KBank ปล่อย FinVest แอปฯ ลงทุนใช้งานง่าย ลงทุนได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ | Techsauce

KBank ปล่อย FinVest แอปฯ ลงทุนใช้งานง่าย ลงทุนได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ

“จากประชากร 70 ล้านคนในประเทศไทย มีน้อยกว่า 5% ที่เป็นผู้ลงทุนโดยตรงในตลาดหลักทรัพย์หรือลงทุนผ่านกองทุนรวม” นี่เป็นประโยคหนึ่งที่ถูกบรรยายในงานเปิดตัวแอปฯ FinVest ของธนาคารกสิกรไทย ประโยคข้างต้นนี้แสดงให้เห็นว่าไทยนั้นยังมีนักลงทุนจำนวนไม่มากนัก ซึ่งการลงทุนก็ถือเป็นหนึ่งในวิธีการจัดการและบริหารการเงินที่นับว่ามีความจำเป็นในสังคมปัจจุบัน ยิ่งในประเทศไทยเองที่เรากำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุแบบเต็มตัวในอีกไม่นานนี้ การวางแผนการเงินสำหรับการเกษียณจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามไป และการเริ่มชี้ชวนให้คนไทยรู้จักการลงทุนเพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงทางการเงินก็เป็นสิ่งที่น่านำมาแก้ไขและพัฒนากันต่อไปอีกด้วย 

ภาพรวมการลงทุนกองทุนรวมในไทยปัจจุบันนี้

ข้อมูลจากคุณพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่าในปี 2020 ตลาดการเงินในประเทศไทยมีมูลค่า 44 ล้านล้านบาท มีการลงทุนในกองทุนรวมอยู่ 4.8 ล้านล้านบาท หรือราว 10% โดยผู้ลงทุนในกองทุนรวมมีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ และชอบทำรายการลงทุนบนช่องทางดิจิทัล อีกทั้งมีความสนใจในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าการลงทุนในรูปแบบ Open Architecture ที่มีทางเลือกให้นักลงทุนหลากหลาย มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทุกปี ยิ่งไปกว่านั้นสังคมไทยที่กำลังเข้าใกล้กับสังคมสูงวัยเต็มตัวนี้ เรากลับเห็นว่ายังมีผู้คนจำนวนมากที่ไม่ได้วางแผนการเงินสำหรับเกษียณไว้ 

ทำไมคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ลงทุน

คุณชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) โรโบเวลธ์ จํากัด กล่าวว่าปัจจัยหลักๆ ที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่เริ่มต้นลงทุนก็เพราะผู้คนส่วนใหญ่กลัวความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการลงทุน และคิดว่าการลงทุนเป็นเรื่องยากต้องใช้เวลา รวมไปถึงคิดว่าตนเองยังไม่ได้มีเงินมากพอที่จะลงทุนหรือการลงทุนเป็นแค่เรื่องของคนรวยเท่านั้น ดังนั้นแพลตฟอร์มการลงทุนจึงควรพัฒนาและปรับตัวเพื่อเข้ามาแก้ปัญหาในการลงทุนต่างๆ ที่ผู้คนเป็นกังวล 

แก้ Paint poin ให้กับนักลงทุนทุกระดับด้วยแอปฯ FinVest

เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ธนาคารกสิกรไทยจึงจับมือกับ Lu International และ บลน.โรโบเวลธ์ (Robowealth) สร้าง ‘FinVest’ แพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการลงทุน ภายใต้แนวคิด “ติดปีกการลงทุนให้คุณ” (Your Wings  Your Ways) ซึ่งเป็นแอปฯ ที่ต้องการตอบโจทย์นักลงทุนทุกระดับ ให้สามารถลงทุนในกองทุนรวมทั้งในประเทศและต่างประเทศซึ่งจะลงทุนได้ภายในต้นปี 2021 นี้ และการร่วมมือครั้งนี้ได้ Lu International บริษัทในเครือผิงอันกรุ๊ป กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มีจุดแข็งในการบริหารจัดการด้านการลงทุน อีกทั้งยังมีทีมผู้เชียวชาญเทคโนโลยีระดับโลกมาร่วมงานด้วย โดยคุณคิท วอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Lu International (สิงคโปร์) เล็งเห็นว่าประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญที่มีความก้าวหน้าด้านการสร้างการเติบโตในการลงทุน และเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดั้งนั้นการทำงานร่วมกันของทั้ง 3 บริษัทจะเข้ามาช่วยยกระดับการลงทุนแบบดิจิทัลในไทย 

รู้จัก FinVest ให้มากขึ้นก่อนใช้งาน 

FinVest เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนที่พัฒนาให้ใช้งานได้ง่ายและนำเสนอเนื้อหาตามความสนใจของผู้ลงทุนแบบกระชับ เข้าใจง่าย พร้อมชี้เป้าการลงทุนที่ตอบโจทย์สามารถเปิดบัญชีได้ผ่านสมาร์ทโฟน โดยลูกค้าเลือกผูกบัญชีกับธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย หรือธนาคารไทยพาณิชย์ได้ เน้นความ “หลากหลาย” สามารถลงทุนในกองทุนรวมต่าง ๆ ของบลจ.ชั้นนำในประเทศไทย 15 บลจ. คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 90% ของอุตสาหกรรม และบลจ.ชั้นนำจากทั่วโลกผ่านแอปฯ FinVest ได้โดยตรง กระบวนการทำงานทุกขั้นตอนมีความ “น่าเชื่อถือ” ที่ได้มาตรฐานฟินเทคระดับโลก

จุดเด่นของ FinVest

  • มีฟีเจอร์ให้เห็นภาพรวมของแต่ละกองทุนและข้อมูลที่น่าสนใจล่าสุด

  • มีเนื้อหาและบทความให้ความรู้โดยยึดข้อมูลของผู้ลงทุนเป็นหลัก

  • มีฟิลเตอร์และการจัดลำดับกองทุนให้เห็นภาพที่ชัดเจน เพื่อช่วยให้การเลือกซื้อกองทุนง่ายยิ่งขึ้น 

แนะ 3 ขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งาน FinVest แบบง่ายๆ

1. ดาวน์โหลด และสมัครแอปพลิเคชัน FinVest

  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน FinVest จาก App Store หรือ Play Store หรือ Huawei App Gallery
  •  กรอกเบอร์มือถือ กำหนดรหัสผ่านและใส่รหัส OTP กดยอมรับเงื่อนไข ก็สามารถลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชันได้ทันที

2. เปิดบัญชีเพื่อซื้อขายหน่วยลงทุน

  • กดเลือกเปิดบัญชี
  • ตรวจสอบคุณสมบัติและกรอกข้อมูลยืนยันตัวตน
  • ถ่ายรูปบัตรประชาชนและถ่ายรูปของคุณคู่กับบัตรประชาชน
  • เซ็นต์ลายเซ็นต์และกรอกรหัส OTP เลือกธนาคารที่รับเงินสำหรับการลงทุน 

เสร็จสิ้นการเปิดบัญชี และลูกค้าสามารถซื้อขายกองทุนได้ภายใน 3 วันทำการ

หมายเหตุ (ต้นปี 2021)

▪ ลูกค้า K PLUS ดาวน์โหลดแอป FinVest โดยจะให้กรอกข้อมูลบางส่วน และยืนยันตัวตนด้วยการถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมกับเซลฟี่ถ่ายรูปตนเอง

▪ ลูกค้า Odini  (odini) ดาวน์โหลดแอป FinVest สามารถใช้งานได้ทันที

3. ทำแบบประเมินความเสี่ยง

  • เมื่อสมัครใช้งานเรียบร้อยแล้ว
  • กดเลือกประเมินความเสี่ยงในการลงทุน โดยตอบคำถามประเมินความเสี่ยงจำนวน 12 ข้อ
  •  ต้องทำแบบประเมินความเสี่ยงให้เรียบร้อย จึงทำให้การเปิดพอร์ตเสร็จสมบูรณ์

4 ฟีเจอร์ตอบโจทย์ทุกการลงทุนใน FinVest

1. ชี้เป้าการลงทุนพร้อมอัพเดททุกข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจผ่านบทความจากทีมผู้เชี่ยวชาญ

2. ซื้อกองทุนได้ตามความต้องการ

  • เลือกไอคอนการลงทุน ค้นหาและเลือกกองทุนที่ต้องการซื้อ
  • กดซื้อหน่วยการลงทุน ใส่จำนวนเงิน ใส่รหัส OTP
  • กดยืนยันซื้อกองทุน / เสร็จเรียบร้อย

3. ขายกองทุนง่ายๆ เพียงคลิก

  • เข้าหน้าบัญชี เลือกกองทุนที่ต้องการขาย
  • กดเลือกขายคืน ใส่จำนวนเงินและเลือกหน่วยลงทุนที่ต้องการขาย
  • ใส่รหัส OTP เพื่อยืนยัน โดยเงินค่าขายกองทุนจะได้รับคืนในวอลเล็ท            

4. ดูภาพรวมพอร์ตการลงทุน ยอดเงินคงเหลือ และเติมเงิน พร้อมถอนเงินได้ผ่านวอลเล็ต (Wallet) 

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลของแอปฯ การลงุทน FinVest จากธนาคารกสิกรไทยที่จะเข้ามาช่วยให้การจัดการการเงินและการลงทุนเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับทุกๆ คน และยังลงทุนได้หลากหลายทั้งในไทยและต่างประเทศอีกด้วย

บทความนี้เป็น Advertorial 

RELATED ARTICLE

Responsive image

‘ปั้นเด็กมีของ ให้ลองทำงานจริง’ กับ โครงการ WEDO Young Talent 2021 สร้าง talent ยุคใหม่ ขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทย

“WEDO Young Talent Program” โครงการที่ตีความหมายใหม่ของคำว่า ‘เด็ก’ และ ‘ฝึกงาน’ โดยเริ่มจากการไม่มองว่าน้องเป็นเด็ก แต่คือ talent ยุคใหม่ที่มีศักยภาพในการเรียนรู้ และทำงานด้านนวัต...

Responsive image

แร่หายากราคาพุ่งสูง อีกหนึ่งความท้าทายของบริษัทเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม Hardware

บริษัทผลิตฮาร์ดแวร์อิเล็กทรอนิกส์ต่างประสบอยู่ในภาวะคับขัน หลังจากราคาแร่หายากพุ่งสูงท่ามกลางอุปสงค์ที่เพิ่มมากขึ้น และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่นับวันจะรุนแรง...

Responsive image

‘มีของ แต่ไม่มีตลาดให้โต’ DeepTech ของไทยจะทำอย่างไร ให้ยกระดับเทียบเท่าเวทีโลก

DeepTech หนึ่งในเทคโนโลยีที่กำลังน่าจับตามองในตอนนี้ และประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม DeepTech แต่กลับยังไม่มีตลาดให้ธุรกิจด้านนี้เติบโตได้มากพอ ...