หากจะทำ Startup ควรเริ่มสร้างทีมและวางโครงสร้างผู้ถือหุ้นอย่างไร จากคำแนะนำของ VC | Techsauce

หากจะทำ Startup ควรเริ่มสร้างทีมและวางโครงสร้างผู้ถือหุ้นอย่างไร จากคำแนะนำของ VC

ถึงแม้ซีรีส์ยอดฮิตอย่าง Start-up จะจบไปแล้วแต่กระเเสความดังยังคงกวาดผู้ชมจากประเทศไทยทั้งคนที่ยังไม่เคยดูและคนที่ดูแล้วตั้งเเต่เริ่มฉายให้กลับเข้าไปดูซ้ำอีกหลายรอบนอกจากเรื่องราวของความรักที่เข้มข้นแล้ว การตีแผ่ในแง่มุมของธุรกิจในวงการ  Startup  ก็น่าติดตามไม่แพ้กัน 

ถอดความรู้จากประเด็นสำคัญของบทบาทหัวหน้าทีมฮันจากซีรีส์ สู่ประสบการณ์จริงของ หัวหน้าทีม VC

Techsauce จึงได้มีการจัด Live หัวข้อพิเศษที่ชวนมาวิเคราะห์บทบาทของ VC  ที่มีต่อ Startup โดยเฉพาะในขั้นเริ่มต้นที่ต้องมีการตั้งทีมและวางโครงสร้างธุรกิจ เราจึงได้เชิญแขกรับเชิญที่เป็น VC ตัวจริง ซึ่งในซีรีส์นั้นเป็นบทบาทของ ฮันจีพยอง หรือหัวหน้าทีมฮัน กับคุณจอม - กัมปนาท วิมลโนท Head of Investment and Strategic Partnership, Krungsri Finnovate มาพูดคุยสำหรับคนที่จะทำ Startup ควรรู้หลากหลายประเด็นด้วยกัน

สำหรับประเด็นที่น่าสนใจจาก Live ในครั้งนี้ทีมงานจะขอหยิบยกบางประเด็นในเรื่องของการเลือกทีม เพื่อวางโครงสร้างองค์กรก่อนเริ่มธุรกิจ และการแบ่งหุ้นแบบมีโครงสร้างสำหรับ Startup 

การเลือก Co-Founder กับ การลงทุนของ VC 

ในช่วงหนึ่งของ Live คุณกัมปนาท กล่าวว่า การเลือกหัวหน้าทีม Co-Founder หากพูดถึงมุมมองใน VC สินทรัพย์อย่าง สิ่งของ อาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่คือตัวบุคคลที่เป็นตัวเเทนของทีม หรือ หัวหน้าทีม ดังนั้น การเลือกหัวหน้าเพื่อมาตั้งทีมให้มีเครดิตที่ดีจึงต้องคำนึงถึงสิ่งสำคัญอย่างการทำงานร่วมกันกับคนในทีม 

นอกจากความสามารถแล้ว  การมีความคิดในเเนวทางเดียวกับทีมและสามารถเดินทางเเละเติบโตร่วมกับทีมได้คือจุดสำคัญที่ทำ นักลงทุนจะมองว่าที่นี่มีความมั่นคงรวมถึงความเเกร่งของคนในทีมจะสามารถนำธุรกิจให้เติบโตได้ในอนาคตจนน่าลงทุน ดังนั้น กระบวนการคิดของหัวหน้าจึงสำคัญทำให้ภาพขององค์กร ดูเเข็งเเกร่งและมั่นคงพร้อมลุยเเละเติบโตต่อไป

หากจะเทียบกับเหตุการณ์ในซีรีส์...ตอนที่นางเอกในเรื่องที่ไม่ว่าจะถูกว่า และดูถูกมากแค่ไหนแต่ก็ยังยึดมั่นในเส้นทางเเละเป้าหมายของทีม ไม่ยอมเเพ้ต่ออุปสรรค เรียกได้ว่า ดูเป็นผู้หญิงเเกร่ง  ฉลาด น่าเชื่อถือ มีความมั่นใจในงานของทีมพร้อมลุยเสมอ  สิ่งนี้คือคุณสมบัติที่หัวหน้าทีมควรมี  

นอกจากนี้ การตั้งหัวหน้าในธุรกิจ Startup อาจไม่จำเป็นต้องมีเเค่คนเดียวเสมอไป บางที่อาจมีถึง 1-3 คน การมีผู้นำหลายคนสำหรับธุรกิจ Startup เปรียบเหมือนการนำความสามารถเเละจุดเด่นของเเต่ละคนมาช่วยเสริมทัพเพื่อเติบเต็มจุดที่อีกคนขาดไป อาทิ คนหนึ่งคือผู้เชี่ยวชาญในงานที่ทำ เช่น พระเอกที่ทำ AI ได้ ส่วนอีกคนหนึ่งคือ คนที่ต้องมีความรู้รอบด้านต่อยอดงานส่วนอื่นๆ ได้ดี อย่างนางเอก ที่เข้ามาช่วยเสริมทัพพระเอกในด้านการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยี AI เเต่สิ่งสำคัญคือ การหาคนร่วมทีมที่มีความสามารถและแนวคิดไปด้วยกันได้ เพราะบางทีการที่จะลงทุนอาจดูมากกว่าหัวหน้าเพียงคนเดียวเเต่ดูรวมไปถึงคนในทีมทั้งหมดด้วยว่าธุรกิจนี้มีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพพร้อมในการทำงานมากเเค่ไหน 

การเเบ่งหุ้นแบบมี Structure ของ Startup ที่ VC แนะนำ

หากดูจากในซีรีส์ พระเอก คือ ตัวละครสำคัญในการสร้าง AI เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิด Startup นี้ขึ้นทำให้พระเอกกลายเป็นคนสำคัญของทีมที่สามารถสร้าง AI เเละมีความรู้ทางเทคโนโลยีนี้มากที่สุด ทีมไม่สามารถขาดคนสร้าง AI อย่างพระเอกไปได้ ดังนั้นการเเบ่งหุ้นในซีรีส์ พระเอก คือ คนที่ได้ส่วนเเบ่งมากสุดในทีม รองลงมาคือสัดส่วนหุ้นของ นางเอก พระรอง เเละผู้ร่วมทีมอื่นๆ ซึ่งดูเหมือนว่าการเเบ่งหุ้นในซีรีส์ ดูง่ายเเละไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ใช่ว่าในชีวิตจริงการพิจารณาเเบ่งหุ้นใน Startup จะดูเพียงความสำคัญของตำแหน่งและความสามารถเท่านั้น เเต่เราต้องพิจารณาในส่วนอื่นๆ อีก 

วิธีการคิดแบบคำนวน อีกหนึ่งรูปแบบที่อาจนำไปใช้ได้ซึ่งเป็นการคำนวนจากหน้าที่ของเเต่ละคนผ่านการลงมติให้คะเเนนของทีมด้วยการให้คะเเนนเป็นตัวเลขรวมออกมาแล้วคิดเป็นร้อยละหากคะเเนนเต็มคือ 100% คะเเนนที่เเต่ละคนได้จะถูกคำนวนออกมาเป็นสัดส่วนซึ่งจะทำการเเบ่งหุ้นตามสัดส่วนร้อยละที่แต่ละคนได้

หากพูดให้กระชับอธิบายง่ายๆ สำหรับการเเบ่งหุ้นจุดหนึ่งที่ต้องคำนึงนอกจากหน้าที่คือประเภทธุรกิจเพราะจะเป็นตัวบ่งบอกสิ่งที่ต้องทำในองค์กรนั้นว่าอะไรคือ หน้าที่หลักและความสำคัญของงาน 

ดังนั้น การนัดรวมตัว Co-Founder ที่อาจมีมากกว่า 2 คนเพื่อมาคุยกันว่าเเต่ละคนทำหน้าที่อะไรบ้างให้ชัดเจนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมาตกลงกันและเเบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน เพราะในความเป็นจริงคนที่เป็นเจ้าของไอเดีย หรือ คนที่เป็นจุดเริ่มต้นของงานนี้อาจไม่ใช่คนที่ได้ส่วนเเบ่งเยอะที่สุดเสมอไป ซึ่งสิ่งที่เราใช้เป็นเครื่องมือเเบ่งหุ้นจริงๆ เราคงต้องมานั่งเเยกบทบาทและหน้าที่ของเเต่ละคนว่าทำอะไรบ้าง? ผลของงานที่ทำสร้างอะไรให้เกิดขึ้นกับทีมบ้าง? ซึ่งเเน่นอนว่า ภาระหน้าที่ของเเต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน คนที่เริ่มคิดอาจไม่ใช่คนทำงานหนักเท่ากับคนที่ไม่ได้เริ่มต้นไอเดียแต่เป็ยคนลงมือทำไอเดียเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม รวมถึงในชีวิตจริงใช่ว่าทุกคนจะหันมาทำ Startup แบบ Full Time ซึ่งบางคนอาจเลือกทำงานเป็น Part Time ถึงเเม้จะอยู่ในตำเเหน่งในระดับหัวหน้าทีมก็ตามซึ่งเวลางานก็เป็นอีกส่วนที่ควรนำมาคิดเช่นกัน

การคำนวนเพื่อเเบ่งหุ้นเป็นเพียงเเนวทางเท่านั้นเพราะสุดท้ายเเล้วสิ่งสำคัญคือ การหันหน้าคุยกันในทีมให้ชัดเจนเพื่อเกิดความเข้าใจและยอมรับการตัดสินใจร่วมกัน หรือ การหารูปแบบการเเบ่งที่ทุกคนในทีมเห็นสมควรโดยไม่มีผลกระทบกับทีมภายหลัง 

หากต้องการศึกษารายละเอียดใน Live พิเศษเพิ่มเติมสามารถเข้าไปได้ที่ Techsauce Live


RELATED ARTICLE

Responsive image

บทวิเคราะห์ SCBx จากสถาบันการเงิน สู่ Tech Company

วิเคราะห์ SCBX การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ที่ถูกเรียกว่า 'ยานแม่' ซึ่งจะพาธุรกิจของ SCB ปลดล็อกสู่โลกใบใหม่ และเป็นบริษัท Tech Company...

Responsive image

AIS เดินหน้าจับมือภาครัฐ พัฒนาครูไทยให้พร้อมในยุคดิจิทัล ในโครงการ The Educators Thailand

AIS เดินหน้าจับมือภาครัฐ พัฒนาครูไทยให้พร้อมในยุคดิจิทัล ในโครงการ The Educators Thailand...

Responsive image

ส่องโอกาส เป้าหมาย และพัฒนาการด้าน FinTech จาก 6 สมาคมในประเทศแถบเอเชีย-แปซิฟิก

อุตสาหกรรม FinTech อีกหนึ่งตลาดที่ทั้งโลกกำลังจับตามอง โดยเฉพาะในแถบเอเชีย-แปซิฟิก ที่ต้องยอมรับเลยว่า มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดขึ้นเป็นอย่างมากจากการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข...