์มขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารแบบ End-to-End และประกาศบทบาทใหม่ 'Next-Generation Food A...

Responsive image

CEO Monday.com โต้กระแส “SaaS Apocalypse” ชี้ AI ไม่ได้ฆ่า SaaS แต่กำลังขยายตลาดซอฟต์แวร์

CEO Monday.com โต้กระแส “SaaS Apocalypse” ชี้ AI จะไม่ฆ่า SaaS แต่กำลังขยายตลาดซอฟต์แวร์ พร้อมเผยกลยุทธ์ Pivot สู่แพลตฟอร์ม AI Agents...

Responsive image

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับ บพท.เปิดตัว ‘Impact SE Thailand’ One Stop Platform กลไกบ่มเพาะธุรกิจเพื่อสังคมแบบครบวงจร ผลักดันงานวิจัยให้กลายเป็นธุรกิจเพื่อสังคม

จุฬาฯ และ บพท. เปิดตัว Impact SE Thailand แพลตฟอร์มบ่มเพาะธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ระดับชาติ ยกระดับงานวิจัยสู่ธุรกิจจริง พร้อมเจาะลึกกรณีศึกษาโกโก้น่านและหญ้าเนเปียร์ท...