สรุปวิสัยทัศน์เกาหลีใต้จากเวที Summer Davos ก้าวสู่มหาอำนาจ AI และแนวคิดรายได้พื้นฐาน สำหรับโลกอนาคต

เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคแห่งความผันผวนและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เกาหลีใต้ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรมของโลกได้วางหมากครั้งสำคัญเพื่ออนาคต บทความนี้สรุปใจความสำคัญจากสุนทรพจน์ของ คิม มินซอก (Kim Minseok) นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ จากเวทีการประชุมเศรษฐกิจระดับโลก Summer Davos เมืองต้าเหลียน ภายใต้หัวข้อการสร้างนวัตกรรมระดับมหภาค (Innovating at Scale)

ถึงเวลาเปลี่ยนกระดาน ทำไมเกาหลีใต้ต้องทิ้งโมเดลเศรษฐกิจเดิม?

นายกฯ คิม มินซอก ชี้ให้เห็นว่า โลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนมากมาย ทั้งปัญหาซัพพลายเชน วิกฤตสภาพภูมิอากาศ และการมาถึงของ AI แม้เกาหลีใต้จะเคยสร้างปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจในยุค 70s-80s จนเปลี่ยนจากประเทศยากจนที่รับเงินบริจาค กลายมาเป็นประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือ แต่ "โมเดลเศรษฐกิจแบบเดิมได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว"

รัฐบาลเกาหลีใต้จึงต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางเศรษฐกิจใหม่ทั้งหมด โดยทุ่มงบประมาณด้านวิจัยและพัฒนาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มุ่งเน้นเทคโนโลยีพื้นฐาน และตัดลดกฎระเบียบที่ล้าหลัง เพื่อสร้าง "เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม" อย่างแท้จริง

เป้าหมายทะเยอทะยาน: สู่ท็อป 3 มหาอำนาจ AI ของโลก

เกาหลีใต้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและยิ่งใหญ่ นั่นคือการก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 ประเทศมหาอำนาจด้าน AI ของโลก โดยใช้ยุทธศาสตร์ 2 แกนหลัก

  • AI Transformation (AIX): นำ AI ไปผสานกับทุกอุตสาหกรรม โดยเกาหลีใต้มั่นใจว่าจะเป็น อันดับ 1 ในด้าน Physical AI (ฮาร์ดแวร์และหุ่นยนต์) เพราะมีจุดแข็งด้านอุตสาหกรรมการผลิตระดับโลก และปัจจุบันได้กว้านซื้อชิป GPU ไปแล้วกว่า 260,000 ตัว
  • Energy Transformation: AI ต้องใช้ไฟฟ้ามหาศาล รัฐบาลจึงใช้โอกาสนี้เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน เพื่อรองรับ Data Centers ขนาดใหญ่ และลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างชาติ

เกาหลีใต้ได้ประกาศจัดตั้ง Global AI Hub อย่างเป็นทางการ โดยดึงดูดองค์กรระดับโลก (เช่น องค์กรต่างๆ ใน UN) มาร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มแบบเปิด ภายใต้สโลแกน AI to Solve Global Challenges

กาหลีใต้จะไม่ใช้เทคโนโลยีเพื่อผูกขาดอำนาจ แต่จะแบ่งปันโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีให้กับประเทศกำลังพัฒนาและ SMEs

แนวคิดนี้ได้แรงบันดาลใจจาก Vaccine for All ในยุคโควิด-19 โดยขับเคลื่อนบนพื้นฐานของ K-Democracy หรือประชาธิปไตยแบบเกาหลีที่เติบโตมาจากพลังของประชาชน

ความท้าทายเรื่องคน AI แย่งงาน และแนวคิด รายได้พื้นฐาน

เมื่อมีคำถามถึงความกังวลที่ AI อาจแย่งงานและทำให้ความเหลื่อมล้ำทางสังคมกว้างขึ้น นายกฯ เกาหลีใต้ยอมรับว่านี่คือประเด็นที่รัฐบาลกำลังเร่งหาทางออก

ปัจจุบัน สังคมเกาหลีใต้กำลังถกเถียงกันอย่างหนักว่า "ผลกำไรมหาศาลที่บริษัทเทคฯ และเซมิคอนดักเตอร์ได้รับจากยุค AI ควรถูกกระจายสู่ประชาชนอย่างไร?" ในเมื่อบริษัทเหล่านี้เติบโตมาได้ด้วยการสนับสนุนจากรัฐและเงินภาษีของประชาชน

เพื่อแก้ปัญหานี้ รัฐบาลกำลังให้ความสนใจกับนโยบาย รายได้พื้นฐาน (Basic Income) โดยปัจจุบันได้เริ่มทดลองจ่ายรายได้พื้นฐานเป็น "สกุลเงินท้องถิ่น" ในบางชุมชนชนบทแล้ว

เกาหลีใต้มุ่งมั่นที่จะเป็นประเทศผู้บุกเบิกในการทดลองนโยบายสังคมเหล่านี้ เพื่อหาวิธีแบ่งปันความมั่งคั่งจาก AI อย่างเป็นธรรม และพร้อมที่จะนำบทเรียนนี้ไปแชร์ให้กับทั่วโลกในอนาคต

วิสัยทัศน์ของเกาหลีใต้ในเวที Summer Davos สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่ไม่ได้มองแค่มิติทางเทคโนโลยี แต่ยังคำนึงถึงมิติทางพลังงาน สังคม และความยั่งยืนของมนุษยชาติ ซึ่งเป็นการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า เกาหลีใต้พร้อมแล้วที่จะเป็นผู้นำและ "ผู้กำหนดทิศทาง" ของโลกในยุค AI ต่อจากนี้

บทความนี้เรียบเรียงจากเซสชัน Special Address by Kim Minseok, Prime Minister of the Republic of Korea ในงาน World Economic Forum (Summer Davos 2026) ณ เมืองต้าเหลียน

ลงทะเบียนเข้าสู่ระบบ เพื่ออ่านบทความฟรีไม่จำกัด

No comment

RELATED ARTICLE

Responsive image

ประเทศจีนจะไปไกลแค่ไหนในโลกของนวัตกรรม? ถอดบทเรียนความสำเร็จ เมื่อจีนไม่ได้เป็นแค่ผู้ตามอีกต่อไป

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาโลกมักมองจีนในฐานะ ‘โรงงานการผลิตของโลก’ ประเทศที่มีแรงงานมหาศาล ต้นทุนการผลิตที่ต่ำ และการเป็นเพียงฐานการผลิตสำคัญโลก แต่ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไป...

Responsive image

ใครจ่ายให้เงินเฟ้อ? เมื่อราคาพลังงานพุ่ง สหรัฐฯ ผลักภาระให้ผู้บริโภค จีนกลับบีบกำไรผู้ผลิต

สรุปวงเสวนา 'Who Pays for Inflation?' จาก Summer Davos 2026 ว่าเงินเฟ้อรอบนี้แต่ละประเทศจ่ายไม่เท่ากัน สหรัฐฯ ส่งต้นทุนถึงผู้บริโภค จีนบีบกำไรผู้ผลิต พร้อมไอเดียธนาคารสำรองพลังงานแ...

Responsive image

โรงงานที่เรียนรู้ได้เอง เมื่อ AI ไม่ได้มาแทนคน แต่มาขยายขีดความสามารถของมนุษย์

ถอดบทเรียนวงเสวนา Factories that Learn บนเวที WEF ต้าเหลียน ตั้งแต่นิยามโรงงานที่ขับเคลื่อนตัวเอง สูตรสามขาและสี่ F ของ Lighthouse ไปจนถึงความจริงว่า AI ในโรงงานไม่ได้มาแทนคน แต่มา...