รัฐแพลตฟอร์ม คืออะไร ? ต่างจากรัฐบาลดิจิทัลหรือไม่ ส่องนโยบายดิจิทัลพรรคประชาชน เมื่อคนสายเทคร่วมกันออกแบบประเทศ

ในสมรภูมิการเมืองยุคใหม่ เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เครื่องมือเสริม แต่คือหัวใจในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ หนึ่งในนโยบายจากพรรคประชาชน คือการเปลี่ยนผ่านจากรัฐแบบเดิมไปสู่แนวคิด รัฐแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นการนำตรรกะแบบโลกซอฟต์แวร์มาใช้บริหารจัดการประเทศ

บทความนี้ Techsauce จะพาไปเจาะลึกว่าแนวคิดนี้คืออะไร? แตกต่างจากสิ่งที่ไทยมีอยู่อย่างไร ?

Concept หลัก = รัฐแพลตฟอร์ม

แนวคิดหลักที่คุณภาวุธชูขึ้นมาคือการทำ #รัฐแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของภาครัฐจากการเป็นผู้ถือเอกสารและคุมกฎมาเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมโยงข้อมูลทุกหน่วยงานเข้าด้วยกัน

แนวคิดนี้มองว่ารัฐควรสร้างชั้นฐานของข้อมูลที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทั้งรัฐและเอกชนสามารถต่อยอดบริการประชาชนได้รวดเร็วขึ้น ความสำคัญของรัฐแพลตฟอร์มไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวก แต่คือการใช้ความโปร่งใสของข้อมูลมาเป็นเครื่องมือหลักในการลดคอร์รัปชันและทลายการผูกขาด โดยเป้าหมายคือการสร้างระบบนิเวศที่ทุกคนเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียม

การรีเซ็ตโครงสร้างไทย

ได้มีการฉายภาพแก้ปัญหาประเทศ เพื่อมุ่งเป้าไปที่การสร้างรัฐแพลตฟอร์ม ผ่าน 4 มิติที่น่าสนใจ ดังนี้

Digital Economy = SME ต้องรอดด้วยระบบที่เปิดกว้าง ไม่ถูกผูกขาด

แกนนี้เน้นการทำให้ธุรกิจขนาดเล็ก (SME) แข็งแรงขึ้น โดยรัฐจะไม่เข้าไปแข่งกับเอกชน แต่จะทำหน้าที่เป็นตัวเร่ง ให้เกิดความเท่าเทียม โดยมีประเด็นสำคัญคือ

  1. Open Commerce Network (OCN) Thailand ปกติเวลาขายของบนแอปฯ ยักษ์ใหญ่ เราต้องทำตามกฎเขาหมด แต่ OCN คือการสร้างเครือข่ายกลาง ที่ทำให้ทุกแอปคุยกันได้ ร้านเล็ก ๆ สามารถขายสินค้าข้ามไปมาได้เสรี
  2. พลิกแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ คุณป้อมชี้ว่าเราควรเปลี่ยนเกมแพลตฟอร์มออนไลน์จากการเป็นช่องทางนำเข้าสินค้าต่างชาติ ให้กลายเป็นประตูส่งออกสินค้าไทยไปอาเซียน ผ่านการสนับสนุนระบบโลจิสติกส์และฟูลฟิลเมนต์ของไทยในต่างประเทศที่เข้มแข็ง เพื่อให้สินค้าไทยกระจายได้จริง ไม่ใช่แค่ขายในประเทศแล้วโดนสินค้านำเข้ากดราคา
  3. SME Digital Voucher อีกจุดที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับธุรกิจ เพราะโดยปกติรัฐมักจะเสนอโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่ตัวเองคิดว่าดีให้ SME แต่แนวคิดนี้คือ การเปลี่ยนเป็นรัฐให้คูปอง แล้ว SME ไปเลือกซื้อซอฟต์แวร์หรือบริการที่เหมาะกับธุรกิจตัวเองจริง ๆ
  4. Invoice Marketplace + e-Invoice SME มักเจอปัญหาส่งของแล้วแต่ยังไม่ได้เงิน ต้องรอไป 45-60 วัน คุณป้อมเลยเสนอทางออกด้วย Invoice Marketplace + e-Invoice ระบบนี้จะทำให้ SME เอาใบแจ้งหนี้ไปประมูลขายเพื่อแลกเงินสดมาหมุนเวียนได้ทันที หรืออธิบายง่าย ๆ คือเป็นแนวคิดที่ทำให้ SME ไม่ต้องง้อเงินกู้นอกระบบ หรือรอเงินจากรายใหญ่ แต่ใช้ยอดขายที่ทำได้จริง มาแลกเป็นเงินสดผ่านระบบกลางที่รัฐจัดหา

Digital Government = รัฐที่ทำงานด้วย Data และมี AI คอยจับโกง

แนวคิดนี้นำเสนอโดย คุณนิธิกร บุญยกุลเจริญ กับเป้าหมายในการเปลี่ยนรัฐที่ทำงานตามตัวบุคคล ให้กลายเป็นรัฐที่ทำงานตามระบบข้อมูล โดยหัวใจสำคัญคือการเปลี่ยนรัฐจากระบบที่ต้องรอเจ้าหน้าที่อนุมัติ มาเป็นระบบที่ทำงานอัตโนมัติ โดยมี 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

  1. E-Office คืนเวลาให้ข้าราชการ กลับไปบริการประชาชน เพราะการทำ E-Office ในมุมมองนี้ไม่ใช่แค่การเลิกใช้กระดาษ แต่คือการทำ Process Re-engineering ครั้งใหญ่ ปัจจุบันข้าราชการเสียเวลาไปกับงานเอกสารและกระบวนการซ้ำซ้อนมหาศาลเมื่อระบบหลังบ้านเป็นดิจิทัลทั้งหมด จะช่วยลดชั่วโมงการทำงานที่สูญเปล่าแล้วเปลี่ยนคนให้กลับไปทำหน้าที่บริการประชาชนในจุดที่เทคโนโลยีทำแทนไม่ได้จริง ๆ
  2. Data-Driven Transparency หรือใช้ AI เป็นด่านหน้าดักจับการทุจริต เช่น เปิดข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและสัญญาภาครัฐทั้งหมด (Open Data) แล้วใช้ AI วิ่งตรวจสอบแพทเทิร์นที่ผิดปกติ AI จะช่วยชี้เป้าโครงการเสี่ยงได้ทันที เช่น โครงการที่เปิดประมูลสั้นผิดปกติ หรือมีผู้ยื่นซองน้อยรายเกินไป ทำให้การตรวจสอบเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วันแรก
  3. Governance by Budget ใช้งบประมาณเป็นคันโยกบังคับมาตรฐานดิจิทัล แก้ปัญหาแอปฯ รัฐกระจัดกระจายและคุยกันไม่รู้เรื่อง ด้วยการคุมที่ต้นน้ำคือเงินงบประมาณ เช่น หากหน่วยงานใดจะของบประมาณทำระบบดิจิทัล ต้องทำตามมาตรฐานกลางเท่านั้น เช่น ต้องเชื่อมต่อข้อมูลผ่าน API ได้ และต้องมี UX/UI ตามมาตรฐานที่กำหนด สิ่งที่ตามมาคือ รัฐจะสามารถรวมบริการไว้ที่จุดเดียวได้จริง เพราะทุกแอปฯ ถูกบังคับให้มีมาตรฐานเดียวกันมาตั้งแต่ตอนขอทุน
  4. Thailand Design System มาตรฐาน UX/UI เดียวกันทั่วประเทศ ปัจจุบันเว็บรัฐหน้าตาคนละทิศคนละทาง ทำให้ประชาชนเข้าใช้งานยาก การมี Design System จะทำให้ทุกบริการของรัฐมีหน้าตาและวิธีใช้ที่คุ้นเคย ประชาชนไม่ต้องเรียนรู้ใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนกระทรวง และยังช่วยลดต้นทุนการจ้างออกแบบซ้ำซ้อนในทุก ๆ โปรเจกต์
  5. เงินภาษีสร้างซอฟต์แวร์ โค้ดนั้นต้องเป็นของสาธารณะ นี่คือแนวคิด Open Source เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับ Tech Ecosystem ของไทย ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาด้วยเงินภาษีประชาชนควรเปิดให้หน่วยงานอื่นนำไป ใช้ซ้ำหรือต่อยอดได้ภายใต้กรอบที่ปลอดภัย

Digital Society = สร้างเกราะคุ้มกัน AI 

ในมิติของสังคมดิจิทัล คุณธีระชาติ ก่อตระกูล (ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data และผู้ร่วมก่อตั้ง StockRadars) ได้ชี้ให้เห็น Pain Point สำคัญว่า คลื่น AI กำลังจะทำให้เกิดการย้ายงานและตกงานขนานใหญ่ ซึ่งหากรัฐยังทำงานแบบเดิมที่ไม่ใช้ข้อมูลช่วยตัดสินใจ รัฐจะยื่นมือเข้าไปช่วยประชาชนไม่ทันเวลา

พรรคประชาชนจึงเสนอการรีเซ็ต วิธีการพัฒนาคนผ่าน 2 กลยุทธ์หลัก

  1. ใช้ Data พยากรณ์ความเสี่ยงก่อนคนตกงานจริง ปัจจุบันรัฐมีข้อมูลมหาศาล เช่น ข้อมูลการจ่ายเงินสมทบประกันสังคม ซึ่งสามารถบอกได้ว่าอุตสาหกรรมไหนกำลังถดถอย หรือพื้นที่ไหนกำลังมีการลดจ้างงานอย่างผิดปกติ ดังนั้น การนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบร่าง เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มรายอาชีพและรายพื้นที่ หากระบบพบว่าเริ่มมีสัญญาณการจ้างงานลดลง รัฐจะสามารถส่งสัญญาณเตือนและเริ่มมาตรการช่วยเหลือได้ทันทีตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะถูกเลิกจ้าง
  2. รีสกิลประเทศ เปลี่ยนจากโครงการอบรมแบบ Top-down ที่รัฐจัดหลักสูตรที่บางครั้งไม่ตรงความต้องการตลาด มาเป็นระบบคูปอง ให้ประชาชนไปเลือกเรียนทักษะที่ตลาดต้องการจริง ๆ จากผู้เชี่ยวชาญหรือเอกชนตัวจริง ซึ่งรัฐไม่จำเป็นต้องเป็นคนสอนเอง แต่ทำหน้าที่เป็น Platform Provider คือผู้ออกแบบระบบ วางมาตรฐานการวัดผล และสนับสนุนงบประมาณ

Digital Infrastructure = สร้าง Ecosystem ที่ไม่ผูกขาด

หัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่นำเสนอโดยคุณ ปัญจพงศ์ เสริมสวัสดิ์ศรี และ โดม เจริญยศ คือการเลิกมองว่ารัฐเป็นเจ้าของระบบ แต่เปลี่ยนให้รัฐเป็นผู้สร้างมาตรฐานกลาง ที่ทุกภาคส่วนสามารถนำไปต่อยอดได้โดยไม่เกิดคอขวด โดยมี 5 องค์ประกอบสำคัญ ดังนี้

  1. Digital ID ที่ประชาชนเป็นเจ้าของกุญแจเอง พรรคได้เสนอการทำ Network-based ID คือมาตรฐานกลางที่ทั้งรัฐ ธนาคาร และเอกชนเชื่อมต่อถึงกันได้ทันที และมีระบบ Consent Management หรือศูนย์ควบคุมความยินยอม ประชาชนสามารถดูได้ผ่านมือถือเลยว่าเราเคยให้ข้อมูลอะไรกับใครไปบ้าง
  2. API Economy แนวคิดคือ วางมาตรฐานการเชื่อมข้อมูลระหว่างหน่วยงานและเอกชนผ่าน API กลาง เพื่อเปิดข้อมูลภาครัฐที่สำคัญ (ภายใต้ความปลอดภัย) ให้สตาร์ทอัพหรือนักพัฒนาเข้ามาเชื่อมต่อได้ เพื่อให้สตาร์ทอัพไทยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ในการหาดาต้า แต่สามารถนำข้อมูลรัฐมาต่อยอด สร้างแอปฯ มาบริการประชาชนได้ทันที ลดการส่งเอกสารซ้ำซ้อนของประชาชนไปในตัว
  3. Cloud & Compute รัฐต้องสนับสนุนให้มีระบบ Cloud ที่หลากหลาย ทั้ง Cloud ขนาดเล็กสำหรับสตาร์ทอัพไปจนถึงระดับประเทศ โดยเน้นการแข่งขันเสรี ไม่ผูกขาดผู้เล่นเจ้าใดเจ้าหนึ่ง เพื่อให้คนตัวเล็กเข้าถึงพลังการประมวลผลมาแข่งกับต่างชาติได้ในราคาที่ยุติธรรม
  4. Digital Payment Infrastructure คือการเอาความเก่งของระบบ พร้อมเพย์ที่คนไทยใช้กันคล่องอยู่แล้ว มาจับคู่กับ Digital ID เพื่อให้รัฐมีเบอร์บัญชีที่ถูกต้องของทุกคน เมื่อเกิดน้ำท่วมหรือภัยพิบัติ รัฐไม่ต้องเปิดลงทะเบียนใหม่ให้วุ่นวาย แต่สามารถโอนเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัยได้ทันที
  5. Layered Infrastructure คือ  ให้รัฐจัดการงานระบบเบื้องหลังที่ซับซ้อนทั้งฮาร์ดแวร์และแพลตฟอร์มไว้เป็นมาตรฐานกลาง เพื่อให้นักพัฒนาสามารถโฟกัสไปที่การสร้างนวัตกรรมในชั้นแอปพลิเคชันได้ทันทีโดยไม่ต้องแบกรับภาระในการวางระบบพื้นฐานด้วยตัวเอง ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้เกิดบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม ในสนามการเมืองปี 2569 นี้ เทคโนโลยี ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญที่ทุกพรรคการเมืองต่างงัดนโยบายดิจิทัลออกมาประชันกันเพื่อขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งยังมีนโยบายด้าน Tech ที่น่าสนใจจากพรรคการเมืองอื่น ๆ อีกมากมายที่รอให้เราไปเจาะลึกร่วมกัน รอติดตามบทสรุปนโยบายดิจิทัลจากทุกภาคส่วนที่จะมาร่วมกันกำหนดอนาคตประเทศไทยได้ที่นี่ Techsauce

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

xAI ปีดดีลระดมทุน Series E 20,000 ล้านดอลลาร์ ขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ท่ามกลางประเด็นอื้อฉาวการใช้งาน Grok

xAI ระดมทุน Series E มูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ โดยมี NVIDIA และ Cisco เข้าร่วมลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับโลก ท่ามกลางประเด็นอื้อฉาวการใช้งาน Grok ที่...

Responsive image

เจาะ Ecosystem ไร้เทียมทานของ NVIDIA ทำไมโลก AI ถึงหนี NVIDIA ไม่พ้น?

NVIDIA ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตชิป แต่กำลังสร้าง Ecosystem แบบครบวงจรที่ครอบคลุมตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ นักพัฒนา ไปจนถึงอุตสาหกรรมโลกจริง บทวิเคราะห์นี้ถอดรหัสว่าเหตุใดแพลตฟอร์มขอ...

Responsive image

จีนเปิดกองทุน Venture Capital ระดับชาติ มุ่งหนุนสตาร์ทอัพ Deep Tech ปั้นแชมเปี้ยนสัญชาติจีนรุ่นใหม่ ต่อยอดบทเรียนความสำเร็จของ DeepSeek

รัฐบาลจีนเปิดกองทุน Venture Capital ระดับชาติ พร้อมกองทุนภูมิภาคในเขตเศรษฐกิจยุทธศาสตร์ มุ่งใช้แนวคิด Patient Capital ดึงเงินรัฐและเอกชน ปั้นสตาร์ทอัพ Deep Tech เพื่อวางรากฐานเศรษฐ...