มีการคาดการณ์กันว่าในปี 2563 คนเราจะซื้อของออนไลน์ถึง 95% ซึ่งจะมีการสั่งซื้อสินค้าและบริการออนไลน์มากขึ้น และมีการไปซื้อของที่ร้านค้าลดน้อยลง หากคุณต้องการเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ ในบทความนี้คุณจะได้เรียนรู้ขั้นตอนในการสร้างธุรกิจของคุณเอง

วิธีเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์: ปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณา

การเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่บางคนได้บอกไว้ คำว่า “ออนไลน์” เป็นแค่สถานที่ในการทำธุรกิจ แต่แนวคิดสำคัญที่คุณควรนำมาพิจารณาคือเรื่องของ “ธุรกิจ” หากคุณต้องการมีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ คุณควรพิจารณาสิ่งเหล่านี้เป็นอันดับแรก:

1. ตั้งเป้าหมาย คุณต้องมีความเข้าใจว่าคุณทำธุรกิจเพื่ออะไร และคุณต้องการอะไร หากคุณไม่มีเป้าหมายในการทำธุรกิจ คุณก็ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จและไม่มีแรงกระตุ้นในการเอาชนะอุปสรรค

2. จัดการความเสี่ยง กำหนดงบประมาณที่คุณจะใช้ในการเริ่มทำธุรกิจและใช้งบประมาณที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด คุณควรเริ่มทำธุรกิจด้วยเงินของตัวเอง และไม่ควรยืมเงินมาทำธุรกิจ

3. เตรียมพร้อมเผชิญกับปัญหา เตรียมพร้อมด้านจิตใจในการเผชิญกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น คิดถึงปัญหาไว้ล่วงหน้าเสมอ (เช่น อัตราการแปลงสกุลเงินมีการเปลี่ยนแปลง, ไม่มีซัพพลายเออร์, ความต้องการสินค้าลดน้อยลง, การตรวจสอบภาษี เป็นต้น)  

4. เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ก่อน เส้นทางการทำธุรกิจออนไลน์เปรียบได้กับการว่ายน้ำระยะทางไกล บริษัท Amazon ไม่ได้กลายเป็นบริษัทซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาภายในชั่วพริบตา การเริ่มต้นธุรกิจจากจุดเริ่มต้นจะช่วยให้คุณได้เรียนรู้โครงสร้างและกระบวนการทำงานของธุรกิจ

5. มุ่งมั่นพัฒนา ยิ่งคุณมีความรู้มากเท่าใดก็จะยิ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจของคุณมากเท่านั้น ลองศึกษาเทรนด์ธุรกิจในปัจจุบัน, ศึกษาหาข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ, และเข้าร่วมการอบรมเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม

6. มุ่งมั่นทำงานเพื่ออนาคต พยายามทำให้ลูกค้าของคุณมาใช้บริการธุรกิจของคุณจากคำแนะนำของคนอื่น ๆ แต่เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผลิตภัณฑ์และบริการของคุณมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องเท่านั้น หากคุณต้องการให้ธุรกิจ “ประสบความสำเร็จ” ตั้งแต่เริ่ม คุณก็ไม่ควรทำธุรกิจออนไลน์

7. อย่าหมดหวัง คุณอาจจะพบว่าตัวเองเริ่มไม่สนใจทำธุรกิจ หรือธุรกิจอาจไม่เติบโตตามที่คาดไว้ หรือคุณอาจคิดว่าการเป็นลูกจ้างทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากกว่าการทำธุรกิจที่มีความเสี่ยง คุณต้องระลึกถึงความจริงเหล่านี้ไว้และเปลี่ยนความคิดของคุณ รวมทั้งคิดถึงอุปสรรคเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า

วิธีเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ใน 7 ขั้นตอน

เรามาดูกันทีละขั้นตอนว่าคุณจะเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ได้อย่างไร หากคุณยังจำคำแนะนำให้ย่อหน้าก่อน ๆ ได้ เราก็มาเริ่มลงมือกันเลย แต่คุณต้องปฏิบัติตามแต่ละขั้นตอนอย่างมีความรับผิดชอบและมีเป้าหมาย

1. ค้นหาทักษะของคุณ

คุณต้องมีความสามารถบางอย่างที่ทำให้ลูกค้ายอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ เช่นความสามารถในการวาดรูป, ออกแบบเว็บไซต์, เขียนบทความ, หรือมีไอเดียในการจัดส่งสินค้าที่ไม่เหมือนใคร หากคุณไม่รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร ลองปฏิบัติดังนี้:

• เขียนทักษะที่คุณถนัดลงบนกระดาษ;

• เขียนทักษะที่คุณทำแล้วรู้สึกมีความสุข คุณควรเริ่มทำธุรกิจออนไลน์จากสิ่งที่คุณทำแล้วรู้สึกมีความสุข

ตั้งเป้าหมายตามทักษะที่มี เช่น หากคุณชอบวาดภาพและมีฝีมือดี คุณอาจเป็นนักวาดภาพประกอบได้ และอาจตั้งเป้าหมายไว้ว่าคุณจะต้องได้เซ็นสัญญากับสำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ เพื่อวาดภาพประกอบหนังสื

2. วิเคราะห์ตลาดและเลือกว่าจะทำธุรกิจใด

หลังจากที่คุณได้รู้ทักษะของตัวเองแล้ว ตอนนี้คุณต้องมาดูว่าทักษะของคุณเป็นที่ต้องการในตลาดหรือไม่และคู่แข่งของคุณคือใคร โดยคุณสามารถตรวจสอบได้โดยการใช้ Google Trends tool

ขั้นตอนถัดไปคือการค้นหาคู่แข่งทางธุรกิจ คุณสามารถใช้เครื่องมือค้นหาโดยพิมพ์คำที่คุณคิดว่าลูกค้าจะใช้ค้นหาธุรกิจของคุณ ดูผลการค้นหาจริง ๆ (ไม่ใช่ผลการค้นหาที่มาจากการลงโฆษนา) หากคุณพบธุรกิจรายใหญ่หรือแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับแรก คุณควรเลือกทำธุรกิจประเภทอื่น ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร เพราะในระยะแรกของการทำธุรกิจคุณคงแข่งขันกับแบรนด์เหล่านั้นไม่ได้

Similarweb และ Serpstat จะช่วยให้คุณรู้จักคู่แข่งทางธุรกิจของคุณได้มากขึ้น โดยคุณสามารถรู้ยอดการเข้าชมเว็บไซต์และวิธีการโปรโมทที่แบรนด์เหล่านั้นใช้ ทำให้คุณวางแผนธุรกิจได้ตรงประเด็นมากยิ่งขึ้น

บริการของ Google Analytics service จะช่วยให้คุณได้ข้อมูลของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เช่น อายุ, เพศ, งานอดิเรก, รายได้, และคุณสมบัติอื่น ๆ

3. วางตำแหน่งทางการตลาดและทำให้สินค้าและบริการของคุณมีความโดดเด่นกว่าคู่แข่ง (USP)

เมื่อคุณได้รายชื่อของคู่แข่งทางธุรกิจมาแล้ว คุณต้องศึกษาว่าธุรกิจเหล่านั้นมีบริการอะไรบ้าง จากนั้นคุณควรให้บริการที่ไม่เหมือนคู่แข่งเพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งคุณสามารถทำได้เองหรือจ้างนักการตลาดก็ได้ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้:

1. เข้าเว็บไซต์หรือร้านของคู่แข่ง

2. ทำการสั่งซื้อ (ไม่ต้องซื้อจริง) เพื่อประเมินขั้นตอนการทำงานและราคา

3. จดข้อดีและข้อเสียของคู่แข่ง

4. ให้บริการและขายสินค้าที่ทำให้จุดอ่อนของคู่แข่งกลายมาเป็นจุดแข็งของคุณ

จากนั้นคุณควรสื่อสารถึงลูกค้าอย่างชัดเจนว่าข้อดีของคุณคืออะไร คุณมีอะไรที่แตกต่างจากธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานในการโฆษนาและโปรโมทธุรกิจของคุณที่เรียกว่า USP

เคล็ดลับในการทำ USP:

• สังเกตคู่แข่งอย่างสม่ำเสมอ;

• บริการหรือสินค้าควรมีความชัดเจน;

• หลีกเลี่ยงเงื่อนไขที่ไม่มีความชัดเจน;

• ให้คำมั่นกับสิ่งที่คุณมั่นใจว่าจะทำได้;

• กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของลูกค้า (โดยเฉพาะลูกค้าเพศหญิง);

• อย่าลอกไอเดียของคู่แข่ง

4. วางแผนธุรกิจ

การวางแผนธุรกิจเป็นพื้นฐานในการพัฒนาธุรกิจ เช่น การวางแผนด้านงบประมาณเพื่อประเมินรายรับและรายจ่าย โดยบริการเหล่านี้สามารถช่วยคุณสร้างแผนธุรกิจได้:

1. LivePlan เป็นบริการออนไลน์สำหรับการพัฒนาแผนธุรกิจและการคาดการณ์ธุรกิจ ซึ่งช่วยให้คุณสามารถสร้างแผนธุรกิจได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน

2. Venngage เป็นบริการบนเว็บไซต์ที่ช่วยให้คุณคำนวณงบประมาณ รวมถึงมีแผนธุรกิจสำเร็จรูปสำหรับผู้เริ่มต้นทำธุรกิจ ซึ่งเหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง

5. ออกแบบและสร้างแบรนด์ให้กับสินค้าของคุณ

ออกแบบบริษัทและผลิตภัณฑ์ของคุณให้เป็นที่น่าจดจำและโดดเด่นกว่าคู่แข่ง แบรนด์ประกอบด้วย USP, โลโก้, สโลแกน, และชื่อแบรนด์ คุณสามารถใช้ Logaster เพื่อออกแบบโลโก้และสโลแกนของคุณได้แบบออนไลน์ เนื่องจากมีตัวเลือกให้เลือกมากมาย รวมทั้งมีโลโก้สำเร็จรูปให้ดาวน์โหลดหลากหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดนามบัตรจนถึงแบนเนอร์

 

6. เริ่มเปิดตัวธุรกิจ

ตอนนี้คุณสามารถเข้าสู่ตลาดได้แล้ว ตอนแรกจะไม่มีใครรู้จักธุรกิจของคุณ ดังนั้นคุณควรใช้งบประมาณที่คุณได้ใส่ไว้ในแผนธุรกิจมาลงโฆษนา สร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์ของบริษัทของคุณ ใช้เครื่องมือโฆษนาเพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและเพื่อให้คุณได้รับออเดอร์แรกอย่างรวดเร็ว หากคุณมีเว็บไซต์ของตัวเอง ให้ใช้การโฆษนาตามกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นให้ทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับการค้นหา

7. วิเคราะห์ผลลัพธ์และแก้ไขข้อผิดพลาด

ในกระบวนการนี้คุณต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริการเหล่านี้สามารถช่วยคุณได้:

Seeneco เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการทำบัญชี, การทำรายงาน, และการวางแผนและการจัดการด้านการเงิน;

OWOX BI เป็นบริการที่ช่วยประเมินประสิทธิภาพของการโปรโมทธุรกิจ และมีการประเมินตัวชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจของคุณโดยอัตโนมัติ

 

ธุรกิจออนไลน์ 5 ประเภทที่เป็นที่นิยม

ไอเดียเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกประเภทธุรกิจที่เหมาะกับความสามารถและความสนใจของคุณได้

1. งานแฮนด์เมดที่ขายบนเว็บไซต์, เครือข่ายสังคมออนไลน์และแพลตฟอร์มเฉพาะ (เช่น Etsy)

2. การศึกษาออนไลน์ คุณสามารถสร้างคอร์สหรือการสอนออนไลน์, เขียนคู่มือและตำราเรียนเพื่อขายให้กับผู้ที่เข้ามาสมัครสมาชิกได้

3. คุณสามารถพัฒนาเกม, สร้างคอนเทนท์ที่เกี่ยวความบันเทิงหรือคอนเทนท์ด้านอื่น ๆ โดยรายได้หลักจะมาจากค่าโฆษนาที่คุณขายได้บนเว็บไซต์ของคุณหรือบนสื่อสังคมออนไลน์

4. การขายของเป็นช่องทางการทำธุรกิจออนไลน์ที่เป็นที่นิยมมากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น การซื้อของจากรายใหญ่มาขายต่อ, การทำดรอปชิป, และการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ

5. ทำธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่เหมือนใคร การมีไอเดียที่แตกต่างจากคนอื่นจะทำให้ธุรกิจของคุณมีกลุ่มเป้าหมายหลัก ยกตัวอย่างเช่น การให้บริการจัดส่งของใช้ในห้องน้ำ เช่น แชมพู สบู่แบบเร่งด่วนให้กับนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางเข้ามาในเมือง

คำแนะนำในการโปรโมทธุรกิจออนไลน์

ตอนนี้คุณก็ได้เรียนรู้แล้วว่าจะเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ได้อย่างไร แต่คุณจะทำอย่างไรให้ธุรกิจประสบความสำเร็จล่ะ? วิธีหนึ่งที่เราแนะนำก็คือการโฆษนาตามกลุ่มเป้าหมายบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ลองใช้บริการเหล่านี้ดูนะครับ:

Automizy เป็นแพลตฟอร์มในการจัดการอีเมล์ในการทำการตลาด เช่น การส่งอีเมล์ไปยังลูกค้าใหม่หรือลูกค้าประจำเพื่อช่วยกระตุ้นยอดขาย (รวมถึงช่วยให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ) และช่วยให้ลูกค้ามีความผูกพันกับแบรนด์

Optimizely เป็นบริการในการทำ A/B Testing เพื่อช่วยให้คุณสามารถเลือกดีไซน์, การโฆษณาและโซลูชั่นอื่น ๆ เพื่อโปรโมทธุรกิจของคุณได้อย่างเหมาะสม

SocialRank ช่วยให้คุณค้นหาคนที่มีโอกาสเป็นลูกค้าของคุณบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ได้

สรุป

การเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ต้องเริ่มจากการที่คุณมีทักษะที่มีความสามารถด้านใดด้านหนึ่งหรือมีไอเดียเป็นของตัวเอง อีกทั้งต้องมี "แพชชัน" ในงานที่คุณทำอยู่ อย่าลืมวางแผนและคำนวณเหตุการณ์ต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้า สร้างและพัฒนาแบรนด์ของคุณเองขึ้นมา โปรโมทบริษัทของคุณไปพร้อม ๆ กับการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าของคุณอย่างต่อเนื่องเพื่อให้คุณมีผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ออกมาอยู่เสมอ เนื่องจากการบริการและธุรกิจที่มีความทันสมัยจะช่วยให้กระบวนการทางธุรกิจง่ายดายยิ่งขึ้น

RELATED ARTICLE

Responsive image

สรุปงาน FinTech Startup โดย AIS the Startup และ KBank

AIS The Startup และ ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBank ร่วมมือกันจัดสัมมนา How Digital Technology to Transform the Financial Service & Experience ณ ห้องประชุมสุขสามัคคี ชั้น 8 ธนาคารกสิ...

Responsive image

เว็บไซต์แคชแบ็ก Dealcha! ได้รับทุนเพิ่มจาก 500 TukTuks และ Solera

Dealcha! (www.dealcha.com) บริษัทสตาร์ทอัพอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2015 และประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับเงินลงทุนเพิ่มจาก 500 TukTuks, Solera In...

Responsive image

RENT A CAR CLUB แอปหาเช่ารถ - ปล่อยรถเช่า หนุน Sharing Economy

นอกจากจะมี Grab, Uber ที่เปิดโอกาสให้ ‘เจ้าของรถ’ สร้างบริการและหารายได้เสริม ก็มี RENT A CAR CLUB แอปพลิเคชันหาเช่ารถ-ปล่อยรถเช่า เกิดขึ้นมารุกตลาดเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy...