เรียนรู้การพัฒนา product จากพระราชดำริกังหันชัยพัฒนา

กังหันชัยพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่เลื่องชื่อของพระราชดำริส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นโครงการที่ชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี ยังเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติ ด้วยรางวัลเหรียญทองจาก The Belgian Chamber of Inventor องค์กรทางด้านนวัตกรรมที่เก่าแก่ของเบลเยียมอีกด้วย ซึ่งเราสามารถเอาหลักการพระราชดำริของพระองค์มาใช้ในการพัฒนา Product ได้เช่นกัน

การเล็งเห็นถึงปัญหา (find pain point)

ปัญหาน้ำเน่าเสียใจในเมืองอาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดา เช่นเดียวกับน้ำในคลองแสนแสบที่คนคิดทำใจแล้วเรียกมันว่าคลองน้ำสีดำแต่พระองค์ทรงเล็งเห็นว่าน้ำในแม่น้ำลำคลองเราไม่ใช่แค่น้ำสีดำ แต่เป็นน้ำเน่าต้องแก้ไข

สิ่งที่ได้เรียนรู้ : ในมุมธุรกิจนอกจากการปล่อยให้ชีวิตเป็นไปตามชีวิตประจำวันของเรา ถ้าเราหยุดคิด แล้วสังเกตเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตเราและคนรอบข้าง แล้วหา Pain Point ให้เจอ เพราะบางทีปัญหาไม่มี ถ้าเราไม่เริ่มมองหา ถ้ามองในทางธุรกิจการเล็งเห็นถึง Pain Point นั่นก็เหมือนกับการเล็งเห็นถึงโอกาสในธุรกิจ

chaipattana-mechanic

วิธีการง่ายๆ แต่ให้ผลประโยชน์สูงสุด (lean process)

เมื่อทรงเล็งเห็นถึงปัญหาน้ำเน่าเสียใจกรุง ทุกคนต่างร่วมกันหาทางออก ทางแก้ปัญหาน้ำเน่าคือการเพิ่มออกซิเจนให้น้ำ มีการนำเข้ากังหันจากต่างประเทศหลายรุ่น ทั้งรุ่นที่มีมอเตอร์แรงๆ เพื่อที่จะตีน้ำให้เร็ว ออกซิเจนจะได้เข้าสู่น้ำเยอะขึ้น การนำเข้ามอเตอร์ไฟฟ้ารุ่นดีมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แต่พระองค์กลับทรงมีแนวพระราชดำริที่แตกต่างกันออกไป ถ้าเราต้องการให้น้ำกระจายเพื่อออกซิเจนจะได้มากขึ้น แทนที่เราจะเพิ่มความเร็วการตีน้ำ พระองค์ทรงประดิษฐ์กังหันชัยพัฒนาเพื่อเปลี่ยนที่วิดน้ำที่สัมผัสกับน้ำแทน พระองค์ทรงใช้ซองวิดน้ำที่เป็นรูพรุน เพื่อให้น้ำกระจายมากขึ้น ผลออกมาว่า

สิ่งที่ได้เรียนรู้ : เมื่อเรามองในมุมธุรกิจ หลายคนอาจจะเห็นปัญหาเช่นเดียวกับเรา แต่เราจะแก้ปัญหาหาทางแก้ปัญหาให้ตรงจุดได้อย่างไร ทั้งตรงจุด ทั้งใช้ต้นทุนที่น้อยกว่า ซึ่งนี่ถือว่าเป็นพระอัฉริยภาพของในหลวงของเราจริงๆ

ทำมันต่อไป (keep doing it)

สิ่งที่ได้เรียนรู้ : นอกจากจะมองเห็นปัญหา แก้ไขปัญหา การมองไปข้างหน้า มองหาโอกาส และ pain point ต่อๆ ไปก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ปัญหาอาจจะไม่ได้มีแค่ปัญหาเดียว ทางแก้ก็อาจจะไม่ได้มีแค่ทางออกเดียว เช่นเดียวกับธุรกิจถึงแม้เราจะแก้ปัญหาครั้งนี้ไม่ได้ กลับมาทบทวนว่าเรามองปัญหาทะลุปรุโปร่งหรือยัง ทางแก้ของเราแก้ถูกจุดหรือยัง ทำมันต่อไป แล้วเราจะได้คำตอบเอง

————————————————————————————————————- Editorial Note: บทความนี้คือบทความพิเศษที่เราเรียกว่า Guest Post จาก  Anna Tuntiwaraporn ดูแลด้าน Content Marketing แห่ง Frank.co.th ผู้ให้บริการด้านประกันรถยนต์ออนไลน์ในประเทศไทย (ภายใต้การรับประกันภัยโดย บริษัทกรุงเทพประกันภัย) บทความนี้ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้เขียน ซึ่งมี techsauce เป็น ผู้เผยแพร่เดียวที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ หากต้องการนำบทความไปใช้กรุณาให้เกียรติด้วยการอ้างอิงชื่อผู้เขียนและลิงก์ กลับมายังบทความต้นฉบับ

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

สถาบันอาหาร (NFI) เปิดบ้านอวดโซลูชัน End-to-end สานฝัน SME ธุรกิจอาหาร ตั้งแต่ขั้นไอเดียจนโกอินเตอร์

สถาบันอาหาร (NFI) จัดงานเปิดบ้านสู่โลกแห่งนวัตกรรมอาหารไทย เปิดตัว 'NFI FoodNEXT Platform' แพลตฟอร์มขับเคลื่อนนวัตกรรมอาหารแบบ End-to-End และประกาศบทบาทใหม่ 'Next-Generation Food A...

Responsive image

CEO Monday.com โต้กระแส “SaaS Apocalypse” ชี้ AI ไม่ได้ฆ่า SaaS แต่กำลังขยายตลาดซอฟต์แวร์

CEO Monday.com โต้กระแส “SaaS Apocalypse” ชี้ AI จะไม่ฆ่า SaaS แต่กำลังขยายตลาดซอฟต์แวร์ พร้อมเผยกลยุทธ์ Pivot สู่แพลตฟอร์ม AI Agents...

Responsive image

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับ บพท.เปิดตัว ‘Impact SE Thailand’ One Stop Platform กลไกบ่มเพาะธุรกิจเพื่อสังคมแบบครบวงจร ผลักดันงานวิจัยให้กลายเป็นธุรกิจเพื่อสังคม

จุฬาฯ และ บพท. เปิดตัว Impact SE Thailand แพลตฟอร์มบ่มเพาะธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ระดับชาติ ยกระดับงานวิจัยสู่ธุรกิจจริง พร้อมเจาะลึกกรณีศึกษาโกโก้น่านและหญ้าเนเปียร์ท...