เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา Priceza จัดงาน Priceza E-Commerce Awards 2017 มอบรางวัลแก่แบรนด์และร้านค้า E-Commerce พร้อมกับจัดเวทีพูดคุยเพื่ออัพเดทเทรนด์วงการ E-Commerce, E-logistics และ E-Payment ในปี 2018 ซึ่งทุก Ecosystem ที่กล่าวมาต่างมีความสำคัญ และต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันเป็นอย่างยิ่ง ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไปไม่ได้เลย

วันนี้ Techsauce สรุปมุมมองของแต่ละบุคคลที่อยู่ในวงการ E-Commerce, E-logistics และ E-Payment มาให้ดูกันแล้วครับ ติดตามได้จากบทความนี้เลยครับ

ย้อนดูข้อมูลอีคอมเมิร์ซไทยที่น่าสนใจในปี 2017

ก่อนที่จะไปดูข้อมูล E-Commerce ปี 2018 คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา CEO และ Co-Founder ของ Priceza ก็พาไปดูข้อมูลของ E-Commerce เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา หลายข้อมูลมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง

คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา CEO และ Co-Founder ของ Priceza

1. ช่องทางหลักที่นำ Traffic ผู้ใช้เข้าสู่เว็บ E-Commerce ชั้นนำ ได้แก่ Direct (ผ่านหน้าเว็บโดยตรง), E-mail, Google Search, Facebook และ Priceza

2. ตลาด E-Commerce มีช่องทางการขายที่หลากหลาย ไม่ได้ขึ้นกับเจ้าใดเจ้าหนึ่งแบบผูกขาด โดย Priceza อ้างอิงข้อมูลจาก ETDA ที่ระบุว่ามีทั้งการขายผ่านทาง Social Media มากสุด 40 เปอร์เซนต์ รองลงมาเป็น E-Marketplace อยู่ที่ 29 เปอร์เซ็นต์, Online Retailer-BrandDotCom มี 27 เปอร์เซนต์ และ Cross Border มี 4 เปอร์เซนต์ ความหลากหลายที่เกิดขึ้นเป็นผลดีต่อผู้บริโภค เพราะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น

3. คนไทยเข้าดูสินค้าผ่านทางออนไลน์มากขึ้น แต่หากมองลงไปจริง ๆ จะพบว่าคนไทยสั่งซื้อสินค้า-ชำระเงินเกิดขึ้นบนคอมพิวเตอร์อย่างโน๊ตบุ๊คและพีซีมากกว่า เพราะทำอะไรหลาย ๆ อย่างได้ครบถ้วนมากกว่า สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการ E-Commerce อาจจะระบบให้รองรับมือถืออย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องไม่ลืมคำนึงถึงผู้ใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ด้วย

 

4. ผู้บริโภคจะจ่ายเงินซื้อสินค้าผ่านออนไลน์เฉลี่ยคนละ 1,800 บาทต่อการซื้อหนึ่งครั้ง และผู้บริโภคจะจ่ายเงินซื้อสินค้าผ่านทางคอมพิวเตอร์สูงกว่าทางมือถือ โดยผู้ที่จ่ายเงินซื้อสินค้าผ่านทางมือถือจะจ่ายเงินเฉลี่ย 1,177 บาท ผู้ที่จ่ายเงินซื้อสินค้าผ่านทางคอมพิวเตอร์จะจ่ายเงินเฉลี่ย 2,008 บาท ต่างกันถึง 70 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุเนื่องจากมาจากผู้บริโภคมั่นใจว่าการซื้อทางคอมพิวเตอร์จะกรอกข้อมูลได้ครบถ้วนกว่า

5. Sale Conversion Rate (อัตราการซื้อ) ในปี 2017 อยู่ที่ 2.81 เปอร์เซนต์ สูงกว่าปี 2016 ถึง 63 เปอร์เซ็นต์ แปลว่าผู้บริโภคมีโอกาสเข้าถึงสินค้ามากขึ้น และความต้องการซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้นด้วยเช่นกัน

สรุปทิศทางอีคอมเมิร์ซในประเทศไทย (E-Commerce and The Future of Retail 2018)

คุณผรินทร์ Nasket, คุณยุทธนา Tesco Lotus, คุณศิวัตร MGroup, คุณยุทธยา Shopee และคุณธนาวัฒน์ Priceza (พิธีกร) (จากซ้ายไปขวา)

 

คุณผรินทร์ สงฆ์ประชา : ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร Nasket

  • แบรนด์ใหญ่ ต้องสู้เรื่องการโปรโมท Advertisement ผ่านทาง Facebook และ Google อย่างหนัก หลัง Facebook ลด Reach บนเพจและเปิดตัว Facebook Marketplace เป็นอีกช่องทางในการขายสินค้า
  • SMEs-ผู้ประกอบการรายเล็กควรหาตลาดและกลุ่มลูกค้า (Customer) ของตนเองให้เจอและให้ชัดเจน ไม่จำเป็นต้องไปสู้กับเจ้าใหญ่เสมอไป เปรียบเหมือนการเป็น "ปลาใหญ่ในบ่อเล็ก"
  • ช่องทางไหนซื้อขายง่ายสุด ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเลือกช่องทางนั้น ผู้บริโภคไม่ได้มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้ามากนัก

 

คุณยุทธนา จิตจรุงพร : รองประธานกรรมการฝ่ายดิจิทัล Tesco Lotus

  • Customer Insight ของ Tesco Lotus ระบุชัดเจนพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปชัดเจน จากเดิมที่ซื้อสินค้าผ่าน Hypermarket หรือ Convenience Store เปลี่ยนไปซื้อสินค้าทางออนไลน์มากขึ้น ยอดการขายเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
  • พฤติกรรมผู้บริโภคจะยึดติดกับส่วนลด (Price Sensitive) มากขึ้น ถ้าไม่ลดราคาอาจจะไม่ซื้อสินค้าช่องทางนั้น ก็มีการลดแลกแจกแถมแบบกระหน่ำกว่าเดิม
  • เข้าใจลูกค้า สร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ สร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ (Seamless) ให้กับผู้บริโภค
  • ผู้ประกอบการการรายเล็ก-รายใหญ่ ต้องมีการสร้างนวัตกรรม (Innovative) และความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) มากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคให้ได้มากขึ้น

 

คุณศิวัตร เชาวรียวงษ์ : ประธานกรรมการบริหาร GroupM (ประเทศไทย)

  • เห็นได้ชัดว่าธุรกิจ E-Commerce แบบ Customer to Customer (C2C) พ่อค้า-แม่ค้า-ผู้ค้ารายย่อยขายของให้ผู้บริโภคแบบที่คนไทยคุ้นเคย ทั้งผ่านช่องทางที่เป็นทางการและผ่านช่องทางแบบไม่เป็นทางการ เช่น LINE Group, Facebook Live หรือ Facebook Group เป็นต้น มี E-Payment และ Mobile Banking ที่ใช้ง่ายขึ้น สนับสนุนให้เกิด C2C
  • พอ C2C คึกคักแล้ว Business to Customer (B2C) ก็จะคึกคักตามไปด้วย
  • ผู้ประกอบการห้างรายใหญ่ควรทำการขายแบบหลากหลายช่องทาง (Omni Channel) เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ใช้การ Search แทน หากไม่ทำ Omni Channel ลูกค้ากลุ่มหนึ่งก็จะหายไปเลย
  • ใช้คำว่า "เติบโต" กับทุก Sector ไม่ได้ ปีหน้าจะเป็นโหมดของการ "ปรับตัว" เพราะผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายยังไม่ได้ปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
  • ต้องเก็บข้อมูล (Data) เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เพราะข้อมูลนำไปวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหา Solutions ที่ตอบโจทย์ธุรกิจและลดราคาสินค้า-ต้นทุน-ค่าโฆษณาได้มากขึ้น

 

คุณศิวกร สิริวงศ์ภาณุพงศ์ : หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Shopee (ประเทศไทย)

  • การแข่งขันที่มากขึ้นแบบเลือดสาด สินค้าที่มีปริมาณมากขึ้น ต้องแข่งขันด้านราคามากขึ้น เพราะ SMEs หรือ Local Sellers จะขยับมาขายใน Marketplace ออนไลน์มากขึ้น
  • ผู้ประกอบเข้าไปช่องทางที่หลากหลาย รวมไปถึงการลองช่องทางใหม่ ๆ บนออนไลน์ในการขายสินค้า
  • การลงทุนแข่งขันของ E-Commerce ทำให้ผู้บริโภคตื่นตัวและมั่นใจ E-Commerce มากขึ้นในปีหน้า
  • E-Commerce จะโปรโมทตัวเองในช่องทางออฟไลน์มากขึ้น เพื่อดึงลูกค้าหน้าใหม่ให้ไปใช้บริการของคนเอง

 

แนวโน้มระบบอีโลจิสติกส์ในอนาคต (E-Logistics – Trends to follow)

คุณเฟื่องลดา (พิธีกร), คุณสุทธิเกียรติ Shippop, คุณสันทิต Lalamove และคุณโยจิ SCG Express (จากซ้ายไปขวา)

 

คุณสุทธิเกียรติ จันทรชัยโรจน์ : กรรมการผู้จัดการ Shippop

  • มีบริการ Logistics ที่หลากหลายรูปแบบมากขึ้น เช่น ต้องการส่งของทันทีใช้ Lalamove, ส่งของในวันถัดไปอาจจะใช้ Kerry หรือ SCG Express, ส่งของไปต่างจังหวัดทันทีก็ใช้รถตู้หรือรถทัวร์ ผู้บริโภคและผู้ประกอบการควรเลือกให้เหมาะสม เพื่อให้ประหยัดเงินและส่งได้รวดเร็ว
  • การขนส่งสินค้า Drone เหมือน Amazon Prime ในสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในไทยได้ ถ้ามีการแก้ไขข้อจำกัดในเรื่องของกฎหมายต่าง ๆ ที่มีอยู่เพื่อสนับสนุน Logistics

 

คุณสันทิต จีรวงศ์ไกรสร : ผู้อำนวยการประจำภูมิภาค ฝ่ายดำเนินงาน Lalamove

  • ผู้บริโภคและผู้ประกอบการอยากได้สินค้าจาก E-Commerce เร็วขึ้น ในราคาที่ถูกลง ทำให้ Logistics ต้องปรับตัว
  • E-Commerce รายใหญ่ให้ความสำคัญกับ Logistics มากขึ้น เพราะการส่งสินค้าได้รวดเร็ว ก็มีส่วนทำให้ผู้บริโภคกลับมาซื้อสินค้ากับ E-Commerce เจ้านั้นอีกครั้ง

 

คุณโยจิ ฮามานิชิ : กรรมการผู้จัดการ SCG Express

  • ผู้ประกอบการจะขยายจำนวน-ปริมาณการส่ง (Capacity) ให้มากขึ้นแต่ยังคงคุณภาพ (Quality) ในการส่งให้ดีเท่าเดิมได้
  • ผู้ประกอบการ Logistics สื่อสารกับลูกค้าให้ชัด ต้องมีความซื่อสัตย์ลูกค้าและสังคม ความปลอดภัยของลูกจ้างต้องมาก่อน ธุรกิจเป็นเรื่องรอง
  • ในญี่ปุ่นมี E-Commerce ที่ขายอาหารสด ผักสด ผลไม้สด และมีบริการส่งให้แก่ผู้บริโภคด้วย ซึ่งเป็นโอกาสที่ E-Commerce และ Logistics ไทยจะปรับตัวและพัฒนาเพื่อให้การส่งอาหารสดหรือสินค้าควบคุมอุณหภูมิให้เกิดขึ้นได้ในไทย

 

สถานการณ์ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน (E-Payment – The Present & Future)

คุณธนานันท์ Ascend Commerce (พิธีกร), คุณศุภวิทย์ AirPay, คุณกิตติพงศ์ AIS mPAY, คุณสมหวัง PayPal และคุณสมคิด KBTG

 

คุณสมคิด จิรานันตรัตน์ : รองประธาน กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG)

  • ติดตามฟีเจอร์ใหม่ ๆ จาก PromptPay ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะมาในปีหน้า จะช่วยให้ผู้ประกอบการ E-Commerce และประชาชนทั่วไปสะดวกสบายยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น PromptPay ฟีเจอร์ Purchase to Pay สามารถส่งคำร้องให้อีกฝั่งจ่ายเงิน เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการแจ้งให้ลูกค้าจ่ายเงินหรือจ่ายค่าธรรมเนียมในกรณีลูกค้ายังไม่ได้จ่ายเงิน
  • QR Code มาตรฐานที่ ธปท. กำหนดขึ้น จะอำนวยความสะดวกในการชำระเงินให้กับ E-Commerce และผู้ประกอบการต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น

 

คุณศุภวิทย์ หงส์อมรสิน : ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ประจำ AirPay (ประเทศไทย)

  • มองจากการเซ็ตระบบจ่ายเงินให้กับ Shopee ทำให้เห็นว่าผู้บริโภคมีความมั่นใจใน E-Payment และมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด
  • Infrasturcture ด้านการใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ที่สมบูรณ์ จะช่วยให้ E-Payment เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
  • ลูกค้าที่เคยใช้การจ่ายเงินผ่านธนาคาร จะเปลี่ยนมาใช้ QR Code และ PromptPay มากขึ้น

 

คุณกิตติพงศ์ มุตตามระ : กรรมการผู้จัดการ AIS mPAY

  • ระบบ E-Payment เหมือนจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของกระบวนการซื้อสินค้าผ่านระบบ E-Commerce ถึงจะมีสินค้าที่ดี การส่งสินค้าที่ดี แต่ระบบ E-Payment ไม่ดี ผู้บริโภคก็ไม่ใช้ E-Commerce รายนั้นเลยก็มี
  • E-Payment ยังแทนที่บัตรเครดิตไม่ได้ในทันที เพราะว่าบัตรเครดิตสามารถทำรายได้จากค่าธรรมเนียมและค่าดอกเบี้ย มีการสะสมแต้มจูงใจอยู่ แต่แทนที่เงินสดหรือ Cash มีความเป็นไปได้
  • ต้องสร้างความแตกต่างในตลาด E-Payment ให้ได้ ร้านค้าต่าง ๆ อยากสร้าง Wallet ตัวเอง แต่ร้านค้ามีต้นทุน ภาครัฐต้องผลักดันการใช้ QR Code Payment ให้เกิดขึ้น
  • กังวลถ้า Retailer ทำกระเป๋า E-Wallet ทำของตัวเองกันหมด แต่ปัญหาคือจะเกิด Wallet Fragmentation คือผู้บริโภคต้องใช้ E-Wallet จาก Retailer ของทุกเจ้า (ถึงจะมีข้อดีคือเขาจะลงทุนทำแบบจริงจัง มีโปรโมชันจูงใจให้ลูกค้า จะช่วยให้เกิด Cashless Society ได้เร็วก็ตาม) ซึ่งก็มีหน่วยงานที่ช่วยรวมเป็น Wallet กลาง หรือทำให้ Convergence มากขึ้น อย่างที่ PromptPay ของ ธปท. กำลังพยายามทำอยู่

 

คุณสมหวัง เหลืองไพบูลย์ศรี : ผู้จัดการ PayPal ประจำประเทศไทย

  • Cash On Delivery (CoD) หรือการเก็บเงินกับผู้รับสินค้าปลายทาง เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค แต่ COD มีต้นทุน ผู้ประกอบการ E-Commerce พยายามผลักดันให้ใช้การจ่ายเงินทาง E-Payment มากขึ้นในอนาคต
  • เรามีแนวโน้มเป็น Cashless Society แบบจีนได้ เพราะหลายธนาคารในไทยเริ่มทำแล้ว แต่ในไทยตอนนี้ยังใช้การจ่ายเงินสด หรือ Cash สูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วน E-Payment ยังมีการใช้งานอยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์
  • จีนคือผู้กระตุ้นให้ E-Wallet เกิดการใช้งานที่แพร่หลายขึ้นในเอเชีย เพราะเปิดให้ Non-Banks เข้ามาสู่ตลาดเพื่อทำ E-Wallet ได้ ตอนนี้จีนมีผู้ใช้เงินสดแค่ 25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
ภาพ: PayPal

 

  • ในไทยมองว่า PromptPay จะเป็นคำตอบของ E-Payment แต่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประสบความสำเร็จในการใช้ E-Payment นั้นเกิดจาก Non-Banks หลาย ๆ เจ้าร่วมมือกันผลักดันให้เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากเจ้าใดเจ้าหนึ่งที่นำตลาดมาชัดเจน
ภาพ: PayPal

 

และนี่คือมุมมองจากคนที่อยู่ในวงการ E-Commerce, E-Logistics และ E-Payment ที่มาคาดการณ์แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า แล้วคุณคิดว่า E-Commerce, E-Logistics และ E-Payment ปีหน้าจะเป็นอย่างไร? ร่วมแสดงความเห็นกันได้ครับ

RELATED ARTICLE

Responsive image

จัดเต็ม! สรุป 7 ประเด็นร้อนแรงในสามวงการ E-commerce, E-payment, E-logistics ตลอดปี 2016 (Updated)

ผ่านมาครบปี 2016 แล้วไม่น่าเชื่อว่า เฉพาะวงการ E-commerce และที่เกี่ยวข้องอย่าง E-payment และ E-logistics จะมีเหตุการณ์ร้อนหนาวเกิดขึ้นต่อเนื่องมากมาย Techsauce ขอรวบรวมและสรุปเหตุ...

Responsive image

JD และ CENTRAL ตั้งบริษัท 'CENTRAL JD Fintech' เตรียมนำระบบชำระเงินด้วยใบหน้าเข้าไทย

ก่อนหน้านี้กลุ่มเซ็นทรัล (CENTRAL GROUP) ห้างค้าปลีกรายใหญ่ของไทย ร่วมทุนกับ JD.com เว็บ E-Commerce รายใหญ่จากจีน มูลค่า 17,500 ล้านบาท ตั้งบริษัท JD CENTRAL Commerce ภายใต้ชื่อเว็...

Responsive image

จัดเต็ม! สรุปภาพรวม Startup Ecosystem ประเทศไทย ปี 2017

ตลอดปีที่ผ่านมา Startup Ecosystem มีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายเหมือน ๆ กับหลาย Ecosystem ที่มีการพัฒนาและเติบโตไปอย่างไม่หยุดยั้ง......