ทางรอดของ SME ไทยในยุคเศรษฐกิจโตต่ำอยู่ตรงไหน เมื่อกลยุทธ์การเติบโตและอยู่รอดต้องทำบนความยั่งยืน

ท่ามกลางสถานการณ์เงินเฟ้อ สงครามการค้า และปัญหาอีกสารพัดที่ฉุดรั้งไม่ให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างที่ควรจะเป็น ในงาน EARTH JUMP 2026 มีหัวข้อเสวนา 'กลยุทธ์ธุรกิจไทยบนความยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจโตต่ำ (Winning with Sustainability in a Low-Growth Economy)' ที่มากระตุ้นเตือนให้คนไทย องค์กรไทย นำประเด็นจากคอนเทนต์นี้ ไปปรับใช้ในการทำธุรกิจ วางแผนการดำเนินงาน เพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และมุ่งสู่ธุรกิจยั่งยืนไปพร้อมๆ กัน

สำหรับหัวข้อ 'กลยุทธ์ธุรกิจไทยบนความยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจโตต่ำ' มีผู้ร่วมเสวนาซึ่งเป็นตัวแทนจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการค้า และภาคการเงิน มาร่วมพูดคุย ได้แก่ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม คุณปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Cimate Change คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ และรองประธานกรรมการหอการค้าไทย และคุณรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย โดยมี คุณกิตติ สิงหาปัด ผู้ดำเนินรายการข่าว 3 มิติ ดำเนินการเสวนา

ว่าด้วยเรื่อง 'ความเชื่อมั่น' ด้านนโยบายและกติกาใหม่

โดย ตัวแทนภาครัฐ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช 
อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ดร.พิรุณกล่าวถึงการสร้าง Trust หรือความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจ ด้วยนโยบายรัฐที่ชัดเจนและมีความต่อเนื่อง รวมถึงการนำเสนอเครื่องมือใหม่ๆ อย่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) มาเป็นตัวช่วยในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสู่ความยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การทำให้เศรษฐกิจเติบโตควบคู่ไปกับลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยรัฐจะ 'ไม่ใช้มาตรการบังคับให้ดำเนินการตามทั้งหมด' แต่เน้นสนับสนุนภาคธุรกิจให้เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียวอย่างเหมาะสม

"ความชัดเจนในวันนี้ ถ้าจะทำให้ธุรกิจเดินหน้าได้ ภาคธุรกิจต้องใส่ Trust หรือความเชื่อมั่นภาครัฐในการขับเคลื่อนนโยบาย นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งสะท้อนต้นทุนระยะกลางกับระยะยาวได้"

ส่วนเรื่องภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมย้ำว่า ไม่ใช่การรีดภาษี แต่เป็นการเฉลี่ยต้นทุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยยกตัวอย่างว่า 

"ถ้า Carbon Tax 200 บาท ทุกคนแชร์ต้นทุนในแต่ละขั้นตอนได้ จริงๆ ต้นทุนอาจจะเพิ่มแค่ 20 สตางค์ก็ได้ มันคือการเสริมพลังของภาคธุรกิจไทยและประเทศไทย ในการเดินหน้าโดยยังคำนึงถึงความยืดหยุ่นร่วมด้วย"

ดร.พิรุณอธิบายต่อถึงเป้าหมายของ พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศว่า การออกแบบกฎหมายฉบับนี้ มีธงในการออกแบบตั้งแต่แรกสองเรื่อง คือ 1) ทำอย่างไรให้เศรษฐกิจไทยสามารถแข่งขันได้ และ 2) ทำอย่างไรที่จะลดความสูญเสียลง โดยกำหนดเวลาที่ภาครัฐวางไว้นั้น มีความเป็นไปได้สูงสุดที่จะบังคับใช้ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2570

ว่าด้วยเรื่อง 'ปลุก SME ทำเรื่องลดคาร์บอน' ตั้งแต่วันนี้

โดย ตัวแทนภาคอุตสาหกรรม คุณปรีดา วัชรเธียรสกุล 
รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยฯ

คุณปรีดาเกริ่นด้วยกติกาโลกที่เปลี่ยนไปจากเดิมว่า โดยนำเสนอในมุมมองที่ว่า เรื่องคาร์บอนไม่ใช่แค่การรักษ์โลกอีกต่อไป แต่ส่งผลถึง ความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย (Competitiveness) 

"สิ่งที่ต้องใส่ใจในปัจจุบันไม่ใช่แค่เรื่องการรักษ์โลก แต่เป็นเรื่อง 'ความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ' และกติกานี้ก็ไม่ใช่แค่มาตรการ แต่เป็นกติกาที่กำหนด 'สภาวะในการเข้าสู่ตลาด' ของจริง"

คุณปรีดาสนับสนุนให้ SME เริ่มต้นลดการปล่อยคาร์บอนจากสิ่งที่ทำได้จริงและลงทุนน้อย เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และย้ำว่าปี 2050 ไม่ได้ไกลเกินไปนัก ภาคธุรกิจจึงต้องเริ่มทำ บัญชีก๊าซเรือนกระจก (CFO: Carbon Footprint for Organization) ลดการปล่อยคาร์บอนตั้งแต่วันนี้ เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในอนาคต

ต่อด้วยการเผยเรื่องที่ SME ต้องการจากรัฐว่า "สิ่งที่ SME อยากจะให้ภาครัฐช่วยก็คือ อยากได้นโยบายที่ชัดเจนและมีความต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งที่รัฐกำหนด ก็อยากจะให้โรงงานสามารถทำได้ ยิ่งเป็นสิ่งที่ทำอยู่ทุกวัน ในชีวิตประจำวันได้ยิ่งดี"

นอกจากนี้ ถ้าภาคธุรกิจที่ต้องการขอคำปรึกษาด้านการลดการปล่อยคาร์บอน ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมไม่จำเป็นต้องมาที่สภาอุตสาหกรรมฯ เพียงแห่งเดียว เพราะในประเทศไทยยังมีหน่วยงานอื่นๆ ที่ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ได้อีกมาก

ว่าด้วยเรื่อง บริษัทใหญ่ช่วย SME ไทยโตได้ ด้วยการเป็น 'พี่เลี้ยง'

โดย ตัวแทนภาคการค้า คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ 
รองประธานกรรมการหอการค้าไทย

คุณพิชัยกล่าวใจเชิงเป็นกระบอกเสียงให้ SME ที่ต้องการความมั่นใจในการลงทุน โดยเสนอว่า นโยบายของไทยควรสอดคล้องกับกติกาโลก เช่น CBAM ไทยจะได้มีตัวชี้วัดถูกทาง ไม่ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนหรือเพิ่มภาระให้ SME และภาครัฐต้องช่วยสร้างตลาด (Demand) มารองรับสินค้าสีเขียว เพื่อสนับสนุนให้ SME ไทยโตในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน 

ต่อด้วยการเผยประเด็นที่ SME กังวลคือ อยากให้ภาครัฐมีกลไกการสนับสนุน มีนโยบายด้าน Green และ Sustainability ที่ชัดเจน ต่อเนื่อง และไม่เปลี่ยนบ่อย (ตามความเปลี่ยนแปลงในบริบททางการเมือง) และโดยส่วนใหญ่ SME ต้องกู้เงินมาทำธุรกิจ คุณพิชัยจึงกล่าวถึงภาคการเงินด้วยว่า ต้องเป็นมากกว่าผู้ปล่อยกู้ โดยต้องให้ทั้งทุนและความรู้แก่ภาคธุรกิจ

สำหรับบทบาทของบริษัทขนาดใหญ่ไม่ควรผลักภาระให้ SME แต่ต้องลงมาเป็นพี่เลี้ยง ช่วย SME ด้วยการ 1) ให้ความรู้ ให้คำแนะนำ 2) แบ่งปันเทคโนโลยีกับเครื่องมือติดตาม ประเมินผล และ 3) ให้โอกาสด้านการตลาดร่วมกัน 

เหนือสิ่งอื่นใด คุณพิชัยแนะ SME ในตอนท้ายให้เริ่มปรับตัวจากสิ่งง่ายๆ ใกล้ตัว "เริ่มจากอะไรง่ายๆ ก่อน หรือลดความสูญเสีย เช่น ลดการใช้น้ำ ใช้ไฟ พอเห็นผลชัดเจนว่าต้นทุนลด ค่อยมาเพิ่มประสิทธิภาพ อย่างการเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED เปลี่ยนมาใช้ Solar Roof แม้มันเป็นการก้าวช้าๆ แต่มันจะเริ่มเร็วเมื่อ SME เห็นผล เขาก็จะเพิ่มความสนใจ" 

ว่าด้วยเรื่อง 'ธนาคารในฐานะ Enabler' สะพานเชื่อมธุรกิจสู่ความยั่งยืน

โดย ตัวแทนภาคการเงิน คุณรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์
ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย

คุณรุ่งเรืองกล่าวถึงบทบาทของธนาคารที่ไม่ใช่แค่ผู้ให้บริการทางการเงิน แต่ยังมีฐานะเป็น Enabler ผู้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน (Strategic Transition Partner) ของลูกค้า SME หรือพาร์ตเนอร์สู่ธุรกิจสีเขียว สอดคล้องกับที่คุณขัตติยากล่าวไว้บนเวที Earth Jump 2026 ว่า กสิกรไทยกำลังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME เปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำด้วยการลงมือทำจริง

"หากลูกค้าประสบความสำเร็จ ธนาคารก็จะสำเร็จ" คุณรุ่งเรืองย้ำ แล้วขยายความด้านการเป็น Enabler สะพานเชื่อมธุรกิจสู่ความยั่งยืนว่า ธนาคารมุ่งสนับสนุน SME ผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่

  • 1) ให้ความรู้แก่ซีอีโอ ผู้นำองค์กร ผ่านหลักสูตรต่างๆ  
  • 2) มอบโซลูชันส์ที่เข้าถึงง่ายให้ใช้งาน เช่น KCLIMATE 1.5 ซึ่งรวมถึงการให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ธุรกิจ (Advisory) 
  • 3) ให้เข้าถึงเงินทุนรูปแบบต่างๆ เช่น สินเชื่อสีเขียว (Green Finance) เพื่อช่วยให้ธุรกิจกล้าที่จะปรับตัว
  • 4) ให้เข้ามาเป็นพันธมิตรในระบบนิเวศและเครือข่าย Thailand Climate Business Network (ThaiCBN) เพื่อมุ่งสู่ Net Zero ร่วมกัน

ไม่เปลี่ยนคืออันตรายสุด เพราะโลกเปลี่ยน ธุรกิจที่ปรับตัวมักจะมีอัตราการเป็นหนี้เสีย (NPL) ต่ำกว่าอย่างเป็นวิทยาศาสตร์

คุณรุ่งเรืองทิ้งท้ายโดยตอกย้ำความจำเป็นที่ภาคธุรกิจจะต้องปรับตัวว่า "ธุรกิจที่เปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน คือ ธุรกิจที่อยู่รอด มันเป็นเรื่องจริงและเป็นเรื่องใหญ่ สำคัญคือ SME ต้องเปิดใจยอมรับ แล้วก็ต้องปรับตัวเข้าสู่กติกาใหม่"

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

นี่คือยุคของ MANGOS มหาอำนาจ Tech กลุ่มใหม่ ที่กำลังจะมาครองเศรษฐกิจโลก สัญญาณเปลี่ยนผ่านโลกเก่า

าก่อน FAANG! เตรียมต้อนรับ 'MANGOS' (Meta, Anthropic, Nvidia, Google, OpenAI, SpaceX) 6 มหาอำนาจเทคฯ กลุ่มใหม่ที่กำลังจะครองโลกด้วย AI และคลื่น IPO ยักษ์...

Responsive image

"เดี๋ยวค่อยเปลี่ยนระบบ" อาจเป็นการตัดสินใจที่แพงที่สุดขององค์กร ทำไม ‘ระบบเก่าที่ยังใช้ได้’ อาจไม่ตอบโจทย์ธุรกิจในยุค AI อีกต่อไป

เจาะลึก Technical Debt และสัญญาณเตือนว่าระบบไอทีเก่าจนวิกฤต พร้อมแนะ Framework จาก ABeam Consulting ในการทำ System Modernization และเตรียมฐานข้อมูลให้พร้อมรับยุค AI...

Responsive image

เจาะเส้นทาง 10 ปี SCBX กับภารกิจเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็นเรื่องของทุกคน บนเวที SEABW 2026

เจาะวิสัยทัศน์ SCBX บนเวที SEABW 2026 กับการปูรากฐาน Blockchain สู่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแห่งอนาคต เพื่อสร้างโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงสินทรัพย์คุณภาพดี...