
Dassault Systèmes (ดาสโซลท์ ซิสเทเมส) ผู้นำด้านซอฟต์แวร์เทคโนโลยี 3D และการบริหารจัดการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ระดับโลก เปิดเวทีสัมภาษณ์แบบโต๊ะกลมสื่อมวลชนพิเศษ นำโดย คุณชารอน โทห์ (Sharon Toh) รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตอนใต้ ผู้มีประสบการณ์กว่า 40 ปีในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและวิศวกรรม โดย Techsauce ได้รับโอกาสพิเศษในการเข้าร่วมสัมภาษณ์ครั้งนี้ เพื่อรับฟังทิศทางกลยุทธ์ล่าสุดของบริษัทในด้านปัญญาประดิษฐ์, แฝดดิจิทัลเสมือน (Virtual Twin) และแบบจำลองโลกอุตสาหกรรม พร้อมเปิดเผยว่าประเทศไทยคือตลาดอันดับหนึ่งในอาเซียนของบริษัท
โอกาสนี้ คุณชารอน โทห์ เดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อเป็นประธานในงาน ประชุมเปิดฤดูกาลขายประจำภูมิภาค ประจำปี ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 180 คนจากทั่วภูมิภาคอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าบริษัทให้ความสำคัญกับไทยในฐานะ "ตลาดเชิงกลยุทธ์ที่เติบโตเร็วที่สุด" ในภูมิภาค

เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของ Dassault Systèmes คุณชารอนได้ย้อนเล่าพัฒนาการของบริษัทผ่าน 7 รุ่น ที่เปลี่ยนโฉมโลกการออกแบบอุตสาหกรรม
หนึ่งในประเด็นที่สื่อมวลชนให้ความสนใจมากที่สุดในวันนี้ คือความแตกต่างระหว่าง "แฝดดิจิทัล (Digital Twin)" ที่หลายคนคุ้นเคย กับ "แฝดดิจิทัลเสมือน (Virtual Twin)" ที่ Dassault Systèmes กำลังผลักดัน
คุณชารอน โทห์ อธิบายว่า แฝดดิจิทัล คือการนำข้อมูลจากโลกจริงใส่เข้าคอมพิวเตอร์ในรูปแบบดิจิทัล เช่น การสร้างแบบจำลองสามมิติเพื่อดูว่าชิ้นส่วนต่างๆ ประกอบเข้ากันได้หรือไม่ ซึ่งเป็นการตรวจสอบเพียงรูปทรงและความพอดีของชิ้นส่วน และนั่นคือสิ่งที่บริษัทใช้กันเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว
แต่ แฝดดิจิทัลเสมือน ก้าวไกลกว่านั้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะนอกจากรูปทรงแล้ว บริษัทยังนำ "พฤติกรรม ลักษณะทางกายภาพ การขยับตัว และปัจจัยสภาพแวดล้อม" ทั้งหมดใส่เข้าไปในโมเดลด้วย ทำให้สามารถจำลองการทำงานในโลกจริงได้อย่างแม่นยำ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผลิตภัณฑ์ถูกนำไปตั้งในโรงงานที่มีอุณหภูมิระดับหนึ่ง แฝดดิจิทัลเสมือนจะแสดงให้เห็นทันทีว่าชิ้นส่วนนั้นจะตอบสนองและทำงานอย่างไร
ความได้เปรียบสำคัญของ Dassault Systèmes คือบริษัทสะสมองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมมายาวนานหลายสิบปี ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในการสร้างเครื่องบิน รถยนต์ หรือโรงงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกฝังอยู่ในแฝดดิจิทัลเสมือน ทำให้แตกต่างจากกราฟิก 3 มิติในเกมหรือโมเดลทั่วไปที่สวยงามแต่ไม่สะท้อนความเป็นจริงทางฟิสิกส์
ในยุคที่ทุกองค์กรพูดถึงปัญญาประดิษฐ์ คุณชารอน โทห์ ชี้แจงให้ชัดว่า Dassault Systèmes ไม่ได้แค่นำแชทบอทสำเร็จรูปมาเชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์เดิม แต่กำลังสร้างสิ่งที่เรียกว่า แบบจำลองโลกอุตสาหกรรม (Industry World Model) ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่แตกต่างจากปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
แบบจำลองโลกอุตสาหกรรมคือปัญญาประดิษฐ์ที่ผ่านการฝึกฝนด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ และวิศวกรรมจริง โดยรวบรวมองค์ความรู้จาก 12 อุตสาหกรรมที่บริษัทให้บริการอยู่ทั่วโลก เพื่อสร้างเป็น "คลังความรู้โลกอุตสาหกรรม" ที่ลูกค้าสามารถดึงมาใช้งานได้โดยตรง แตกต่างจากปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปที่อาจให้คำตอบกว้างๆ แต่ขาดความเข้าใจด้านวิศวกรรมเชิงลึก
Manish Kumar ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SolidWorks กล่าวผ่านวิดีโอพิเศษว่า ในขณะที่คู่แข่งอาจแค่สร้างแชทบอทแล้วนำไปเชื่อมต่อกับเครื่องมือเดิม สิ่งที่ Dassault Systèmes กำลังสร้างนั้น "มันต่างกันเกิน" เพราะตั้งอยู่บนฐานของแบบจำลองโลกอุตสาหกรรมที่มีตรรกะทางวิศวกรรมอย่างแท้จริง
หนึ่งในประกาศสำคัญที่สุดในช่วงต้นปีนี้คือการที่ Dassault Systèmes ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่กับ Nvidia โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารของทั้งสองบริษัท ได้แก่ คุณ เจนเซ่น หวง จาก Nvidia และ คุณ ปาสกาล ดาโรส จาก Dassault Systèmes ขึ้นเวทีร่วมกันในงาน 3DEXPERIENCE World 2026 เพื่อประกาศจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรมยุคใหม่
ความร่วมมือนี้ถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 25 ปีที่ผ่านมา โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมกันสร้าง แพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ภาคอุตสาหกรรม ที่ขับเคลื่อนด้วยโครงสร้างของ Nvidia บนสถาปัตยกรรมระบบคลาวด์ของ Outscale เพื่อเป็นขุมพลังให้แฝดดิจิทัลเสมือนทำงานได้ในระดับที่ใหญ่ขึ้นอย่างมหาศาล พร้อมรับประกันความเป็นส่วนตัวและการปกป้องข้อมูลลูกค้าสูงสุด
เจนเซ่น หวง กล่าวว่า Dassault Systèmes ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการจำลองทุกสิ่งที่ทุกคนอยากสร้าง โดยในอดีตวิศวกรและนักออกแบบใช้เวลา 1 ใน 3 ในโลกดิจิทัลและ 2 ใน 3 ในโลกกายภาพ แต่ในอนาคตอันใกล้เราจะใช้เวลา 100% ในโลกดิจิทัลก่อน แล้วจึงนำไปสร้างจริงในโลกกายภาพในลำดับถัดไป

เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์อย่างเป็นรูปธรรม Dassault Systèmes ได้เปิดตัว ผู้ช่วยเสมือน 3 ราย ที่ผ่านการฝึกฝนมาเฉพาะทาง โดยแต่ละรายมีบทบาทที่ชัดเจนและได้รับแรงบันดาลใจจากบุคคลผู้ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์
ออรา (Aura) ผู้รวบรวมความรู้และเชื่อมโยงวิสัยทัศน์
ออราทำหน้าที่เหมือน "ตัวเชื่อมโยง" ที่ช่วยจัดการองค์ความรู้และกลยุทธ์ รวมถึงแนะนำให้ผู้ใช้ทราบว่า "ความฝัน" ที่ตั้งไว้นั้นเป็นไปได้จริงในเชิงวิศวกรรมหรือไม่ โดยชื่อ "Aura" มาจากแนวคิด "การช่วยให้คุณบรรลุความทะเยอทะยาน"
ลีโอ (Leo) วิศวกรปัญญาประดิษฐ์ที่ออกแบบและวิเคราะห์ได้จริง
ลีโอทำหน้าที่เหมือนวิศวกรที่บริษัทจ้างมา สามารถรับโจทย์การออกแบบ วิเคราะห์ข้อมูล และตรวจสอบความถูกต้องได้ ขณะที่ผู้ใช้จะเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าผลลัพธ์นั้นดีพอหรือไม่ ในงาน 3DEXPERIENCE World ลีโอสามารถแปลงแบบร่าง PDF 2 มิติให้กลายเป็นโมเดล SolidWorks 3 มิติที่ปรับแต่งได้ภายในไม่กี่นาที ชื่อนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก ลีโอนาร์โด ดา วินชี นักออกแบบและวิศวกรอัจฉริยะแห่งยุครุ่งเรือง
มารี (Marie) นักวิทยาศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์สำหรับวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
มารีทำหน้าที่นักวิทยาศาสตร์เฉพาะทาง รองรับการค้นคว้าวิจัยในระดับโมเลกุล วัสดุใหม่ เคมี และการพัฒนายาและการบำบัดรักษา ซึ่งตรงกับธุรกิจด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพของ Dassault Systèmes โดยชื่อนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก มารี กูรี นักวิทยาศาสตร์หญิงผู้บุกเบิกการค้นพบธาตุกัมมันตรังสี
Manish Kumar ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SolidWorks ได้ยกตัวอย่างที่น่าประทับใจเพื่ออธิบายความสำคัญของปัญญาประดิษฐ์ต่อภาคธุรกิจ โดยเล่าถึงการแข่งขันหุ่นยนต์ First Robotics ที่เขาไปร่วมชมกับลูกสาว โจทย์ในปีนี้คือให้หุ่นยนต์เก็บลูกบอลและยิงเข้าเป้าให้ได้มากที่สุด โดยใน 15 วินาทีแรก หุ่นยนต์ต้องทำงานด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติ 100% และทีมที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างสร้างสรรค์ที่สุดจะเป็นผู้ชนะ
"ถ้าแม้แต่เด็กมัธยมยังต้องใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อคว้าชัยชนะ สิ่งเดียวกันนี้กำลังจะเกิดขึ้นในโลกธุรกิจ บริษัทที่เปิดรับปัญญาประดิษฐ์จะกลายเป็นผู้ชนะ ส่วนบริษัทที่รอดูจะพ่ายแพ้"
นี่คือธีมหลักของงาน 3DEXPERIENCE World ในปีนี้ และเป็นปรัชญาสำคัญที่ Dassault Systèmes ใช้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ไปสู่ลูกค้าในทุกตลาด

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดที่ Dassault Systèmes กำลังผลักดันคือการพลิกโฉมแนวคิดการสร้างโรงงาน ในอดีตกระบวนการทำงานคือ "ออกแบบผลิตภัณฑ์ก่อน แล้วค่อยสร้างโรงงานทีหลัง" แต่ในอนาคตอันใกล้ ทุกโรงงานจะถูกออกแบบและจำลองในแฝดดิจิทัลเสมือนก่อน จากนั้นจึงนำมาสร้างจริงในโลกกายภาพ
ยิ่งไปกว่านั้น ในอนาคตผลิตภัณฑ์ที่คุณออกแบบจะได้รับอิทธิพลจากโรงงานที่ออกแบบไว้ล่วงหน้า กล่าวคือโรงงานและผลิตภัณฑ์จะถูกออกแบบ จำลอง และควบคุมด้วยกันในระบบแฝดดิจิทัลเสมือนเดียวกัน พร้อมระบบปัญญาประดิษฐ์, หุ่นยนต์ และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
ตัวอย่างจากโลกจริงที่ใช้งานแล้วมีดังนี้
เมื่อถามถึงบทบาทของไทยในสายตาของ Dassault Systèmes คุณชารอนตอบด้วยความมั่นใจว่า ประเทศไทยคือตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของบริษัทรองจากออสเตรเลีย และเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน
อุตสาหกรรมหลักที่ Dassault Systèmes ประสบความสำเร็จสูงสุดในไทยมี 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือ ยานยนต์และการขนส่ง ซึ่งขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ CATIA โดยลูกค้าหลักคือกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์ต้นฉบับสัญชาติญี่ปุ่นและห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ที่ตั้งฐานการผลิตในไทยจำนวนมาก กลุ่มที่สองคือ เครื่องจักรกลอุตสาหกรรม ที่ใช้ SolidWorks เป็นซอฟต์แวร์หลัก ครอบคลุมระบบอัตโนมัติและเครื่องจักรในโรงงานต่างๆ ซึ่ง Dassault Systèmes ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในกลุ่มนี้ของไทยอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ยังมีบริษัทไทยที่เริ่มบุกเบิกในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น บรรจุภัณฑ์, เทคโนโลยีการแพทย์ และเภสัชกรรม แม้สเกลยังไม่เทียบกับสองกลุ่มหลัก
คุณชารอนที่เดินทางมาไทยมากกว่า 30 ปี ยังเสริมด้วยความประทับใจว่า คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์โดยธรรมชาติ โดยย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อน เธอเคยเห็นวิศวกรไทยสร้างหุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารในร้านอาหารแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงศักยภาพด้านนวัตกรรมของไทยมาตลอด
เมื่อถามถึงอุตสาหกรรมแนวหน้าใหม่อย่างหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์, พลังงานสะอาด และพลังงานหมุนเวียน ที่ยังค่อนข้างใหม่สำหรับตลาดไทย คุณชารอนตอบอย่างน่าสนใจว่า "อุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นคนมาหาเราเอง" เพราะพวกเขาต้องการแฝดดิจิทัลเสมือนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากไม่สามารถ "สร้างจากศูนย์" ได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัยทางลัดที่ใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมให้ได้มากที่สุด
ตัวอย่างอุตสาหกรรมแนวหน้าที่แฝดดิจิทัลเสมือนมีบทบาทสำคัญ ได้แก่
Dassault Systèmes ไม่ใช่แค่ชื่อบริษัท แต่มีแบรนด์ซอฟต์แวร์ย่อยรวมถึง 12 แบรนด์ โดย SolidWorks ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่นและเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ได้กว้างที่สุด จุดแข็งสำคัญของ SolidWorks มี 3 ด้านหลัก ได้แก่
ในแง่รายได้ SolidWorks สร้างรายได้ให้บริษัทถึง 1.1 พันล้านยูโรต่อปี และบริษัทยังขยายการเข้าถึงผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา, หน่วยบ่มเพาะธุรกิจ, หน่วยเร่งรัดธุรกิจ และห้องปฏิบัติการสร้างสรรค์ในหลายประเทศ เพื่อสร้างแรงงานวิศวกรรมรุ่นใหม่ที่พร้อมรับเทคโนโลยีในอนาคต
หนึ่งในคำถามที่ถูกถามคือ "ซอฟต์แวร์วิศวกรรมขั้นสูงแบบนี้ ธุรกิจขนาดกลางและเล็กจะเข้าถึงได้อย่างไร?" ซึ่งคุณชารอนตอบได้อย่างชัดเจน
ในอดีตบริษัทต้องซื้อ ใบอนุญาตแบบถาวร ราคาสูง ซึ่งเป็นอุปสรรคหลักของธุรกิจขนาดกลางและเล็ก แต่ปัจจุบัน Dassault Systèmes ได้เปลี่ยนรูปแบบมาเป็น ซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ (SaaS) บนระบบคลาวด์อย่างเต็มตัว ซึ่งหมายความว่าธุรกิจขนาดกลางและเล็กสามารถจ่ายตามที่ใช้จริงโดยไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ตั้งแต่แรก
ระบบคลาวด์ยังช่วยแก้ปัญหาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็กไปพร้อมกัน เพราะธุรกิจขนาดกลางและเล็กมักไม่มีทรัพยากรมากพอในการดูแลโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศของตัวเอง การใช้คลาวด์จึงช่วย "ยกระดับ" ขีดความสามารถให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็กไทยสามารถแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น คุณชารอนยังชี้ให้เห็นอีกว่า แม้แต่ธุรกิจขนาดเล็กที่รับงานจากผู้ผลิตอุปกรณ์ต้นฉบับรายใหญ่ ก็ยังต้องการองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และนวัตกรรมไม่แพ้กัน เพราะผู้ผลิตต้นฉบับไม่ได้มอบ "งานง่ายๆ" ให้ แต่มอบงานที่ต้องการคุณค่าสูงสุด ซึ่งซอฟต์แวร์วิศวกรรมคือเครื่องมือที่ช่วยให้สร้างคุณค่านั้นได้
คุณชารอนเปิดเผยโครงสร้างธุรกิจของ Dassault Systèmes ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตอนใต้ว่า 70% ของรายได้มาจากช่องทางการขายทางอ้อม ผ่านตัวแทนจัดจำหน่ายและผู้แทนจำหน่ายในแต่ละประเทศ โดยที่เหลืออีก 30% เป็นการขายตรง
แนวทางนี้สะท้อนปรัชญาของบริษัทที่ว่า Dassault Systèmes มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ดีที่สุด แต่ต้องอาศัยพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นที่เข้าใจบริบทธุรกิจในแต่ละตลาดอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้การสนับสนุนที่ตรงความต้องการ โดยพาร์ทเนอร์หลายรายอยู่กับบริษัทมานานกว่า 20 ปีแล้ว
ปิดท้ายด้วยประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ แพลตฟอร์ม 3DEXPERIENCE ซึ่งเป็นหัวใจของระบบทั้งหมด คุณชารอนยืนยันว่าแพลตฟอร์มนี้ไม่ใช่แค่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ทั่วไป แต่คือ "แพลตฟอร์มวิศวกรรมและธุรกิจ" ที่รวบรวมแฝดดิจิทัลเสมือน, ผู้ช่วยเสมือนด้านปัญญาประดิษฐ์, คลังความรู้อุตสาหกรรม และระบบการทำงานร่วมกันไว้ในที่เดียว
สำหรับลูกค้าที่ยังใช้ซอฟต์แวร์ Dassault Systèmes รุ่นเก่าอยู่ บริษัทไม่ได้บังคับให้ย้ายมาใช้แพลตฟอร์มใหม่ทันที แต่เชื่อมั่นว่าเมื่อลูกค้าต้องการใช้ประโยชน์จากแฝดดิจิทัลเสมือนและผู้ช่วยเสมือนปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้อย่างเต็มที่ พวกเขาจะย้ายมาเองโดยธรรมชาติ เพราะเห็นคุณค่าที่ได้รับจากระบบใหม่อย่างชัดเจน
การสัมภาษณ์พิเศษครั้งนี้จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ควบคู่กับงานประชุมเปิดฤดูกาลขายของ SolidWorks ซึ่งรวมตัวแทนจากอาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์กว่า 180 คน ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Dassault Systèmes ในการสร้างอนาคตอุตสาหกรรมดิจิทัลในภูมิภาคนี้
ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด