ฟัง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ #ทีมไทยแลนด์ บทเรียนจาก Davos ถึงภาคธุรกิจไทย

บนเวที World Economic Forum 2026 ร้อนระอุด้วยประเด็นการปรับตัวของมหาอำนาจและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ สำหรับประเทศไทย ปีนี้ถือเป็นก้าวสำคัญภายใต้แนวคิด Team Thailand ที่เป็นการรวมตัวกันของขุนพลเศรษฐกิจทั้งภาครัฐและเอกชน

Techsauce มีโอกาสได้ร่วมพูดคุยกับ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ หนึ่งในผู้นำทีมเศรษฐกิจไทย ถึงเบื้องหลังภารกิจปักหมุดประเทศไทยในสปอตไลท์โลก และกลยุทธ์ที่จะพาธุรกิจไทยอยู่รอดในวันที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังสั่นคลอน

ภารกิจ Team Thailand ปักหมุดไทยใน Spotlight โลก

ดร.เอกนิติ เริ่มต้นด้วยการอธิบายถึงคอนเซปต์ Team Thailand ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในเวทีระดับนี้ การมาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการมาร่วมประชุม แต่คือการมาวาง Position ของประเทศให้ชัดเจน

“ครั้งนี้เรามีการประชุมวางแผนกันก่อนมา เพื่อให้ทุกคนพูด Message เดียวกัน นำภาพของประเทศไทยไปสื่อสารในทิศทางเดียวกัน ซึ่งมันจะมีพลังมากในเวทีโลกที่มีทั้งผู้นำประเทศและนักธุรกิจระดับท็อปมารวมตัวกัน”

โดยเป้าหมายสำคัญมี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

  1. Spotlight on Thailand การทำให้ไทยกลับมาอยู่ในกระแสสายตาของผู้นำโลก
  2. Showcasing Potentia ประกาศความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพประชุม IMF และธนาคารโลกในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งจะมีผู้นำทางการเงินจาก 190 ประเทศตบเท้าเข้าสู่ประเทศไทย
  3. ASEAN Vision การแสดงวิสัยทัศน์ในฐานะผู้นำภูมิภาคท่ามกลางโลกที่ปั่นป่วนจากการกลับมาของนโยบาย America First

เมื่อความเป็นกลาง คือแต้มต่อในโลกแบ่งขั้ว

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจที่สุดจากการสัมภาษณ์คือ มุมมองของนักลงทุนต่างชาติต่อประเทศไทย ดร.เอกนิติ เผยว่าท่ามกลาง Trade War และความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-จีน ความเป็นกลาง ของไทยกลับกลายเป็นจุดแข็งที่ทรงพลังที่สุด

หลักฐานที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อความเป็นกลางของประเทศไทยได้ดีที่สุดคือ ตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่พุ่งสูงขึ้นถึง 93% ในช่วงปีที่ผ่านมา 

ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะสิทธิประโยชน์ทางภาษีเท่านั้น แต่เป็นเพราะประเทศไทยได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็น Safe Haven ที่แท้จริงสำหรับอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม Smart Electronics และ Printed Circuit Board (PCB) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเทคโนโลยีสมัยใหม่

ทางคุณเอกนิต เผยว่า ปัจจุบันบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกหลายแห่งกำลังซุ่มวางแผนลงทุนในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรม Bio-based Solutions ซึ่งเป็นการนำวัตถุดิบต้นน้ำอย่างอ้อยมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง รวมถึงการให้ความสนใจในธุรกิจ Wellness และ Longevity ที่เป็นจุดแข็งดั้งเดิมของไทย 

ความสนใจเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนมองประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่โดดเด่นในความเป็นกลาง ท่ามกลางโลกที่กำลังแบ่งขั้วอย่างรุนแรง โดยใช้ไทยเป็น Springboard สำคัญในการกระจายการลงทุนสู่ภูมิภาคอาเซียน ซึ่งความเข้มแข็งของอาเซียนในวันนี้เกิดจากการที่แต่ละประเทศมีจุดเด่นที่แตกต่างและส่งเสริมกัน เช่น มาเลเซียที่เชี่ยวชาญด้านเซมิคอนดักเตอร์ หรือเวียดนามที่โดดเด่นเรื่องการออกแบบไอซีและสมาร์ทอิเล็กทรอนิกส์ การรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียนจึงเป็นแต้มต่อสำคัญที่ไทยต้องเร่งคว้าไว้

SkillBridge สร้างสะพานเชื่อมทักษะคนกับโลก AI

ท่ามกลางความสงสัยของนักลงทุนต่างชาติต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยที่มีการเปลี่ยนผ่านบ่อยครั้ง ดร.เอกนิติ ได้สร้างความเชื่อมั่นโดยการชี้ให้เห็นว่าภาคธุรกิจไทยมีความแข็งแกร่งและเดินหน้าต่อไปได้เสมอไม่ว่าบริบททางการเมืองจะเปลี่ยนไปอย่างไร โดยมีหน่วยงานหลักอย่าง BOI เป็นกลไกสำคัญที่ทำงานต่อเนื่องไม่มีสะดุด 

อย่างไรก็ตาม ในการพูดคุยกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ดร.เอกนิติไม่ได้เพียงแค่พูดคุยเรื่องการเมือง แต่ยังยอมรับและมุ่งแก้ไขจุดอ่อนสำคัญของประเทศ นั่นคือ ทักษะแรงงาน จนนำมาสู่การเจรจาเชิงรุกที่ขอให้บริษัทผู้ลงทุนเหล่านี้เข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับศักยภาพคนไทย เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีขั้นสูงจะไม่ได้เพียงแค่มาตั้งฐานผลิต แต่จะเกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ตกอยู่กับคนไทยอย่างแท้จริง

หัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาเรื่องคนคือโครงการ SkillBridge ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากโมเดล SkillsFuture ของสิงคโปร์ โดยโครงการนี้ทำหน้าที่เป็นสะพาน เชื่อมโยงระหว่างทักษะของแรงงานไทยกับความต้องการของตลาดงานยุคใหม่ 

ดร.เอกนิติได้ดึงผู้ประกอบการที่เข้ามาลงทุนผ่านมาตรการของ BOI ให้เข้ามาบอกความต้องการโดยตรงว่าต้องการทักษะด้านใด จากนั้นจึงเปิดโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและเทคโนโลยี AI เพื่อให้การเรียนรู้นั้นนำไปสู่การจ้างงานที่มีคุณภาพ

นอกจากนี้ ดร.เอกนิติ มองเห็น โอกาสที่ต่างออกไปสำหรับประเทศไทย เนื่องจากไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็วและมีอัตราการเกิดต่ำ

“ในประเทศอื่นเขาอาจจะกลัวคนตกงาน แต่ไทยเราคนขาด AI จึงจะเข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแรงงานที่ลดน้อยลง และช่วยดูแลผู้สูงอายุผ่านอุตสาหกรรม Wellness ที่เราเชี่ยวชาญ”

การบริหารความเสี่ยงในยุคภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อ Geopolitics คือเรื่องเดียวกับปากท้อง

ธุรกิจยุคใหม่ ผู้ประกอบการและ SME ไม่สามารถโฟกัสเพียงแค่เรื่องกระแสเงินสด หรือการบริหารการเงินแบบเดิมได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องบรรจุเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์หลักในการอยู่รอด ดร.เอกนิติ ชี้ให้เห็นว่าความผันผวนของขั้วอำนาจโลก โดยเฉพาะทิศทางของมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลกระทบต่อตลาดโลกอย่างรุนแรง กำลังกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 

ผู้ประกอบการไทยที่เคยพึ่งพาเพียงตลาดหลักตลาดเดียวจำเป็นต้องเร่งกระจายความเสี่ยงและมองหาโอกาสในตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนที่มีความเข้มแข็งขึ้น รวมถึงการเร่งใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) เช่น ไทย-สหภาพยุโรป (EU) เพื่อสร้างทางเลือกที่หลากหลายและลดผลกระทบจากความผันผวนของนโยบายมหาอำนาจที่ไม่อาจคาดเดาได้

ท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้น กุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ SME ก้าวข้ามอุปสรรคไปได้คือการเร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาปรับใช้ในธุรกิจอย่างเร่งด่วนที่สุด 

ดร.เอกนิติ เน้นย้ำว่า AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและบริหารจัดการต้นทุนให้ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนแนวคิดจากการทำธุรกิจแบบเดิมสู่การ "ติดอาวุธ" ให้กับตนเองด้วยเทคโนโลยี เพื่อสร้างความคล่องตัว และความเร็วในการปรับตัวให้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนไปทุกวินาที การใช้ประโยชน์จาก AI จะช่วยให้ SME สามารถวิเคราะห์ข้อมูล หาตลาดใหม่ๆ และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในวันที่โครงสร้างต้นทุนเดิมไม่สามารถสู้ในเวทีโลกได้อีกต่อไป

ในบทสรุปสุดท้ายของการสัมภาษณ์ ดร.เอกนิติ ได้ฝากสารสำคัญถึงผู้ประกอบการไทยทุกคนว่า

   ทักษะ คือเกราะป้องกันตัวที่ดีที่สุดในโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง

โดยเฉพาะการเปิดใจยอมรับและปรับใช้เทคโนโลยี AI ให้กลายเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 

เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้คนเพียงคนเดียวสามารถสร้างผลผลิตได้เทียบเท่ากับหลายคนในอดีต ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายตลาดจากในประเทศไปสู่ระดับสากลได้ง่ายขึ้น การส่งเสริมสินค้าชุมชนผ่านแพลตฟอร์มระดับโลกโดยใช้ทักษะดิจิทัลจะเป็นพลังขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจระดับฐานรากเติบโตไปพร้อมกับกระแสโลก การปรับตัวให้ไวและการหมั่นเติมอาวุธทางปัญญาจึงเป็นทางรอดและทางรุ่งที่จะพาธุรกิจไทยให้ก้าวผ่านความผันผวนและแข่งขันได้อย่างยั่งยืนบนเวทีโลก

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ชนชั้นกลางจะรอดไหม ? ในวันที่ AI เปลี่ยนเกมเศรษฐกิจ เมื่อกำไรเป็นของคนข้างบน แต่ความเสี่ยงตกใส่คนทำงาน

บนเวที World Economic Forum 2026 ผู้นำจากภาครัฐ แรงงาน นักเศรษฐศาสตร์ และองค์กรเทค ร่วมถอดโจทย์ใหญ่ “เราจะรักษาชนชั้นกลางไว้ได้อย่างไร” ในโลกหลังโควิดที่ AI กำลังเปลี่ยนโครงสร้างเศ...

Responsive image

คำเตือนจากอดีต “โลกกำลังเดินซ้ำรอย 1920s ?” 6 บทเรียนจาก Roaring Twenties ที่โลกไม่ควรมองข้าม

เมื่อ AI ตลาดหุ้น และภูมิรัฐศาสตร์วันนี้ ชวนให้นึกถึงยุค Roaring Twenties เวที World Economic Forum 2026 ชวนถอด 6 บทเรียนจากทศวรรษ 1920s เพื่ออ่านความเสี่ยงของโลก 2020s ก่อนประวัติ...

Responsive image

จีนเร่งเครื่อง AI Economy เปิดยุทธศาสตร์ ‘AI Plus’ กลาง World Economic Forum 2026

บนเวที World Economic Forum 2026 ในเซสชัน China's AI+ Economy ชี้ให้เห็นชัดเจนว่า วันนี้ AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีล้ำยุคอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น 'หัวใจหลัก' ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกไปแล...