Jobs Chaos คืออะไร ? ไม่ใช่งานของเราหายไป แต่ AI จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำ Gartner ชี้สิ่งนี้จะเกิดใน 2-5 ปีข้างหน้า

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้ยินคำว่า AI แย่งงานกันจนชินหู แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามา ไม่ใช่การสลายตัวของอาชีพแบบโดนลบทีเดียวทั้งแผงเหมือนโดนรีเซ็ต แต่เป็นการปะทะครั้งใหญ่ระหว่างงานแบบเดิมกับความสามารถของ AI ที่โตเร็วกว่าใครคาดคิด

Gartner เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Jobs Chaos หรือความโกลาหลที่ทุกบริษัทต้องก้าวเข้าไปโดยไม่มีทางเลือก และถ้าดูจากสัญญาณรอบตัวกับหลายๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ก็มีสัญญานที่บอกว่ามันกำลังเริ่มขึ้นแล้ว

ทำไมไม่ใช่ Job Apocalypse แต่เป็น Jobs Chaos ?

เวลาเราพูดถึง Job Apocalypse ภาพที่คนส่วนใหญ่คิดถึงคือ AI มาแทนที่คนแบบยกแผง งานจำนวนมหาศาลหายวับไปในคืนเดียว เหมือนโลกเกิดปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ที่ทำให้ตำแหน่งงานเดิม ‘สูญพันธุ์’ แบบฉับพลัน

แต่ Gartner บอกว่า… ความจริงจะไม่ได้เกิดแบบนั้นเลย

สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงคือ Jobs Chaos หรือความปั่นป่วนแบบไม่เป็นระเบียบที่กระจายไปทั่วตลาดงาน เพราะ AI จะ เปลี่ยนงานแบบไม่เท่ากันในแต่ละอุตสาหกรรมและแต่ละอาชีพ โดย Gartner ออกมาบอกว่า ภายใน 2028–2029 ในหลายๆ องค์กรจะต้องเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น

Jobs Chaos จึงไม่ใช่ยุคที่งานหายไป แต่เป็นยุคที่ความหมายของงานถูกสับใหม่ทั้งหมด

นี่คือ 4 ภาพของที่ทำงานในอนาคต และทั้งหมดอาจเกิดขึ้นในบริษัทเดียว

1. Human-in-the-loop

นี่คือภาพของการที่ AI ทำงานส่วนใหญ่ แต่คนยังเป็นตัวตัดสินงานสำคัญ

โดย AI จะช่วยทำงานซ้ำๆ เช่น งานเอกสาร งานตอบคำถามพื้นฐาน แต่พอเป็นงานที่ต้องใช้ความเข้าใจมนุษย์ เช่น เคสปัญหายากๆ งานบริการลูกค้า หรือการตัดสินใจที่ละเอียดอ่อน คนยังต้องเป็นผู้คุมคุณภาพและลงมือในจังหวะสำคัญ

ดังนั้น บริษัทจะต้องการคนที่ทำงานกับ AI เป็น มากกว่าคนที่กลัว AI

2. AI-Driven Organization

นี่คือภาพที่องค์กรให้ AI ทำงานเกือบทั้งหมด จะเกดิบริษัทที่รันแทบทุกระบบด้วย AI เช่น คลังสินค้าอัตโนมัติ, ระบบจัดซื้อ, การจัดการเอกสาร, ศูนย์ตอบคำถามลูกค้า, ระบบข้อมูลหลังบ้าน อาจมีคนเพียงไม่กี่คนคอยกำกับดูแล

ข้อดี: ต้นทุนลดลงมาก

ข้อเสีย: หลายอุตสาหกรรมจะถูกกระทบแรง

3. AI-Enhanced Workforce

นี่คือภาพที่องค์กรจะใช้ AI ช่วยให้คนทำงานได้ไวขึ้นและเยอะขึ้น

คนยังทำงานหลักเหมือนเดิม แต่มี AI เป็นตัวช่วยเพิ่มพลัง เช่น นักการตลาดทำคอนเทนต์และรีพอร์ตได้เร็วขึ้น, ทีมขายรู้ insight ลูกค้าลึกขึ้น, นักพัฒนาออกฟีเจอร์ได้เร็วกว่าเดิมหลายเท่า

โมเดลนี้น่าจะเกิดขึ้นกับบริษัทส่วนใหญ่ และยังทำให้ บริษัทขนาดกลางแข่งขันกับรายใหญ่ได้จริง

4. AI-Led Reinvention

นี่คือภาพที่องค์กรใช้ AI สร้างสิ่งใหม่ ไม่ใช่แค่ทำของเดิมให้เร็วขึ้น นี่คือระดับที่ AI ไม่ใช่แค่ตัวช่วย แต่เป็นคู่คิดด้านนวัตกรรม ตัวอย่างเช่น:

  • การแพทย์ที่ใช้ AI ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลแบบละเอียดระดับ DNA
  • ทีม R&D ใช้ AI สร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งชุดภายในไม่กี่สัปดาห์
  • เป็นฉากทัศน์ที่เปลี่ยนเกม และสร้างโอกาสใหม่แบบที่เราไม่เคยทำได้มาก่อน

แล้วองค์กรควรทำอะไรตอนนี้ ?

บนเวที Gartner IT Symposium/Xpo ในบาร์เซโลนา Helen Poitevin พูดประโยคหนึ่งที่สะกิดใจผู้บริหารทั้งห้องประชุม คือ “ไม่มีบริษัทไหนเลือกได้ว่าจะอยู่ในฉากทัศน์ไหน เพราะสุดท้ายคุณต้องรับมือทุกแบบพร้อมกัน”

นั่นหมายความว่า โลกงานยุค AI ไม่ได้เปิดให้เราเลือกว่าอยากเจอแบบไหน แต่มันจะพาทุกองค์กรเข้าไปเผชิญทั้ง 4 รูปแบบพร้อมกันในระดับต่างกันไป และสิ่งเดียวที่ทำได้คือเตรียมพร้อมให้ไวที่สุด และนี่คือ 3 แนวทางสำคัญที่ผู้นำองค์กรควรเริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้

  1. วางแผนแบบยืดหยุ่นสูงมาก > ยุคนี้การวางแผนธุรกิจแบบ 3–5 ปีจะไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะ AI ทำให้สถานการณ์และเครื่องมือทำงานเปลี่ยนทุกไม่กี่เดือน การวางแผนจึงต้องเผื่อพื้นที่สำหรับการปรับเปลี่ยนเสมอ บริษัทต้องพร้อมเลี้ยวตามความเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วพอๆ กับที่ AI กำลังพัฒนาอยู่ตอนนี้
  2. Upskill คนทั้งองค์กรให้เร็วที่สุด > การอบรมพนักงานให้ใช้ AI เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น สิ่งสำคัญกว่าคือการสอนให้คิดงานร่วมกับ AI พนักงานต้องเข้าใจว่าจะใช้ AI ทำงานส่วนไหน ควรให้มนุษย์เข้าไปเติมเต็มจุดใด และจะใช้ AI ขยายศักยภาพของตัวเองได้อย่างไร ความเข้าใจนี้ต่างหากที่จะเป็นแกนกลางของทักษะแรงงานยุคใหม่
  3. จัดโครงสร้างทีมให้ปรับขนาดได้ง่าย > ในยุค Jobs Chaos โครงสร้างทีมจะไม่คงที่อีกต่อไป บางงานต้องเพิ่มคนเพราะต้องการ Soft Skills ของมนุษย์ บางงานต้องนำ AI เข้ามาแทนเพราะต้องการความเร็วหรือความแม่นยำ และบางงานก็อาจเปลี่ยนไปจนเหลือเพียง AI ทำทั้งหมด องค์กรต้องออกแบบทีมให้ ‘ยืด–หดได้’ ตามบริบทของงานอย่างคล่องตัวที่สุด

ท้ายที่สุด AI ไม่ได้มาเพื่อแย่งงานมนุษย์ แต่มันมาท้าทายให้ทุกองค์กรคิดใหม่ ตั้งแต่โครงสร้างงานไปจนถึงบทบาทของพนักงานแต่ละคน โลกงานกำลังเดินหน้าสู่ยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ในความไม่แน่นอนนั้นก็เต็มไปด้วยโอกาสมหาศาลสำหรับคนและองค์กรที่พร้อมจะปรับตัว

ผู้ชนะในยุค Jobs Chaos จึงไม่ใช่คนที่มีเทคโนโลยีดีที่สุด แต่คือนที่ เรียนรู้ไว, ยืดหยุ่นสูง, และกล้าลองแนวทางใหม่ก่อนใคร

อ้างอิง: zdnet

_____________________

เตรียมความพร้อมให้ธุรกิจของคุณก้าวสู่ยุค AI อย่างมั่นใจ ด้วยการพัฒนา people, process และ technology อย่างครบวงจรไปกับ Techsauce

ร่วมสำรวจแนวทางและโอกาสในการเปลี่ยนผ่านสู่ AI-first organization ไปกับเรา techsauce

เพื่อนร่วมทางในการพัฒนา AI journey ของคุณ ได้ที่: https://services.techsauce.co/contact-us 

หรืออีเมล [email protected] 

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

เจาะลึกภัยไซเบอร์ 2026 จาก World Economic Forum เมื่อโลกกำลังเข้าสู่ยุคความเสี่ยง Systemic Risk

World Economic Forum (WEF) เปิดเผยรายงานฉบับล่าสุด Global Cybersecurity Outlook 2026 ที่ส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดว่า เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่โลกหมุนไวกว่าระบบป้องกัน ความเสี่ยง...

Responsive image

ทำไมต้องปั้นทีมขายยุคใหม่ด้วย Data และ AI ? ถอดบทเรียนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลครั้งสำคัญของทีมขายยิบอินซอย ด้วย Agentforce Sales

หากเราพูดถึงชื่อ ยิบอินซอย (Yip In Tsoi) ภาพจำแรกของใครหลายคนคงหนีไม่พ้น องค์กรระดับตำนานที่อยู่คู่แวดวงธุรกิจไทยมาร่วมศตวรรษ ในฐานะ System Integrator (SI) ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเ...

Responsive image

รัฐแพลตฟอร์ม คืออะไร ? ต่างจากรัฐบาลดิจิทัลหรือไม่ ส่องนโยบายดิจิทัลพรรคประชาชน เมื่อคนสายเทคร่วมกันออกแบบประเทศ

เมื่อนักเทคโนโลยีออกแบบประเทศ ส่องพิมพ์เขียวรัฐแพลตฟอร์มเพื่อรีเซ็ตโครงสร้างดิจิทัลไทยจากพรรคประชาชน...